โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด็กติดเชื้อ'โนโรไวรัส'เพิ่มขึ้น สาเหตุการอักเสบ ติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ที่เซี่ยงไฮ้ เกิดการระบาด

JS100

อัพเดต 13 ธ.ค. 2567 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2567 เวลา 02.57 น. • JS100:จส.100
เด็กติดเชื้อ'โนโรไวรัส'เพิ่มขึ้น สาเหตุการอักเสบ ติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ที่เซี่ยงไฮ้ เกิดการระบาด

หลังจาก กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะผู้ปกครองหมั่นดูแลสุขภาพอนามัยเด็ก ๆ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ รับประทานอาหารปรุงสดใหม่ สุก สะอาด เพื่อช่วยลดการอักเสบติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการเเพทย์ เปิดเผยว่า โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร ที่พบได้บ่อยในเด็ก เชื้อนี้มีความสามารถที่จะแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว แม้ได้รับเชื้อในปริมาณเพียงเล็กน้อย เนื่องจาก สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นเวลานาน และทนต่อความร้อนและน้ำยาฆ่าเชื้อต่าง ๆได้ดี หลังจากได้รับเชื้อ มักจะมีอาการภายใน 12- 48 ชั่วโมง อาการแสดงของโรคที่พบได้บ่อย คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้อง อาจมีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว และอาจมีภาวะขาดน้ำที่อาจเกิดในผู้ป่วยเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 1-3 วัน สถานการณ์ในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พบมีจำนวนมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยนอกมีจำนวนไม่มากนักที่มีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามการรายงานอาจจะต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อมีราคาค่อนข้างสูง จึงไม่ได้ส่งตรวจในผู้ป่วยทุกราย ยกเว้นในรายที่ต้องนอนโรงพยาบาล หรือมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจาย เพื่อใช้ในการแยกโรคเป็นหลัก นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่มียาหรือการรักษาเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการดูแลตามอาการที่เกิดขึ้น และส่วนใหญ่ อาการต่าง ๆ จะดีขึ้นได้ในเวลา 3-4 วัน ในรายที่อาการไม่รุนแรง ให้ดื่มน้ำเกลือแร่ ในกรณีที่อาเจียนและท้องเสีย ให้ทานอาหารอ่อนๆ ร่วมกับให้ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง ตามอาการ ในรายที่มีภาวะขาดสารน้ำค่อนข้างมาก หรือมีอาเจียน ปวดท้อง และถ่ายตลอด อาจเกิดอันตรายจากการขาดน้ำ ส่งผลให้เกิดภาวะทำให้ช็อค ความดันโลหิตต่ำ พิจารณาให้เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด และติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยที่จะมีโอกาสเกิดอันตรายจากการขาดน้ำได้แก่ ผู้ป่วยเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว วิธีการป้องกันในสถานศึกษาหรือในศูนย์เด็กเล็กแนะนำให้หมั่นรักษาสุขอนามัยด้วยการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ ทำความสะอาดพื้นหรือสิ่งแวดล้อม หรือจุดเสี่ยงที่คาดไม่ถึง ที่เราสัมผัสในชีวิตประจำวัน ปุ่มลิฟต์ ลูกบิดประตู แท็บเล็ตหรือโทรศัพท์ที่ใช้ร่วมกัน พื้นผิวเหล่านี้สามารถเป็นแหล่งสะสมเชื้อได้เป็นเวลาหลายวัน

