โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิธียื่น ภาษี ที่ถูกต้อง สำหรับร้านค้าออนไลน์ สตรีมเมอร์ อินฟลูฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ธ.ค. 2567 เวลา 14.14 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2567 เวลา 06.14 น.

นอกจากงานประจำแล้วหลายคนอาจจะมีอาชีพเสริม ไม่ว่าจะเป็นการขายของออนไลน์ เป็นสตรีมเมอร์/อินฟลูเอ็นเซอร์ หรือบางคนอาจจะทำเป็นอาชีพหลักเลยก็ได้ ซึ่งหากมีรายได้จากอาชีพเหล่านี้ก็ต้องเสีย "ภาษี" ด้วย ดังนั้น ร้านค้าออนไลน์ สตรีมเมอร์ อินฟลูเอ็นเซอร์ ควรศึกษาวิธีเสียภาษีที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้โดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

ทำไมร้านค้าออนไลน์ถึงโดนเรียกภาษีย้อนหลัง

สาเหตุที่ร้านค้าโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเกิดจากการไม่ยื่นภาษี หรือ ยื่นภาษีล่าช้า โดยหากร้านค้าไม่ยื่นภาษีหรือยื่นภาษีล่าช้า จะต้องชำระดังนี้

  • ภาษีที่ยังไม่ได้ชำระหรือชำระไว้ขาด
  • เบี้ยปรับ
  • เงินเพิ่มซึ่งเป็นบทลงโทษเกี่ยวกับภาษีอากรและอาจมีโทษทางอาญาด้วย แล้วแต่ความร้ายแรงของความผิด

ร้านค้าแบบไหนต้องเสียภาษีบ้าง

ร้านค้าที่มีรายได้จากการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นกรณีร้านค้าทั่วไป หรือร้านค้าที่ผู้ประกอบการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ โดยสำหรับบุคคลธรรมดากฎหมายได้กำหนดเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี

  • กรณีเป็นคนโสด มีเงินได้ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน 60,000 บาท มีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ
  • กรณีเป็นคนมีคู่สมรส มีเงินได้ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเกิน 120,000 บาท มีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ

ร้านค้าออนไลน์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

รายได้จากการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นกรณีร้านค้าทั่วไป หรือร้านค้าที่ผู้ประกอบการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) โดยต้องเสียภาษีเงินได้

การเสียภาษีเงินได้มีกี่รูปแบบ

การเสียภาษีเงินได้มี 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบบุคคลธรรมดา และรูปแบบนิติบุคคล

1. รูปแบบบุคคลธรรมดา การเสียภาษีจากการขายของออนไลน์แบบบุคคลธรรมดา ต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด.90) และครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) โดยมีรายละเอียดดังนี้

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี (ภ.ง.ด.90)

จะต้องนำเงินได้จากการประกอบกิจการ และเงินได้อื่น เช่น เงินเดือน ค่าเช่า เป็นต้น ที่ได้รับตลอดปีภาษีมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสิ้นปี เพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีโดยการคำนวณนั้นจะต้องคำนวณวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 (ถ้าเข้าเงื่อนไข) ดังนี้

วิธีที่ 1

เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

เงินได้สุทธิ X อัตราภาษี = ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

*ผู้เสียภาษีสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% หรือ จะหักต้นทุนค่าใช้จ่ายตามจริงก็ได้ โดยต้องจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายรวบรวมหลักฐานการซื้อขาย

วิธีที่ 2

ให้คำนวณเฉพาะกรณีมีเงินได้พึงประเมินทุกประเภท (ไม่รวมเงินเดือน) จำนวนรวมกันตั้งแต่ 120,000 บาท ขึ้นไป

เงินได้พึงประเมิน X 0.005 = ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หากภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 2 มีจำนวนไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี

**เมื่อคำนวณภาษีวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 แล้ว ให้ชำระภาษีตามจำนวนที่สูงกว่า หากมีภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย หรือมีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีชำระไว้แล้วสามารถนำมาหักอออกจากจำนวนภาษีที่ต้องชำระได้

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94)

วิธีที่ 1

นำเงินได้พึงประเมินประเภท 5 – 8 ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายน หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อนกึ่งหนึ่ง แล้วนำไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้ภาษีที่ต้องชำระครึ่งปี

