โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักรถฉีดน้ำแรงดันสูง กับวิธีปฎิบัติตัวเบื้องต้นหากได้รับอันตราย

HonestDocs

อัพเดต 31 ต.ค. 2563 เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2563 เวลา 20.06 น. • HonestDocs
รถฉีดน้ำแรงดันสูง สลายการชุมนุม คืออะไร? อันตรายจากรถฉีดน้ำแรงดันสูง วิธีปฎิบัติตัวเมื่อเกิดอันตรายจากรถฉีดน้ำแรงดันสูง

รถฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อฝูงชนได้จากหลายปัจจัย เช่น แรงดันของน้ำ อุณหภูมิ และสารเคมี

ในบทความนี้จะชวนพูดถึงข้อมูลเบื้องต้นของรถฉีดน้ำแรงดันสูง อันตรายที่อาจเกิดขึ้น และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น

รถฉีดน้ำแรงดันสูงคืออะไร?

รถฉีดน้ำแรงดันสูง (Water cannon) เป็นรถที่ออกแบบมาให้สามารถฉีดพ่นน้ำแรงดันสูงได้ในระยะไกล ใช้ในการสลายหรือควบคุมฝูงชนเพื่อการเคลียร์พื้นที่

การใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายฝูงชนปรากฎครั้งแรกในประเทศเยอรมันช่วงปี ค.ศ. 1930 และแพร่หลายมากขึ้นตั้งแต่ประเทศสหรัฐอเมริกานำมาใช้ควบคุมฝูงชนช่วง ค.ศ. 1960

รถฉีดน้ำแรงดันสูงอาจฉีดน้ำได้มากกว่า 1,000 ลิตรต่อนาที (20 ลิตรต่อวินาที) มีระยะหวังผลจากแรงดันน้ำตั้งแต่ประมาณ 50-90 เมตร โดยอาศัยแหล่งน้ำใกล้เคียง หรืออาจมีตัวถังบรรจุน้ำติดอยู่ที่รถด้วย แม้แรงดันและปริมาณน้ำจะมากพอจะทำให้เสียหลักหรือล้มได้ แต่รถฉีดน้ำแรงดันสูงยังไม่จัดอยู่ในอาวุธที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต

อันตรายของรถฉีดน้ำแรงดันสูง

แรงดันน้ำจากรถฉีดน้ำแรงดันสูงอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อฝูงชนได้หลายอย่าง ดังนี้

  • อาจเกิดภาวะตัวเย็น (Hypothermia) คืออาการที่ร่างกายมีอุณหภูมิต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ แต่อาการนี้มักเกิดในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น
  • อาจเกิดอาการบาดเจ็บจากแรงดันน้ำโดยตรง เช่น บาดเจ็บใบหน้า ดวงตา และลำตัวจนฟกช้ำ บาดเจ็บภายใน ขึ้นอยู่กับความแรงของน้ำ
  • อาจเกิดการกระแทก ผู้ที่ถูกแรงดันน้ำอาจเสียการทรงตัวจนหกล้ม หรือกระแทกสิ่งของจนกล้ามเนื้อและกระดูกบาดเจ็บได้
  • อาจเกิดอันตรายจากสารเคมี ในกรณีที่รถฉีดน้ำแรงดันสูงมีการผสมสารเคมี อาจเกิดอันตรายจากสารเคมีได้ เช่น ระคายเคืองดวงตา ระคายเคืองผิวหนัง

แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของรถฉีดน้ำแรงดันสูงขึ้นอยู่กับรุ่น ชนิด และแรงดันที่ใช้ในการฉีด อาจมีความแตกต่างจากที่กล่าวไปข้างต้น

เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บจากรถฉีดน้ำแรงดันสูงควรทำอย่างไร?

หากได้รับอันตรายจากรถฉีดน้ำแรงดันสูง ควรปฎิบัติตัวเบื้องต้นดังนี้

1. วิธีปฎิบัติตัวหากเกิดภาวะ Hypothermia จากรถฉีดน้ำแรงดันสูง

หากพบผู้ที่ประสบภาวะ Hypothermia ให้รีบโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที จากนั้นคอยสังเกตอาการเพื่อเป็นข้อมูลไว้แจ้งกับแพทย์เมื่อมาถึง

แนวทางการรักษา Hypothermia คือการเพิ่มอุณหภูมิร่างกายให้กลับสู่อุณหภูมิปกติ วิธีที่อาจทำได้ระหว่างรอบุคลากรทางการแพทย์ อาจมีดังนี้

