โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

เปิดประวัติ ตลกชื่อดัง “จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม” ผันบทบาทสู่นักการเมือง-เจ้าของธุรกิจ..?

tvpoolonline.com

อัพเดต 03 เม.ย. 2567 เวลา 18.35 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 07.03 น. • TV Pool

เปิดประวัติ ตลกชื่อดัง “จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม” ผันบทบาทสู่นักการเมือง-เจ้าของธุรกิจ..?

เป็นอีกหนึ่งคนดังที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจ สำหรับ “จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม” นักแสดงตลกดังที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาเกือบ 20 ปี ก่อนชีวิตพลิกผันหลายตลบ ต้องทำงานในเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย ทำความรู้จักจั๊กกะบุ๋มเพิ่มเติมกัน

ประวัติส่วนตัว

จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม มีชื่อจริงว่า “นรเศรษฐ์ ทรงกลด” เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2522 (ปัจจุบัน 44 ปี) และเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเข้าสู่วงการตลกจากการชักชวนของ ธงชัย งามจันทร์ หรือ ตู่ ตาหวาน นักแสดงตลกที่เห็นแววของจั๊กกะบุ๋ม

เมื่อเรียนจบประถมได้มีคนชักชวนให้ไปเล่นตลกคณะคาบาเรต์ ที่อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และได้กลับมาเล่นตลกคาเฟ่อีกครั้ง โดยอยู่คณะป่องฮาหนูหริ่ง จากนั้นย้ายไปหลายคณะ และทำหลายอาชีพ ก่อนไปอยู่คณะหม่อมเหยิน, ยอด นครนายก, เต่า เชิญยิ้ม, สีหนุ่ม เชิญยิ้ม ต่อมาได้พบกับ โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม และ ต่าย เชิญยิ้ม จึงถูกชักชวนให้ไปเข้าร่วมคณะถั่วแระ เชิญยิ้ม

และหนึ่งในทักษะพิเศษของจั๊กกะบุ๋มคือ “การเลียนเสียงนักร้อง” จึงทำให้เจ้าตัวมีโอกาสมาแสดงที่รายการก่อนบ่ายคลายเครียด และละครซิทคอมอีกหลายเรื่อง เช่น บางรักซอย 9, ผู้กองเจ้าเสน่ห์ รวมถึงละครและภาพยนตร์

การพลิกผันบทบาท “นักแสดงตลก” สู่ “นักการเมือง” และ “เจ้าของธุรกิจ”

ในปี 2566 จั๊กกะบุ๋มได้ลงสมัครในเขตพื้นที่บางกอกน้อย ในสังกัดพรรคทางเลือกใหม่ ปัจจุบันเขายังดำรงตำแหน่งเป็น โฆษกของพรรคทางเลือกใหม่

โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้เริ่มมีบทบาทเรียกร้องทางการเมือง ในการประท้วงเมื่อปี 2563-2564 กรณีการออกมาแสดงความคิดเห็น ต่อต้านรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการใช้ภาษาที่รุนแรง

นอกจากนี้ จั๊กกะบุ๋มได้เปิดโฮมสเตย์และร้านจิ้มจุ่มที่ชื่อว่า จั๊กกะบุ๋ม จุ่ม หม้อ แม่ และเปิดร้านอาหารชื่อว่าร้านอาหารกะเพราควาย รวมไปถึงยังเป็นสมาชิกมูลนิธิร่วมกตัญญูอีกด้วย

ดราม่าถาโถม

ปี 2552 จั๊กกะบุ๋มไปเล่นตลกที่ร้านอีสานจุ่มแซ่บ ย่านราชพฤกษ์ โดยมีมุขบางช่วงที่ขัดอารมณ์ จนถูก สิบตำรวจตรี อุทิศ ทิพย์ศรี เอาปืนจ่อหัวกลางร้านอาหาร

ปี 2554 จั๊กกะบุ๋มตกเป็นข่าวว่าตนนั้นกักขังหน่วงเหนี่ยวสาวโคโยตี้

ปี 2559 นายศรศักดิ์สวนแก้ว หรือ “ศร อิจฉา” เจ้าของเพลงฮิต “อิจฉา” ได้เดินทางร้องทุกข์ต่อตำรวจ หลังถูกจั๊กกะบุ๋มข่มขู่โดยการโทรศัพท์มาหายามวิกาล โพสต์คลิปท้าตีท้าต่อยในเฟซบุ๊ก

โดยนายศรศักดิ์กล่าวว่า ตนได้รับการจ้างงานไปเล่นคอนเสิร์ต ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งตอนนั้นจั๊กกะบุ๋ม ขอตามไปร้องแลกทิปด้วย แต่พอไปถึง จั๊กกะบุ๋มกลับประพฤติตนไม่เหมาะสมหลายอย่าง ซึ่งพอตนตักเตือนก็กลับสร้างความไม่พอใจ จนจั๊กกะบุ๋มโพสต์เฟซบุ๊กติดแท็กมาด่า

กระทั่งมีผู้เสียหายหญิงรายหนึ่งติดต่อมาทางอินบ๊อกซ์ข้อความว่า มีปัญหาเรื่องเงินกับ “จั๊กกะบุ๋ม” จำนวน 50,000 บาท ซึ่งตนไม่รู้จะแนะนำอย่างไรจึงบอกไปว่าหากตกลงกันไม่ได้ก็ขอแนะให้ไปแจ้งความ

พอจั๊กกะบุ๋มรู้ข่าวก็คงคิดว่าตนยุยงส่งเสริม จึงระรานด้วยการโทรศัพท์มาหาท้าตีท้าต่อย หนักเข้าเจ้าตัวก็โทรศัพท์ไประรานลูกน้องในบริษัทของตน อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวได้มีการไกล่เกลี่ยกันในชั้นศาลโดยคู่กรณีได้ทำการขอโทษกันและกันและจบเรื่องด้วยดี

ปี 2562 จั๊กกะบุ๋มพร้อมทนายความได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมทำการขอขมา หลังจากได้ไลฟ์สดเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์พล.ต.อ.ศรีวราห์ เกี่ยวกับเรื่องใบอนุญาตโดรนและใบอนุญาตในภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี่ 13 ชีวิต

ปี 2563 จั๊กกะบุ๋มโดนสังคมวิพากษ์วิจารณ์เมื่อมีคลิปขู่เผาบ้าน ราดน้ำมัน และตัดแขนตัดขาภรรยาออกมา ซึ่งรุนแรงจนอดีตภรรยาต้องฟ้องร้องตัดขาดสถานะ โดยเหตุการณ์เจ้าตัวได้ออกมายอมรับว่าผ่านมาเกิดมาจากความโมโหขาดสติทั้งหมด

ปี 2567 กรณีเจ้าหนี้ขึ้นป้ายทวงหนี้จั๊กกะบุ๋มกลางห้างดัง ขอให้เมตตาคืนเงิน 284,400 บาท เพราะเป็นเงินที่ต่อลมหายใจอีก 4 ชีวิต จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์

#ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“หนุ่ม กรรชัย” ที่ปล่อยให้พูด “จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม” พูดยาวไม่จี้ที่จริงแล้วมีเหตุผล

เจ้าหนี้ จั๊กกะบุ๋ม โผล่อีกราย โร่แจ้งความเอาผิด ตั๊ก ศริพร ลั่น ทำกรรมอะไรไว้ กรรมนั้นคืนสนอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...