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ระบุว่า “เกร็ดน่ารู้สำหรับโนโรไวรัสครับ ไวรัสชนิดนี้ก่อโรคทางระบบทางเดินอาหาร ติดแล้วเกิดการอักเสบของกระเพาะหรือลำไส้มีอาการท้องเสีย อาเจียน ขาดน้ำ ไข้ขึ้น ปวดศีรษะ เลยมีคนเรียกอาการนี้ว่า Stomach flu ซึ่งจริงๆไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไวรัส Influenza ของไข้หวัดใหญ่เลย หลังจากรับเชื้อไวรัสมาประมาณแค่ 12-48 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ก็มีอาการแล้ว ซึ่งระยะฟักตัวสั้นมาก อาการจะอยู่ไป 1-3 วัน ก็จะทุเลาหายไป แต่ ไวรัสในร่างกายยังไม่หายตามอาการนะครับ จะอยู่ในอุจจาระที่เราถ่ายออกมาต่ออีก 2-3 สัปดาห์ ในปริมาณที่แพร่เชื้อต่อให้คนอื่นได้…อันนี้ปัญหาหลักเลยครับ เพราะคนป่วยมีอาการมักไม่แพร่เชื้อเพราะไม่ได้ไปไหนไกล คนเพิ่งหายนี่เป็นปัญหามากกว่า เนื่องจาก ไวรัสมุ่งเป้าไปที่เซลล์ในระบบทางเดินอาหาร แหล่งผลิตเพิ่มจำนวนไวรัสก็อยู่ในนั้น แหล่งของไวรัสคือ อุจจาระ และ อาเจียน ที่ออกมาซึ่งต้องจัดการให้ถูกต้องไม่ให้ปนเปื้อนไวรัส โดยเฉพาะในห้องน้ำสาธารณะ เพราะโอกาสสัมผัสเชื้อมีสูง เชื้อไม่แพร่ทางอากาศ เข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสแล้วนำเข้าปากไปเจอเซลล์ในลำไส้ ไวรัสชนิดนี้มีขนาดเล็กเหมือนเม็ดโปรตีนจิ๋วๆ เป็นไวรัสที่ไม่มีไขมันหุ้ม ดังนั้นการใช้แอลกอฮอร์ซึ่งทำลายไขมันจะไม่ work เพราะไม่มีอะไรให้ทำลาย ต้องใช้สบู่ทำความสะอาดในเวลาที่เพียงพอให้โปรตีนของไวรัสเสียสภาพ น้ำยาฆ่าเชื้อยังสามารถทำลายไวรัสได้ เช่น น้ำยาซักผ้าขาว แต่กลิ่นอาจจะไม่ค่อยน่าใช้ครับ อาหารที่พบว่ามีเชื้อไวรัสปะปนง่ายๆคือ อาหารทานดิบ เช่น หอยนางรม กิมจิ หรือ น้ำดื่มไม่สะอาด ซึ่งการปรุงสุกสามารถทำลายไวรัสได้หมดจากความร้อนครับ Note : เนื่องจากอาการท้องเสียกรณีเกิดจากไวรัส ดังนั้นการใช้ยาปฏิชีวนะ จะไม่ได้ผล อาการที่หายไปหลังใช้ยา เป็นการหายตามธรรมชาติ แต่อาจจะเข้าใจผิดว่า ยาฆ่าเชื้อหมดแล้ว ซึ่งอาจทำให้แพร่เชื้อต่อให้คนอื่นได้นะครับ”

Center for Medical Genomics หรือ ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี รายงานว่า การระบาดของโนโรไวรัสในจีนช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบหนักต่อเด็ก โดยเฉพาะในโรงเรียน สาเหตุหลักมาจากเชื้อสายพันธุ์ GII.4 Sydney[P16] ที่แพร่กระจายได้รวดเร็วและทำให้เกิดอาการกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบรุนแรง นำไปสู่อาการอาเจียนและท้องเสีย เหตุการณ์ระบาดในเซี่ยงไฮ้เริ่มต้นเมื่อเด็กคนหนึ่งกลับมาเรียนหลังหายจากอาการป่วยครบ 72 ชั่วโมง วันที่ 27 เม.ย.67ศูนย์ควบคุมโรคเขตผู่ตงได้รับรายงานว่ามีเด็กหลายคนอาเจียนในโรงเรียนอนุบาล จากการสอบสวนพบว่าเด็กคนแรกเคยมีอาการอาเจียนและท้องเสียที่บ้าน แต่หลังจากหายดีครบ 72 ชั่วโมงจึงกลับมาเรียนในวันที่ 25 เม.ย.67 หลังจากนั้นไม่นาน มีเด็กอีก 11 คนเริ่มแสดงอาการ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อควบคุมการระบาด ทั้งเพิ่มมาตรการตรวจสอบและทำความสะอาดในโรงเรียน กำหนดให้เด็กที่ป่วยต้องพักอยู่บ้านจนกว่าจะหายดีครบ 72 ชั่วโมงก่อนกลับมาเรียน มีการเก็บตัวอย่างจากเด็กและสิ่งแวดล้อมเพื่อตรวจหาเชื้อ ผลยืนยันว่าเป็นการระบาดของโนโรไวรัส เด็กทุกคนหายเป็นปกติภายในวันที่ 6 พ.ค.67 ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาโนโรไวรัสโดยเฉพาะ การรักษาจึงทำได้เพียงบรรเทาอาการ เช่น ให้สารน้ำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และให้ยาแก้อาเจียนถ้าจำเป็น ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือขาดน้ำมากอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรับน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ #โนโรไวรัส Cr.ขอบคุณข้อมูล-ภาพ กรมการแพทย์,Center for Medical Genomics,Anan Jongkaewwattana

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...