  • พาออกจากพื้นที่ที่อาจทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและอากาศเย็น
  • ถอดชุดที่เปียกออก หรืออาจตัดชุดออกและหาเครื่องนุ่งห่มปิดแทนเพื่อให้ความอบอุ่นทั้งบริเวณลำตัว ใบหน้า แต่ควรเหลือพื้นที่ปากกับจมูกไว้ให้หายใจสะดวก ผู้ที่อยู่รอบๆ อาจกอดเพื่อให้ความอบอุ่นร่วมด้วย
  • ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ อาจเป็นน้ำอุ่นธรรมดาหรือซุปอุ่นๆ ก็ได้ แต่วิธีนี้ควรใช้กับผู้ที่มีสติอยู่เท่านั้น
  • ประคบอุ่น ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดแห้งประคบบริเวณหน้าอก คอ และขาหนีบ ไม่ควรประคบบริเวณแขน ขา เนื่องจากอาจทำให้เลือดที่มีอุณหภูมิต่ำไหลย้อนกลับไปที่ปอดและหัวใจจนเกิดอันตรายได้

สิ่งสำคัญสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในผู้ที่ประสบภาวะ Hypothermia คือควรทำด้วยความระมัดระวัง

หลายคนมักพยายามนวดกล้ามเนื้อของผู้ป่วยเพราะหวังให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเพราะเสี่ยงทำให้หัวใจวายได้

2. วิธีปฎิบัติตัวหากเกิดอาการฟกช้ำจากแรงดันน้ำ

อาการฟกช้ำเกิดจากเส้นเลือดใต้ผิวหนังแตก ทำให้เลือดออกอยู่ภายในจนสังเกตเห็นสีช้ำได้จากด้านนอก ส่วนมากมักเกิดขึ้นเมื่อได้รับแรงกระแทก

โดยปกติอาการช้ำมักไม่ก่อให้เกิดอันตรายทร้ายแรงมากนัก และสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา แต่อาจต้องใช้เวลาหลายวันจึงจะหายเป็นปกติ

หากต้องการให้รอยช้ำหายไวขึ้น อาจใช้น้ำแข็งห่อผ้าประคบบริเวณจุดที่เกิดรอยช้ำประมาณ 15 นาทีเพื่อลดอาการบวม

หากมีอาการปวด สามารถกินยาแก้ปวดที่มีตัวยาไทลินอล (Tylenol) หรือ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) สำหรับผู้ที่เกิดรอยช้ำง่ายเป็นประจำอยู่แล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยสาเหตุที่แน่ชัด

3. วิธีปฎิบัติตัวหากเกิดการระคายเคืองผิวหนังและดวงตาจากสารเคมี

หากดวงตาสัมผัสกับสารเคมีจนเกิดอาการระคายเคือง ไม่ว่าจะคันตา ตาแดง น้ำตาไหล รู้สึกมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่ด้านในเปลือตา หรือตาไม่สู้แสง

ควรรีบใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิห้องล้างต่อเนื่องประมาณ 15-20 นาที ทั้งนี้ความอันตรายขึ้นอยู่กับชนิดของสารเคมีที่สัมผัส หากล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

หากเกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังจากการถูกสารเคมี ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีนั้นทันที ไม่ควรเกาผิวหนังที่ระคายเคืองเพราะอาจทำให้เกิดอาการคันมากขึ้น

ควรล้างด้วยน้ำสะอาดมากๆ และปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกยาแก้คัน เช่น คารามายน์โลชั่น (Calamine lotion) หรือยาแก้แพ้มากินหากการระคายเคืองนั้นเกิดจากการแพ้

เภสัชกรอาจแนะนำให้ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ (Moisturizer) ทาบริเวณผิวที่เกิดการระคายเคืองเพื่อให้ผิวชุ่มชื้น

การระคายเคืองผิวหนังทั่วไปมักไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นควรให้แพทย์หรือผู้ชำนาญการตรวจสอบ โดยเฉพาะผู้ที่ที่ทำการปฐมพยาบาลเยื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์ทันที

โดยสรุปแล้ว รถฉีดน้ำแรงดันสูงอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง จึงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีการใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หากเกิดอันตรายควรหลบออกจากพื้นที่ทันทีเพื่อไม่ให้ได้รับอันตรายหนักขึ้น ก่อนทำตามขั้นตอนการปฐมพยาบาลข้างต้น

👨‍⚕️⚕️👩‍⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id 

💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @hdcoth หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้

📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ

เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง

ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...