“เฉลิมชัย” ตอบกระทู้ชัด อนุญาตใช้พื้นที่ป่าเฉพาะคำขอที่มาจากในส่วนราชการ
“เฉลิมชัย” ตอบกระทู้ชัด อนุญาตใช้พื้นที่ป่าเฉพาะคำขอที่มาจากในส่วนราชการ ที่ทำประโยชน์ให้ท้องถิ่น ส่วนรวม และประชาชน ยึดหลัก “ความล่าช้า คือความอยุติธรรม” จ่อขอมติ ครม. ผ่อนผันใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า เป็นครั้งที่ 3
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2568 นานเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว. ทส.) กล่าวตอบกระทู้ถามที่ 397 เรื่องการขออนุญาตสร้าง ขยายหรือปรับปรุงถนนสาธารณะที่ประชาชนใช้เดินทางสัญจรแต่กฎหมายกำหนดให้เป็นป่าตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ซึ่งถามโดยนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. จังหวัดราชบุรี ที่ถามว่า จากการที่ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 ได้บัญญัติให้ที่ดินที่ไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ถือเป็นที่ดินของรัฐ ประกอบกับมาตรา 4 อนุ 1 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 บัญญัติให้ป่าหมายความว่า ที่ดินที่ยังมิได้มีบุคคลใด ได้มาตามกฎหมายที่ดิน ให้ถือเป็นพื้นที่ป่า ทำให้ถนนหนทาง ทางเดินเท้า รวมถึงถนนทั้งที่ยังไม่มีการก่อสร้างและที่ก่อสร้างไปแล้ว เมื่อยังไม่มีหนังสือรับรองสิทธิ์ให้ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงสาธารณะ ตามกฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ให้ถือว่ายังเป็นพื้นที่ป่า โดยการขออนุญาตใช้พื้นที่ดังกล่าว จึงต้องขออนุญาตจากกรมป่าไม้
นายอัครเดช กล่าวเท้าความว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจาก อบต.ลาดบัวขาว ซึ่งได้ทำเรื่องขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ตั้งแต่ปี 2566 ขณะที่ถนนเส้น สะพานท่าผา แยกลาดบัวขาว ตรงไปออกคลองสอง (ซ้าย) ต.ลาดบัวขาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มีสภาพชำรุด อีกทั้งตนได้ตั้งกระทู้เพื่อขอให้รัฐบาลดำเนินการปรับปรุงถนนเส้นเบิกไพร - หนองปลาหมอ ให้เป็นถนนสี่เลน ทำให้มีการปิดสะพานบริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านโป่ง ไปตั้งแต่ปี 2566 ขณะที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง มีความพร้อมด้านงบประมาณในการลาดยางถนนเส้นท่าผา – ลาดบัวขาว แต่ถนนเส้นดังกล่าวไม่สามารถปรับปรุงพื้นผิวได้เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ ปัญหาลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นหลายแห่งในจังหวัดราชบุรีที่ได้ส่งคำขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไปแล้วราว 5,000 คำขอ ซึ่งหมายถึงถนนหลายแห่งในจังหวัดไม่สามารถลาดยาง หรือปรับปรุงเส้นทางให้ประชาชนได้ จึงได้สอบถาม รมว. ทส. ว่า รัฐบาลมีแนวทางในการแก้ไขหลักเกณฑ์การอนุญาตให้สร้าง ขยาย หรือปรับปรุงถนนสาธารณะสำหรับประชาชน เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน ให้มีความสะดวกรวดเร็วหรือไม่ อย่างไร
โดยรมว.ทส. ได้กล่าวตอบคำถามแรกว่า ตนได้รับทราบปัญหานี้มาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง พร้อมกับชี้แจงว่า การที่มีกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ในการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตป่าทั้งหมด ตั้งแต่เขตป่าไม้ 2484 เขตป่าสงวน เขตป่าอนุรักษ์ นั้น เป็นไปเพื่อรักษาพื้นที่ป่า แต่เมื่อวันนี้มีความเจริญมากขึ้น ทำให้พื้นที่ป่าไม้หลายแห่งอยู่ในเขตเมือง และพื้นที่ป่าเหล่านั้นยังไม่ได้มีการยกเลิก ทำให้ยังมีสถานภาพตามกฎหมายเป็นพื้นที่ป่า ดังนั้นการอนุมัติ อนุญาตใช้พื้นที่ จึงต้องทำตามระเบียบ กฎกระทรวง หรือกฎหมายที่กำกับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เดิมนั้นขั้นตอนการยื่นคำขอใช้พื้นที่ป่า เพื่อเข้าทำประโยชน์ในเขตป่านั้น จะต้องยื่นกับสำนักงานทรัพยากรป่าไม้ท้องที่ และให้อธิบดีกรมป่าไม้เป็นผู้อนุมัติ แต่มาถึงวันนี้ได้มีการปรับปรุงกระบวนการให้สั้นลง โดยได้มีการมอบอำนาจไปให้ป่าไม้เขต ซึ่งมีอยู่ 13 เขตทั่วประเทศ และยังมีตัวแทนป่าไม้เขตอีก 10 สาขา สามารถเซ็นอนุมัติใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการอนุมัติคำขอรวดเร็วขึ้น
