โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Ryan Reynolds - Shawn Levy เกือบถอดใจพับแผน 'Deadpool & Wolverine' แต่สุดท้ายได้ไปต่อเพราะ Hugh Jackman

BT Beartai

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 17.30 น.
Ryan Reynolds - Shawn Levy เกือบถอดใจพับแผน 'Deadpool & Wolverine' แต่สุดท้ายได้ไปต่อเพราะ Hugh Jackman

นับได้ว่าตอนนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายแล้ว ก่อนที่แฟนหนังซูเปอร์ฮีโรทั่วโลกจะได้ประจักษ์กับหนังที่รอคอยและคาดหวังมากที่สุดอย่าง ‘Deadpool & Wolverine’ ที่มีกำหนดฉายในวันที่ 24 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ แน่นอนว่าแฟน ๆ ย่อมคาดหวังกับหนังเรื่องนี้สูงมาก เพราะนอกจากจะเป็นหนังเรต R เรื่องแรกที่ถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นตัวมากอบกู้ MCU และ Marvel Studios ให้พ้นจากวิกฤติขาลงของหนังซูเปอร์ฮีโรในรอบหลายปีที่ผ่านมาได้เสียที

แต่แน่นอนว่าการนำเวด วิลสัน (Wade Wilson) หรือเดดพูล (Deadpool) กลับมาปะทะกับวูล์ฟเวอรีน (Wolverine) นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เพราะไรอัน เรย์โนลส์ (Ryan Reynolds) ในฐานะนักแสดงนำและโปรดิวเซอร์ผู้ดูแลโปรเจกต์ที่เคยปักหมุดความสำเร็จเอาไว้อย่างงดงาม และผู้กำกับ ชอว์น เลวี (Shawn Levy) เคยเกือบจะทิ้งนักสังหารปากแจ๋วเอาไว้กลางทาง จนกระทั่งการมาถึงของ ฮิว แจ็กแมน (Hugh Jackman) ที่กลับมาอีกครั้งพร้อมกับกรงเล็บเหล็ก

เรย์โนลส์ แจ็กแมน และเลวี ได้ให้สัมภาษณ์เล่าถึงเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น ‘Deadpool & Wolverine’ กับนิตยสาร Vanity Fair ตั้งแต่การทำงานท่ามกลางความคาดหวังจากการที่ 2 ภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างสูง การเปลี่ยนผ่านหลังจาก Disney เข้าซื้อกิจการ 20th Century Fox โดยสมบูรณ์ในปี 2019 และไหนจะเรื่องบทที่ต้องใช้เวลาเฟ้นหานานมากจนต้องเปลี่ยนมือคนเขียนบทหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งไอเดียการชวนแจ็กแมนกลับมาสวมกรงเล็บเหล็กอีกครั้ง

เรย์โนลส์เปิดใจเล่าถึงความรู้สึกติดค้างของเขา ที่นำไปสู่การตัดสินใจออกแรงเข็นโปรเจกต์หนัง Deadpool ภาคใหม่อีกครั้ง เพราะเขาเองผูกพันกับคาแรกเตอร์สร้างชื่อนี้อย่างมากจนไม่อาจจะละทิ้งไปได้ง่าย ๆ

“ผมรู้สึกเหมือนว่าผมเองติดหนี้ทางจิตวิญญาณอยู่อีกภาคหนึ่งน่ะครับ แต่การพยายามว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน และจะเกิดขึ้นได้ยังไง มันใช้เวลานานมาก มันเลยเป็นเหตุผลที่ใช้เวลาห่างจากภาคที่แล้วนานถึง 6 ปี หนังเรื่องนี้มันกลืนกินไปทั้งชีวิต”

“คือถ้าเป็นหนังปกติ คุณก็ต้องทำงานหนักมาก ๆ นั่นแหละ แต่กับหนังแบบนี้ คุณต้องยอมสละหลายสิ่งที่เป็นเรื่องปกติไป ทั้งการนอน การได้อยู่กับครอบครัว การเป็นตำนานของคุณพ่อ มันมีการเสียสละมากมาย ที่ผมจะบอกคือ พวกนี้มันเป็นปัญหาของคนที่มีชีวิตดี ๆ อยู่แล้ว ในขณะที่ตัวผมมีความสัมพันธ์ที่เข้มข้นกับตัวละครและโลกที่ตัวละครเหล่านั้นอาศัยอยู่”

ส่วนไอเดียของการชวนเลวีมารับหน้าที่กำกับในภาคนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเพราะเรย์โนลส์เคยร่วมงานกับเลวีมาแล้วหลายโปรเจกต์ ตั้งแต่ ‘Free Guy’ (2021) โดยเฉพาะในระหว่างถ่ายทำ ‘The Adam Project’ (2022) เรย์โนลส์ที่กำลังพูดคุยโปรเจกต์กับ Marvel Studios ได้ตัดสินใจชวนเขามาร่วมงานโปรเจกต์นี้ไปด้วยกัน แม้เขาจะไม่เคยทำงานกำกับหนังแฟรนไชส์จากคาแรกเตอร์มาก่อน จนทำให้เขาไม่ได้คาดหวังอะไรนัก แต่สุดท้ายเลวีก็ตกปากรับคำแบบไม่ต้องคิดนาน