วิธีที่ 2

นำเงินได้พึงประเมินประเภท 5 – 8 ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายน คูณ 0.005 (หากภาษีที่คำนวณได้ มีจำนวนไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี)

เมื่อคำนวณภาษีวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 แล้ว ให้ชำระภาษีตามจำนวนที่สูงกว่าหากมีภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี)

สำหรับเงินได้พึงประเมินประเภท 5-8 ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนมิถุนายนในปีภาษีดังกล่าว ถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีครึ่งปีได้

อัตราภาษีของการเสียภาษีแบบบุคคลธรรมดาเป็นแบบขั้นบันไดตั้งแต่ 0-35% การยื่นภาษีแบบบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นภาษีกลางปี สำหรับรายได้ตั้งแต่เดือนที่มกราคม-มิถุนายน โดยยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในวันที่ 30 กันยายน และครั้งที่ 2 ยื่น ภ.ง.ด.90 สำหรับรายได้ทั้งปี โดยยื่นภายในสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไป

2.รูปแบบนิติบุคคลผู้ประกอบการร้านค้าต้องไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลกับกระทรวงพาณิชย์ มีอยู่ 3 รูปแบบคือ 1.บริษัทจำกัด 2.ห้างหุ้นส่วนจำกัด 3.ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้ง 3 รูปแบบนี้ ต้องเสียภาษีเงินได้แบบนิติบุคคล ต้องจัดทำบัญชีและเสียภาษีจากกำไรตามจริง

สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีของนิติบุคคลต้องยื่นแบบปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ 1.การยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชี และ 2.การยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.51 โดยปกติต้องยื่นภายในสิ้นเดือนสิงหาคมของทุกปี แต่ปีนี้มีมาตรการขยายเวลาเป็นภายในวันที่ 30 กันยายน 2563

การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี

ให้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ ดังนี้

กำไรสุทธิ X อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล = ภาษีเงินได้นิติบุคคล

กำไรสุทธิคำนวณจากรายได้จากการประกอบกิจการ หรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี หัก ด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี ตามประมวลรัษฎากร

ส่วนอัตราภาษีมี 2 แบบ หากเป็นกิจการ SMEs คือ มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท และ มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท กำไร 3 แสนบาทแรกได้รับยกเว้นภาษี 3 แสนขึ้นไปถึง 3 ล้านบาท เสียภาษี15% และ 3 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีอัตรา 20% ส่วนกิจการอื่นๆ ที่ไม่เข้าข่าย SMEs เสียภาษีจากกำไรในอัตราภาษี 20%

การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี

กึ่งหนึ่งของประมาณกำไรสุทธิที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี X อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล = ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีรอบระยะเวลาบัญชี

ร้านค้าออนไลน์ยื่นภาษีได้ทางไหนบ้าง

สำหรับช่องทางการยื่นภาษี สามารถยื่นได้ทางเว็ปไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th หรือ ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

ทำไมสตรีมเมอร์/อินฟลูเอ็นเซอร์ถึงโดนเก็บภาษีย้อนหลัง

สาเหตุที่กลุ่มสตรีมเมอร์/อินฟลูเอ็นเซอร์ โดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังมี 2 กรณี 1. ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ในกรณีที่มีหน้าที่ยื่นแบบฯ ในปีภาษีที่มีเงินได้ 2. ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ไว้ไม่ถูกต้อง

โดยในกรณีของ stramer/influencer จะมีรายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณา รายได้จากการรับจ้างรีวิวสินค้า หรือรายได้จากการรับจ้างโชว์ตัวตามงานต่าง ๆ ซึ่งรายได้ดังกล่าวมักถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้จากผู้ว่าจ้าง ทำให้ผู้มีเงินได้เข้าใจว่าตนเองได้เสียภาษีไว้แล้ว จึงมิได้นำรายได้มายื่นแบบฯ

อีกประเด็นหนึ่งคือ ผู้มีเงินได้ได้รับเงินได้บางประเภทเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ผู้มีเงินได้มักไม่ทราบข้อกฎหมายดังกล่าว ทำให้ถูกตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

