โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทย-WTO ถกขอยกเว้นคุ้มครอง สิทธิบัตรวัคซีนต้านโควิด-19

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 พ.ค. 2564 เวลา 15.43 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 00.14 น.

WTO เตรียมถกการเข้าถึงวัคซีน-ยารักษาโควิด-19 หลังสหรัฐส่งสัญญาณสนับสนุนการ “ยกเว้น” สิทธิบัตรวัคซีนต้านโควิด เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกประเทศเข้าถึงการรักษา ด้านอินเดียจับมือแอฟริกาใต้ ไปไกลกว่าสหรัฐถึงขั้นให้ยกเว้นข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญา TRIPs Waiver ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโควิด 3 ปี ขณะที่ไทยเลือกเดินสายกลางให้จับคู่บริษัทยากับผู้ซื้อ

การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (TRIPs) ที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน-ยาต้านไวรัส-การบำบัดรักษา-อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 กลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาที่กำลังต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 ถึง “โอกาส” ในการเข้าถึงวัคซีนและยาต้านไวรัสในปัจจุบัน และที่กำลังถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ ๆ แต่กลับถูกจำกัดในการเข้าถึงวัคซีนและยาเหล่านั้น จากมาตรฐานการคุ้มครอง TRIPs โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สิทธิบัตร” แก่สิ่งประดิษฐ์ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวผลิตภัณฑ์หรือกรรมวิธี หากสิ่งประดิษฐ์นั้นมีความใหม่ มีขั้นตอนการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น

ในขณะที่ประเทศไทยเองก็ได้เกิดกรณีสิทธิบัตรที่ไม่มีวันหมดอายุ (evergreen patent) กับยาต้านไวรัสโควิด-19 ที่ชื่อว่า ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ที่บริษัทผู้ผลิตได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรในรูปแบบของ “ยาเม็ด” ที่ไม่มีขั้นตอนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้ง ๆ ที่สิทธิบัตรโครงสร้างของสารออกฤทธิ์หลักของตัวยา ได้หมดอายุความคุ้มครองไปแล้ว

อันเป็นความพยายามทางเทคนิคของบริษัทผู้ผลิตที่จะใช้ข้อตกลง TRIPs ต่ออายุความคุ้มครองยาฟาวิพิราเวียร์ต่อไป ส่งผลให้องค์การเภสัชกรรม จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่ง “จำเป็น” ต่อการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศได้ แต่ต้องนำเข้ายาดังกล่าวจากบริษัทผู้ผลิตในราคาที่แพงกว่าการเปิดไลน์การผลิตในประเทศ

นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก กล่าวว่า ขณะนี้ทางผู้แทนถาวรไทยกำลังเตรียมการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 12 (MC12) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

การประชุมครั้งนี้จะมีการหารือแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั้งเรื่องของสุขภาพและเศรษฐกิจของโลก กับเรื่องของการส่งเสริมการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 และสินค้าจำเป็นทางการแพทย์ในสถานการณ์ปัจจุบัน

โดยสมาชิก WTO เห็นพ้องร่วมกันว่า เป็นวาระสำคัญเร่งด่วน รวมทั้งได้หารือถึงแนวทางการเตรียมรับมือกับวิกฤตการณ์ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นด้วย และจะมีการหารือใน 3 แนวทางหลักด้วยกันคือ 1) ข้อเสนอ TRIPs Waiver ของประเทศอินเดียและแอฟริกาใต้ที่เสนอให้ “ยกเว้น” การปฏิบัติตามความตกลงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (TRIPs) ออกไปอย่างน้อยเป็นเวลา 3 ปี

โดยความตกลง TRIPs จะครอบคลุมถึงเรื่องลิขสิทธิ์ การออกแบบอุตสาหกรรม สิทธิบัตร และการคุ้มครองข้อมูลที่ไม่เปิดเผย ในสินค้าสุขภาพและเทคโนโลยี

รวมไปถึงการวินิจฉัย การบำบัดรักษา วัคซีน อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์การป้องกัน วัสดุและส่วนประกอบ และกระบวนการผลิต สำหรับการป้องกันและรักษาโรคโควิด-19 ซึ่งข้อเสนอนี้มีสมาชิก WTO สนับสนุนแล้วจำนวน 62 ประเทศ อาทิ กลุ่มแอฟริกัน, กลุ่ม LDCs, ปากีสถาน, เวเนซุเอลา และอินโดนีเซีย