Ryan Reynolds Hugh Jackman Deadpool and Wolverine

“ผมว่าพระเจ้าทรงทราบดีว่าโลกต้องการหนัง ‘Deadpool’ อีกเรื่องมาก่อนที่ผมจะได้พบกับไรอัน เรย์โนลส์ ด้วยซ้ำ และชีวิตของผมก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ไรอันบอกผมว่า ‘ฉันคิดว่าฉันคงทำ ‘Deadpool’ อีกสักเรื่อง ถ้าเราจะทำด้วยกัน’ ผมจำได้ว่าไรอันบอกว่า ‘ฉันรู้น่าว่านายคงจะปฏิเสธ’ และผมจำได้ว่าผมพูดสิ่งที่คิดในใจว่า ‘นายกำลังพูดอะไรน่ะ ฉันตอบตกลงไปแล้วเว้ย'”

แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นก็คงหนีไม่พ้นการหาเรื่องราวที่เหมาะสมให้กับ ‘Deadpool’ ภาคใหม่ ทั้งการสานต่อแนวทางการนำเสนอสุดเกรียน โหด ห่าม ติดเรต R ที่ทำให้ 2 ภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างสูง รวมทั้งการที่เรย์โนลส์เองไม่แน่ใจว่าจะหาที่ทางให้แอนตี้ฮีโรสุดเกรียนตัวนี้ เข้าไปแทรกเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล MCU ได้อย่างไร การพัฒนาบทเดินหน้าไปพร้อมกับการเสนอไอเดียในห้องประชุมกับเควิน ไฟกี (Kevin Feige) ประธานของ Marvel Studios ที่ทำให้พวกเขาเกือบจะถอดใจกับโปรเจกต์นี้

เลวีเล่าถึงตอนนั้นว่า “เราต้องหาเรื่องราวที่เหมาะสม และนั่นนำไปสู่ช่วงเวลาที่น่าสนใจมากในช่วงหลายเดือนที่ไรอัน ผม พร้อมด้วย พอล เวอร์นิก (Paul Wernick) และเร็ตต์ รีส (Rhett Reese) ผู้เขียนบท ‘Deadpool’ (2016) และ ‘Deadpool 2’ (2018) และเซ็บ เวลส์ (Zeb Wells) ผู้เขียนบทซีรีส์ ‘She-Hulk: Attorney at Law’ (2022) จะคอยมาคิดไอเดียเรื่องราว และประชุมกับเควิน ไฟกี และทีมงานที่ Marvel 2 ครั้งต่อสัปดาห์”

“ยอมรับตามตรงเลยว่า พวกเราพยายามกันหนักมาก เพื่อค้นหาเรื่องราวที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ และไม่ซ้ำซ้อนกับ ‘Deadpool’ 2 เรื่องก่อนหน้า มันต้องคู่ควรกับการเป็น ‘Deadpool’ ภาคแรกในจักรวาลภาพยนตร์ของ Marvel แต่ก็ต้องมีความเป็นหนังที่มีความติดดินบางอย่างด้วย เพราะนี่คือแฟรนไชส์ซูเปอร์ฮีโรที่อยู่บนโลก มีความโหดร้ายและสมจริง”

“มันมีทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว จนไรอันกับผมเกือบจะบอกกับเควินแล้วว่า ‘รู้ไหม ? บางทีตอนนี้มันอาจจะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมก็ได้ เพราะว่าเรายังคิดบทไม่ออก’ และนั่นก็คือช่วงเวลาที่โทรศัพท์ของไรอันดังขึ้น เพราะว่าฮิวโทรมาจากที่รถของเขา”

ตอนนั้นแจ็กแมนกำลังอยู่ในระหว่างสัปดาห์พักร้อน หลังจากใช้เวลาทุ่มเทกับภารกิจการแสดงละครบรอดเวย์เรื่อง ‘The Music Man’ แต่การดู ‘Deadpool’ ภาคแรกมาแล้ว ก็ทำให้เขามองเห็นภาพของการผจญภัยระหว่าง Deadpool กับ Wolverine จนทำให้เขาตัดสินใจโทรไปตกลงกับเพื่อนซี้อย่างเรย์โนลส์ด้วยตัวเอง แจ็กแมนเล่าถึงช่วงเวลาที่ทำให้เขายอมกลับมารับบทที่เคยประกาศวางมือไปแล้วเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี นับตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งสุดท้ายใน ‘Logan’ (2017)

“มันเป็นวันที่ 15 สิงหาคม ปี 2022 ผมกำลังขับรถในช่วงเริ่มต้นวันหยุดพักร้อน 1 สัปดาห์จากบรอดเวย์ มันเป็นงานที่ใหญ่มาก เราทำงานกันมาตั้ง 9 เดือน 6 วันต่อสัปดาห์ เมื่อคุณได้หยุดพัก 1 สัปดาห์ มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกพิเศษและปลดปล่อยความรู้สึกได้”

