โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัชกาลที่ 6 ทรงถูกเกณฑ์ให้ "เลือกคู่" กับเจ้าฟ้าหญิงที่ได้รับเลือก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 01.04 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 01.00 น.
พระบรมฉายาลักษณ์ทรงฉายเมื่อคราวสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินคืนสู่พระมหานคร ครั้งทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินออกไปรับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ประทับคอยอยู่ในเรือพระที่นั่งมหาจักรี ที่หน้าเมืองสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2445

รัชกาลที่ 6 ทรงถูกเกณฑ์ให้เลือกคู่ กับเจ้าฟ้าหญิงที่ได้รับเลือก

“ฉันเองเปนผู้ที่ได้เคยกล่าวค่อนแคะผู้ชายที่แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่รู้จัก มาบัดนี้สิฉันเองจะต้องทำเช่นนั้น” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อครั้ง ทรงถูกเกณฑ์ให้เลือกคู่

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร คือองค์รัชทายาทผู้ที่จะสืบสันตติวงศ์ดำรงสยามรัฐ ดังความในประวัติต้นรัชกาลที่ 6 ตอนหนึ่งว่า

“พระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถท่านตั้งพระราชหฤทัยอยู่โดยแน่นอนว่าจะไว้วางพระราชหฤทัยไนตัวฉันโดยบริบูรณ อีกทั้งตั้งพระราชหฤทัยไว้มั่นคงว่าอย่างไรๆ ก็ต้องมิให้มีผู้ใดสงสัยได้เลยว่าฉันคือรัชทายาทผู้ที่จะสืบสันตติวงศ์สนองพระองค์ท่านต่อไป”

เมื่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ กลับพระนครในปลาย พ.ศ. 2445 และได้ทรงผนวชใน พ.ศ. 2447 แล้ว พระองค์ก็ยังทรงครองพระองค์เป็นโสดต่อมา หาได้มีวี่แววว่าจะทรงเลือกหญิงใดมาเป็นคู่ครองจนพระชนมายุ 30 พรรษา จึงเป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ทรงวิตกว่าจะไม่มีพระราชโอรสเพื่อสืบราชตระกูล

สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ จึงมีพระราชประสงค์ให้ทรงเลือกคู่ และออกพระโอษฐ์กับพระองค์อยู่บ่อยครั้งว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้พระองค์มีพระชายา เจ้าฟ้าหญิงที่ทรงเลือกให้นั้น เป็นเจ้าฟ้าหญิงพระราชธิดาของทูลกระหม่อมรัชกาลที่ 5 กับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ พระนามว่า เจ้าฟ้าหญิงน้อย (สมเด็จเจ้าฟ้านิภานภดล) ทั้งสองพระองค์ทรงเห็นว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดในเวลานั้น

แต่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไม่มีพระราชประสงค์จะเลือกพระขนิษฐาของพระองค์เป็นพระชายา ข้อนี้พระองค์ทรงพระราชปรารภตั้งแต่ครั้งเสด็จฯ กลับจากยุโรป ดังความในประวัติต้นรัชกาลที่ 6 ตอนหนึ่งว่า

“ในวันที่ 17 ตุลาคมนั้นได้มีเรื่องเนื่องด้วยตัวฉันซึ่งจะเล่าให้เธอทราบ [เจ้าพระยารามราฆพ (เฟื้อ พึ่งบุญ)]คือฉันได้ถูกเกณฑ์ให้เลือกคู่ เวลาบ่ายวันที่ 17 นั้นได้มีงานที่วังสราญรมย์เปน 2 อย่างรวมกัน อย่าง 1 คือ เสด็จแม่ทรงทำบุญพระบรมอัษฐิทูลกระหม่อมปู่ และอีกอย่าง 1 มีสวดมนตร์ในการทรงหล่อพระสมาธิ ที่จะได้ไปประดิษฐานในศาลาที่บรรจุพระอังคารของพระชนนี (คือสมเด็จพระปิยามาวดีศรีพัชรินทรมาตา) ที่วัดราชาธิวาศ ในงานนี้เสด็จแม่ได้ตรัสแก่ฉันว่าให้เลือกคู่เสียทีเถิด และทรงอ้างว่าทูลกระหม่อมก็ได้ทรงบ่นอยู่ว่าอยากให้ฉันมีเมีย

