โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เขื่อนพิมายเร่งระบายน้ำออก รับมวลน้ำก้อนใหม่ ป้องกันน้ำท่วมพื้นที่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 ก.ย 2564 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2564 เวลา 08.17 น.

เขื่อนพิมายเร่งระบายน้ำออก รับมวลน้ำก้อนใหม่ ป้องกันน้ำท่วมพื้นที่

วันที่ 10 กันยายน 2564 ปริมาณน้ำในพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง หลังจากพายุได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคอีสานและภาคตะวันออก ทำให้มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง กับมีลมแรง บริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณน้ำเขื่อนต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา เพิ่มสูงขึ้น และมวลน้ำจำนวนมากจากลำน้ำธรรมชาติและจากเขื่อนต่างๆ อาจไหลล้นหลากไปยังพื้นที่ อ.พิมาย ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับปริมาณน้ำในจังหวัด

โดยนายคำรน เตียตระกูล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ ได้เปิดเผยว่า จากการที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนพิมายเพิ่มขึ้น ปริมาณน้ำในปัจจุบันของเขื่อนพิมาย จึงอยู่ที่ 3,691,000 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 102.54% ของความจุ จากปกติ สามารถจุได้ที่ 4 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ จึงเปิดประตูระบายน้ำ โดยยกบานระบายขึ้นทั้งหมด เพื่อระบายน้ำผ่านไปลงคลองชลประทาน ป้องกันน้ำเอ่อท่วมเข้าเขตเมืองพิมาย

และเพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำก้อนใหม่ที่จะไหลเข้ามายังเขื่อนพิมายอีก ซึ่งจากภาพมุมสูง จะเห็นว่า เขื่อนพิมายยังคงเร่งระบายน้ำภายในเขื่อน ลงสู่ลำน้ำมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งมวลน้ำที่ไหลเข้ามาสะสม จะเป็นมวลน้ำมาจาก อ.ปักธงชัย ไหลผ่านมายัง อ.โชคชัย อ.เฉลิมพระเกียรติ ก่อนจะไหลลงสู่ลำน้ำมูลใน อ.พิมาย ซึ่งจะส่งผลทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนพิมายเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...