“บางครั้งการดำเนินการตั้งงบประมาณและยื่นคำขอไป ปรากฏว่าหมดปีงบประมาณก็ยังไม่ได้สร้าง เพราะยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติ วันนี้ผมอยากจะฝากไปถึงท้องถิ่น และส่วนราชการว่า ก่อนดำเนินการยื่นขอใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า จะต้องดูความเรียบร้อยของเอกสารให้ครบถ้วน ถ้าเอกสารครบ จะมีการพิจารณาอนุมัติภายในไม่เกิน 60 วัน แน่นอน ซึ่งผมได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ว่า ความล่าช้า คือความอยุติธรรม หากเราไม่สามารถแก้ความล่าช้าได้ เราก็ไม่สามารถให้ความยุติธรรมกับพี่น้องประชาชน หรือหน่วยงานต่างๆ ได้” รมว.ทส. กล่าว
นายอัครเดช ได้กล่าวขอบคุณหลังจากรับทราบแนวทางการบริหารกระทรวง ทส. ภายใต้การนำของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน พร้อมกับเปิดเผยด้วยว่า ตนได้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องค่าธรรมเนียมในการปลูกป่า ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ว่า ถนนบางเส้นแม้จะอยู่ในเขตพื้นที่ป่า แต่ถูกใช้เป็นถนนมาหลายสิบปี เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำคำขอใช้พื้นที่เพื่อให้มีการปรับปรุงถนนเส้นดังกล่าว ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้กับกรมป่าไม้ สำหรับนำเงินดังกล่าวเพื่อใช้ปลูกป่าทดแทนต่อไป จึงขอสอบถามเพิ่มเติมว่า การเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าว ทางเทศบาล อบต. ไม่สามารถใช้เงินงบประมาณที่ได้ เนื่องจากติดข้อกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงอยากให้ รมว. ทส. ได้นำเรื่องนี้เข้าหารือใน ครม. เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยได้ทบทวนกฎระเบียบเพื่อให้ เทศบาล อบต. สามารถใช้งบประมาณชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้
ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ได้ยกตัวอย่าง กรณีอุทกภัยที่ผ่านมา กระทรวง ทส. ได้นำเรื่องเข้า ครม. เพื่อให้ส่วนราชการ ท้องถิ่น สามารถดำเนินการซ่อมแซม แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนไปพลางก่อนได้ แล้วจึงค่อยยื่นรายละเอียดตามระเบียบที่กำหนดไว้ย้อนหลังมา จากเรื่องนี้สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการ ที่มีการพัฒนาพื้นที่ในเขตป่าไม้ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นคำขอใช้ประโยชน์ ซึ่งจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2563 และ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2564 ที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการสามารถยื่นคำขอย้อนหลังได้ ทำให้ขณะนี้มีคำขอทั้งหมด 137,444 คำขอ แต่ตนได้รับทราบตั้งแต่วันที่เข้ารับตำแหน่งว่า ยังมีท้องถิ่นอีกหลายแห่งไม่ทราบว่ามีการดำเนินการลักษณะนี้
“ดังนั้น ผมจึงเปิดโอกาสให้ท้องถิ่น หรือส่วนราชการ ขอมติ ครม. เพื่อผ่อนผันให้ยื่นคำขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ย้อนหลังได้ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการเป็นครั้งที่ 3 และครั้งนี้สิ่งที่มีเพิ่มเติมคือ ส่วนราชการใดที่ไม่ได้ยื่นคำขอตามมติ ครม. ปี 2563 และ 2564 ก็สามารถยื่นคำขอได้ในครั้งนี้ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาคั่งค้างเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในอดีตได้
สำหรับกระบวนการเข้าสู่ ครม. นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมคำขอใช้พื้นที่จากหน่วยงานต่างๆ จากนั้นจะได้เสนอเข้าให้ ครม. พิจารณา เมื่อ ครม. อนุมัติต่อไป ดังนั้นขอฝากท้องถิ่นและส่วนราชการที่จำเป็นจะต้องใช้พื้นที่เขตป่าไม้ทั้งหมด ให้ดำเนินการยื่นกับองค์กร ตัวแทนของกระทรวง ทส. ที่รับผิดชอบ ซึ่งจะทำให้ได้รับสิทธิในการกลับเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างถูกกฎหมาย และในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถดำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุงสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ป่าได้ทันที และยื่นคำขอย้อนหลังตามกระบวนการด้วย ส่วนการอนุมัติการใช้ประโยชน์ของโครงการที่อยู่ในพื้นที่ป่าโซน ซี เดิมเป็นอำนาจของ รมว. ทส. แต่การยื่นคำขอครั้งนี้ ตนได้เสนอให้เป็นอำนาจของ คกก. พิจารณาการใช้พื้นที่ ซึ่งมีปลัดกระทรวงเป็นประธาน เมื่อ คกก.อนุมัติให้ใช้พื้นที่ ก็ไม่ต้องวนมาให้ รมว. ทส. เพื่อสั่งการอนุมัติอีก ซึ่งจะทำให้กระบวนการมีความรวดเร็วขึ้นอีก 2 เดือน พร้อมกับขอย้ำว่าสิ่งที่เราดูแลอำนวยความสะดวกให้นี้ เฉพาะคำขอที่มาจากในส่วนราชการ เพราะจะเป็นการทำประโยชน์ให้กับท้องถิ่น ส่วนรวม และพี่น้องประชาชน” รมว.ทส. กล่าว