โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดจะทน! สาวร้องชาวเน็ต อดีตแฟนหนุ่ม ทำร้ายแมว เจ็บปางตาย

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 30 มิ.ย. 2567 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2567 เวลา 03.35 น. • Bright Today

ทำได้ยังไง! หนุ่มโมโหแฟน ทำร้ายแมว จับแขวนคอ ต่อยตาปูด อาการสาหัส เหตุ แอบกินอาหารคน ไร้สำนึก ลั่น ให้แมวรับเคราะห์แทน

กลายเป็นกระแสทั้งโซเชียลหลังมี ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง ได้โพสต์รูปพร้อมข้อความ แฟนหนุ่มทำร้ายแมวที่เลี้ยงไว้ อาการสาหัสเจ็บปางตาย เพราะ แมวไปกินอาหารคน จับแขวนคอ ต่อยจนตาปูด จึงได้รับพาไปหาหมอก่อนจะส่งเรื่องร้องถึงมูลนิธิวอชด็อก

ทำร้ายแมว

โพสต์ดังกล่าวระบุข้อความไว้ว่า “ทำร้ายแมวเกิน แค่แมวไปกินอาหารคน ตัวเองอยู่ใกล้ไม่ดู ไปลงกับแมว เพื่อนหนูอาบน้ำจะแต่งตัวหันหลังให้แมว แล้วเเมวอีกตัวไปกินกับข้าว เขาอยู่ใกล้แต่ไม่ดูอะไรเลย จับน้องแขวนคอแล้วทุบกับปูนหน้าบ้าน อีกตัวโดนต่อยจนตาปูด อีกตัวจับน้องฟาดจนน้องน้ำลายฟูมปาก เลวมาก #อัพเดทมูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์รับเรื่องแล้ว ตอนนี้น้องถึงมือหมอแล้วค่ะ”

โดยมี แมวทั้งหมด 3 ตัวที่ถูกทำร้าย ที่เข้ารักษาหนึ่งในนั้นคือ น้องม่อน อาการสาหัส จากการโดนทุ่มสมองกระทบกระเทือน ต้องให้ยาฆ่าเชื้อ และตัวสีน้ำตาล น้องอ้วน และตัวสามสี น้องมีตังค์ เพียงแค่ทำแผลแล้วกลับบ้านได้แต่ต้องกินยาตลอด

แมวโดนทำร้าย

ทางมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ WDT รับเรื่องหลังเจ้าของแมวเข้าร้องเรียนถึงการกระทำของแฟนหนุ่ม ซึ่งทางมูลนิธิประสานชี้แจงแฟนหนุ่มว่าต้องถูกดำเนินคดี เจ้าตัวยอมรับว่าทำจริงและเสียใจมาก ทางมูลนิธิเตรียมนัดหมายร้อยเวร ให้แฟนหนุ่ม เข้ามอบตัว ที่ สภ.ราษฎร์บูรณะ ยินยอมรับโทษที่ก่อไว้แต่โดยดี พร้อมประสานเจ้าของฝ่ายหญิง เข้ารับตัวแมวทั้งสามตัวส่งตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ ตัวที่อาการหนักที่สุดและบาดเจ็บสาหัส คือน้องม่อน แมวตัวสีขาว จึงต้องแอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาล

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ WDT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...