สตรีมเมอร์/อินฟลูเอ็นเซอร์ ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

  • รายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณา (Adsense) จากการนำโฆษณามาวางในช่องยูทูป ที่ Youtubeจ่ายให้อินฟลูเอ็นเซอร์ในประเทศไทย ถ้าอินฟลูเอ็นเซอร์อยู่ในประเทศไทยมากกว่า 180 วันในปีนั้นๆ และได้รับเงินโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารของอินฟลูเอ็นเซอร์ ต้องเสียภาษีตาม “หลักถิ่นที่อยู่” ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) และหักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • รายได้จากซื้อมา-ขายไป กรณีอินฟลูเอ็นเซอร์จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) และหักค่าใช้จ่ายเหมา 60% หรือหักค่าใช้จ่ายตามจริง
  • รายได้จากการรับจ้างรีวิวสินค้า ซึ่งเป็นรายได้ค่าจ้างให้โฆษณาจากเจ้าของสินค้าต่างๆ

3.1 กรณีรับจ้างโดยไม่ได้ลงทุนเครื่องมืออุปกรณ์ กรณีรับจ้างโดยลงทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) และหักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท รวมกับมาตรา 40(1)

3.2 กรณีรับจ้างโดยลงทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) และหักค่าใช้จ่ายตามจริง

  • รายได้จากการรับจ้างโชว์ตัว หรือ Event ซึ่งเป็นรายได้ค่าจ้างให้โฆษณาจากเจ้าของสินค้าต่างๆ

4.1 กรณีรับจ้างโดยไม่ได้ลงทุนเครื่องมืออุปกรณ์ กรณีรับจ้างโดยลงทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) และหักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท รวมกับมาตรา 40(1)

4.2 กรณีรับจ้างโดยลงทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) และหักค่าใช้จ่ายตามจริง

ทั้งนี้ การเสียภาษีเงินได้มี 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบบุคคลธรรมดา และรูปแบบนิติบุคคลเช่นเดียวกัน

*หากสตรีมเมอร์/อินฟลูเอ็นเซอร์ มีเงินได้จาก Youtube ค่าจ้างโฆษณา หรือค่าจ้างออกงานต่างๆ รวมกันทุกอย่าง (ยกเว้นเงินเดือนจากงานประจำ) รวมกัน เกิน 1,800,000 บาทต่อปีแล้ว อินฟลูเอ็นเซอร์จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม อีก 7% จากรายได้อีก

ถ้าร้านค้า/สตรีมเมอร์/อินฟลูเอ็นเซอร์ โดนเก็บภาษีย้อนหลังต้องทำอย่างไร

หากผู้มีเงินได้ถูกตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และเสียภาษีตามข้อเท็จจริงของการมีเงินได้ หรือหากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับผลการตรวจสอบก็สามารถนำหลักฐานต่างๆ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงและตรวจสอบความถูกต้องได้

หากผู้มีเงินได้มิได้ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา ต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตาม ม.35 แห่งประมวลรัษฎากร และหากมีภาษีชำระต้องชำระภาษีพร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนและไม่สามารถผ่อนชำระได้ เอกสารที่ต้องเตรียม เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เอกสารเกี่ยวกับสิทธิ์ลดหย่อนทางภาษี เป็นต้น

ร้านค้า/สตรีมเมอร์/อินฟลูเอ็นเซอร์ เสียภาษีอย่างไรให้ถูกต้อง

  • รายได้หลักของ สตรีมเมอร์/อินฟลูเอ็นเซอร์ ได้แก่
  • ส่วนแบ่งค่าโฆษณา (มาตรา 40(8))
  • การ Review สินค้า (มาตรา 40(2) หรือ 40(8))
  • ออกงาน Event / โชว์ตัว (มาตรา 40(2) หรือ 40(8))
  • การซื้อมา-ขายไป (มาตรา 40(8))

*ผู้มีเงินได้ต้องเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ได้รับจากผู้ว่าจ้าง เพื่อตรวจสอบประเภทที่มาหรือลักษณะของรายได้ เนื่องจากมีการหักค่าใช้จ่ายต่างกัน เพื่อใช้สำหรับเตรียมความพร้อมในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...