ส่วนพระองค์เสด็จแม่เองนั้นมีพระประสงค์ให้ฉันเลือกลูกเธอของทูลกระหม่อมองค์ 1 และทรงแนะนำว่าหญิงน้อย (สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงนิภานภดล) เปนผู้ที่ทรงเห็นเหมาะ แต่ฉันก็ยืนยันอยู่เช่นที่ได้เคยยืนยันมาแล้วตั้งแต่กลับจากยุโรป ว่าไม่ยอมเลือกน้องสาวเปนเมียเปนอันขาด”

เหตุที่พระองค์ไม่มีพระราชประสงค์เช่นนั้น สันนิษฐานว่าพระองค์ทรงจบการศึกษามาจากยุโรป ประเพณีการแต่งงานกับน้องสาวนั้นชาวยุโรปไม่นิยมกัน และพระองค์น่าจะทรงกังวลในด้านหลักของการแพทย์ด้วย เพราะถ้าบุคคลที่เป็นสายเลือดเดียวกันมาแต่งงานกัน พอมีบุตรจะส่งผลร้ายต่อบุตรเสี่ยงที่จะผิดปกติ อาจจะมีความพิการทางด้านร่างกาย หรือพิการทางสมอง

สาเหตุนี้เอง พระองค์จึงไม่มีพระราชประสงค์จะเลือกพระขนิษฐาของพระองค์มาเป็นพระชายาอย่างแน่วแน่ในพระราชหฤทัย ดังความในประวัติต้นรัชกาลที่ 6 ตอนหนึ่งว่า

“ส่วนตัวฉันไม่เปลี่ยนแปลงความคิดเดิมเลย คงดื้อดันมั่นอยู่ว่าไม่ยอมเลือกน้องเปนเมีย ในข้อนี้ฉันต้องเถียงกับใครๆ มากมายจนเหลือที่จะจดจำ บางคนขู่ว่าถ้าไม่ทำเช่นนั้นจะนับว่าเปนอันผิดราชประเพณี แต่ในข้อนี้ฉันชี้แจงว่า พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมราชจักรีวงศ์ที่ทรงได้น้องเปนพระชายาก็เคยมีมา 2 พระองค์เท่านั้น คือ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 [พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2] ทรงได้เจ้าฟ้ากุณฑลเปนพระมเหษีพระองค์ 1, กับทูลกระหม่อมของฉันอีกพระองค์ 1. [พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5]

เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไม่มีพระราชประสงค์จะเลือกพระขนิษฐาของพระองค์เป็นพระชายาแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ จึงรับสั่งให้พระองค์เลือกหม่อมเจ้าหญิงคนใดคนหนึ่ง ดังนั้นพระองค์จึงทรงเลือกพระธิดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ที่ประสูติแต่หม่อมใหญ่ เทวกุล ณ อยุธยา พระธิดาคนที่ 5 พระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงทิพรัตนประภา เทวกุล แต่ในเวลานั้นพระองค์ทรงไม่รู้จักมักคุ้นกับหม่อมเจ้าหญิงพระองค์นี้ สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ทรงรับว่าจะฝึกฝนกิริยามารยาทและสั่งสอนให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงค่อยกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตต่อไป ดังความในประวัติต้นรัชกาลที่ 6 ตอนหนึ่งว่า