Ryan Reynolds Hugh Jackman Deadpool and Wolverine

“ผมนั่งอยู่ที่ชายหาดแบบไม่แคร์โลก อยู่ดี ๆ ก็มีอะไรบางอย่างผุดเข้ามาในหัวผมว่า ‘นายอยากทำอะไรต่อ’ ซึ่ง 2 อย่างแรกไม่เกี่ยวกับงานเลยครับ จากนั้นผมก็คิดไปถึง Deadpool กับ Wolverine ผมอยากเล่นหนังเรื่องนั้นนะ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ”

“หลังจากนั้นไม่นาน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาว่า ‘แต่นายวางมือไปตั้งแต่ ‘Logan’ แล้วนี่หว่า แล้วคนอื่นจะคิดยังไงเนี่ย ?’ ผมเลยเถียงกับเสียงในหัวว่า ‘เออหยุดเหอะ นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ’ จากนั้นผมมีเวลาขับรถกลับบ้านประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง และผมคิดว่าผมต้องโทรหาไรอัน ผมไม่รู้ว่าพวกเขาไปถึงไหนแล้ว คิดว่าคงน่าจะเริ่มถ่ายทำกันไปแล้วมั้ง”

แม้สิ่งที่ไฟกีเองไม่เห็นด้วยกับไอเดียของเรย์โนลส์อย่างหนึ่งก็คือ ไอเดียการนำเอาแจ็กแมนกลับมารับบทวูล์ฟเวอรีนอีกครั้ง หลังจากที่วางมือไปแล้วใน ‘Logan’ เพราะเขากลัวว่าการกลับมาครั้งนี้จะทำลายช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในฮอลลีวูดไป แต่สุดท้ายด้วยเหตุผลหลายอย่าง รวมทั้งการที่บังเอิญว่าแจ็กแมนเองก็เคยร่วมงานกับเลวีมาแล้วใน ‘Real Steel’ (2011) และทั้ง 3 คนต่างก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ทุกอย่างจึงไม่ใช่เรื่องยาก

“ผมรู้โดยสัญชาตญาณว่า ‘Deadpool’ จะทำให้เราเข้าถึงด้านที่แตกต่างของตัวละครวูล์ฟเวอรีนได้มากกว่าที่ผมเคยแสดงมาในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ขัน บทสนทนา และการกระทำ ทุกอย่างดูสดใหม่ไปหมดสำหรับผม และผมก็ได้แบ่งปันสิ่งนี้กับไรอันและชอว์น ซึ่งเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด 2 คนของผม พวกเรา 3 คนเป็นเหมือนกับ 3 เกลอ ไม่มีวันไหนเลยที่ผมจะไม่หัวเราะจนน้ำตาไหล ผมรู้สึกสดชื่นขึ้นมากที่ได้กลับมารับบทนี้ ผมผ่านมันมา 25 ปีแล้ว และมันก็รู้สึกดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น”

ในระหว่างการประชุมออนไลน์ แจ็กแมนได้ยืนยันผ่านโทรศัพท์ของเรย์โนลส์ว่าเขาจะกลับมารับบทนี้อย่างแน่นอน และทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มขึ้นจากตรงนั้น

เรย์โนลส์: “หลังจากนั้นไม่นาน เราประชุมกับเควิน ไฟกี ผ่าน Zoom ผมจำได้ว่ามันเป็นวันเดียวกัน”

แจ็กแมน: “ผมโทรหาเขาทันทีเลย ด้วยเหตุผลบางอย่างมันทำให้ผมรู้สึกว่ารออีก 20 นาทีไม่ไหวแล้ว ปกติ 20 นาทีมันไม่ได้สำคัญอะไร แต่แปลกที่มันดูสำคัญขึ้นมาเสียอย่างนั้น ผมบอกว่า ‘ผมอยากเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะผมรู้ดีถึงแก่นแท้ของมัน’ แล้วไรอันก็พูดว่า ‘ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเวลานั้นจะมาถึงแล้ว เพราะเรากำลังจะประชุมกัน และผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้เราไปถึงไหนแล้ว'”

เรย์โนลส์: “ตอนที่เราประชุม Zoom กับเควิน เรามุ่งตรงไปที่ประเด็นสำคัญทันที ผมบอกว่า ‘นี่ดูสิ มีคนโทรมาหาเราด้วยนะ ผมรู้สึกว่า เราคงจะโง่เง่าเต่าตุ่นมากเลยเนอะ ถ้าจะมองดูของขวัญชิ้นนี้แล้วไม่สนใจมันน่ะนะ โอกาสแบบนี้มีแค่ 1 ในล้าน ผมรู้สึกแบบจริง ๆ เลยว่า นี่แหละคือสิ่งที่เรากำลังมองหา'”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...