2) ข้อริเริ่มเรื่องการค้าและสุขภาพหรือที่เรียกว่า trade and health initiative ของกลุ่มออตตาวา ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากอีก 7 ประเทศสมาชิก อย่างจีน, ฮ่องกง, ไอซ์แลนด์, มอลโดวา, มอนเตเนโกร, มาซิโดเนียเหนือ และสหราชอาณาจักร รวมทั้งหมดเป็น 47 ประเทศ

จะเน้นเรื่องส่งเสริมการเข้าถึงสินค้าจำเป็นทางการแพทย์และความแข็งแกร่งของระบบห่วงโซ่อุปทานโลกของสินค้าเหล่านี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ด้วยหลักการ 5 ข้อด้วยกัน ได้แก่ การขจัดมาตรการจำกัดการส่งออกสินค้า, การอำนวยความสะดวกทางการค้า, การลดหรือยกเลิกภาษีศุลกากรเป็นการชั่วคราว, การแจ้ง notification มาตรการทางการค้าที่บังคับใช้ช่วงโควิด-19 และการขยายความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศอื่น

และ 3) ข้อเสนอ third way ของแคนาดา ซึ่งเป็นเอกสารของสมาชิกที่สนับสนุนแนวทางของ DG WTO ในการเป็น “ตัวกลาง” ในการสื่อสารกับผู้แทนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมยา รวมถึงบริษัทพัฒนาวัคซีนและบริษัทผู้ผลิตวัคซีน เพื่ออำนวยความสะดวกในการหารือและจับคู่ความร่วมมือทางธุรกิจ ส่งเสริมการจัดทำ licensing partnerships ที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้พัฒนาวัคซีนและผู้ผลิตวัคซีน

ซึ่งจะนำไปสู่การเร่งรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 โดยขณะนี้มีสมาชิกที่สนับสนุน 11 ประเทศ อย่างออสเตรเลีย, บราซิล, แคนาดา, ชิลี, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, ตุรกี, อุรุกวัย และประเทศไทย

“การที่สาธารณชนเริ่มหันมาจับตาดูว่า WTO จะตัดสินใจเลือกแนวทางใดในการรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ปัจจัยสำคัญหนึ่งคงมาจากการที่ผู้แทนการค้าสหรัฐ ได้ออกมากล่าวสนับสนุนการเดินหน้าเจรจาเรื่องการยกเว้นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในส่วนของวัคซีน หรือ TRIPs Waiver ซึ่งสวนทางกับท่าทีเดิมที่เคยเป็นมา ส่งผลให้มีบางประเทศเริ่มหันมามีท่าทีบวกต่อ TRIPs Waiver เช่นกัน อย่างแคนาดาและนิวซีแลนด์” นางพิมพ์ชนกกล่าว

อย่างไรก็ตาม การจัดทำผลลัพธ์ของ WTO ในเรื่องแนวทางการรับมือกับโควิด-19 นี้ ยังมีประเด็นที่สมาชิก WTO ต้องหารือในรายละเอียดกันอีกมาก เพราะสมาชิกที่มีบทบาทสำคัญบางรายของ WTO ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกสนับสนุนแนวทางใดเป็นพิเศษ หรือบางสมาชิกก็เข้าร่วมสนับสนุนเอกสารที่มีอยู่มากกว่า 1 ฉบับ รวมทั้งแสดงความสนใจที่จะเดินหน้าหารือเอกสารข้อเสนอต่าง ๆ ที่ตนเองยังไม่ได้เข้าร่วมสนับสนุน

ในส่วนท่าทีของประเทศไทยในชั้นนี้ มีเป้าหมายหลักคล้ายคลึงกับสมาชิก WTO อื่น ๆ ที่ต้องการเน้นเรื่องการเข้าถึง “วัคซีน” และการบำบัดรักษาโรคโควิด-19 ไทยร่วมสนับสนุนแนวทาง third way เนื่องจากมองว่าไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความพร้อมในด้านเทคโนโลยีและกำลังการผลิตวัคซีนคุณภาพ จึงน่าจะสามารถมีส่วนช่วยยกระดับการเพิ่มกำลังการผลิตของวัคซีนให้สอดรับกับความต้องการของทั่วโลกได้

แต่ประเทศไทยยังคงเข้าร่วมการหารือแนวทางอื่น ๆ ด้วยอย่างใกล้ชิด คาดว่าผลลัพธ์ของการประชุม MC12 ในเรื่องนี้ คงจะไม่ใช่การที่สมาชิก WTO ทั้งหมดลงความเห็นกันว่า จะเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่งที่มีอยู่ แต่คงเป็นการนำองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ของแต่ละข้อเสนอ มารวมกันให้ได้เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับประเทศสมาชิก WTO ในการรับมือกับโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกในช่วงต่อไปให้ดีที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...