“เมื่อฉันไม่ยอมเลือกน้องสาวเปนเมียแล้ว เสด็จแม่จึ่งยอมว่าถ้าเช่นนั้นก็ให้เลือกหม่อมเจ้าหญิงคนใดคน 1 ฝ่ายฉันเห็นว่าจะอิดเอื้อนหรือผัดผ่อนต่อไปก็ไม่งาม จึ่งทูลว่าถ้าเช่นนั้นขอเลือกลูกสาวเสด็จลุงคน 1 เสด็จแม่จึ่งรับสั่งว่าทรงเห็นว่าพอใช้ได้มีอยู่คน 1 คือ [หม่อมเจ้าหญิงทิพรัตนประภา เทวกุล]…(ที่เรียกกันว่า ‘หญิงโอ’) แต่ในเวลานั้นฉันยังมิได้รู้จักมักคุ้นอะไรเลย จึ่งตกลงเปนอันว่าเสด็จแม่ทรงรับจะฝึกฝนกิริยามรรยาทและสั่งสอนให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึ่งค่อยนำความกราบบังคมทูลพระเจ้าหลวง ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตต่อไป”

“เมื่อได้ตกลงเช่นนั้นแล้วฉันรู้สึกชอบกล ฉันเองเปนผู้ที่ได้เคยกล่าวค่อนแคะผู้ชายที่แต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่รู้จัก มาบัดนี้สิฉันเองจะต้องทำเช่นนั้น ฉันได้เคยฟังผู้ใหญ่พูดอยู่ว่า การที่มิได้เคยรักใคร่กันอยู่ก่อนนั้นไม่สำคัญอะไร พอได้อยู่กินด้วยกันแล้วก็เกิดความรักกันขึ้นเอง จริงอยู่ ที่เขาเปนเช่นนั้นก็มีอยู่เปนมาก แต่ฉันอดรู้สึกไม่ได้เลย ว่าการแต่งงานกันเช่นนั้นเปนเหมือนการทดลอง ซึ่งถ้าเปนผลสำเร็จก็อาจที่จะได้รับความสุขพอสถานประมาณ แต่ถ้าไม่เปนผลสำเร็จก็อาจที่จะเปนเครื่องให้ความทุกข์และรำคาญมากอยู่”

แต่ภายหลังจากที่ถูกเกณฑ์ให้เลือกคู่ได้ไม่ทันถึงสัปดาห์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระประชวรอยู่ก็เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ซึ่งตามโบราณราชประเพณีจะต้องงดการรื่นเริงทั่วทั้งพระราชอาณาจักร เพื่อไว้ทุกข์ถวายพระบรมศพเป็นเวลา 1 ปีเต็ม แต่ในระหว่างนั้นสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ก็ยังทรงฝึกสอนกิริยามารยาทให้หม่อมเจ้าหญิงทิพรัตนประภา แต่ภายหลังไม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น จึงทำให้สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถทรงกริ้วและตรัสให้งดเสีย ดังความในประวัติต้นรัชกาลที่ 6 ตอนหนึ่งว่า

“เสด็จแม่ก็ได้ทรงตั้งพระราชหฤทัยฝึกสอนหญิงโอ เพื่อให้สมควรเปนเมียฉัน แต่ต่อมาภายหลังเสด็จแม่กริ้วและทรงบอกงดเอง”

เรื่องที่ทรงถูกเกณฑ์ให้เลือกคู่ จึงเป็นอันระงับไป ประกอบกับเมื่อ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสวยราชสมบัติดำรงสยามรัฐสืบต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถแล้ว ทรงอุทิศเวลาทั้งหมดปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่เพื่ออาณาประชาราษฎร์ชาวสยามทั้งปวง โดยมิได้ทรงคำนึงถึงเรื่องความสุขส่วนพระองค์

ดังนั้นการที่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงถูกเกณฑ์ให้เลือกคู่ จึงไม่ประสบความสำเร็จ และไม่เป็นไปตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ในครั้งนั้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จุลจักรพงษ์, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า. เจ้าชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : ริเวอร์ บุ๊คส์, 2555.

ราม วชิราวุธ (นามแฝง). ประวัติต้นรัชกาลที่ 6. กรุงเทพฯ : มติชน, 2545.

วรชาติ มีชูบท. “เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรง ‘ถูกเกณฑ์ให้เลือกคู่’,” ใน ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 37 ฉบับที่ 1 (พฤศจิกายน 2558), น. 79-95.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 มีนาคม 2560

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัชกาลที่ 6 ทรงถูกเกณฑ์ให้ “เลือกคู่” กับเจ้าฟ้าหญิงที่ได้รับเลือก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...