'วรรณวิภา' ซัดรัฐ ‘คุมขัง’ มากกว่าคุมโรค ชี้กักแรงงานในแคมป์ก็ไม่ให้ข้าว เชื่อเป็นเหตุโดนลดอันดับค้ามนุษย์
‘วรรณวิภา’ ซัดรัฐ ‘คุมขัง’ มากกว่าคุมโควิด ยังคง ‘กักแรงงานในแคมป์’ ข้าวไม่ให้-ไปไหนไม่ได้ เชื่อ คือหนึ่งเหตุผล ไทยถูก ‘ลดเทียร์’
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือแรงงานที่ยังติดค้างในพื้นที่ใกล้เคียง จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ว่า ตอนนี้ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ยังคงให้แรงงานกักตัวอยู่ในแคมป์ทั้ง 3 แคมป์ ตามมาตรการของรัฐ โดยแคมป์คนงานตั้งอยู่ที่ซอยลาดกระบัง 20/3, ต้นซอย และท้ายซอยกิ่งแก้ว 37
น.ส.วรรณวิภากล่าวว่า ตนได้ให้ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวลงพื้นที่นำอาหารและน้ำดื่มไปมอบให้กับแรงงาน แต่ไม่ได้เข้าไปถึงข้างใน โดยมีคนรับช่วงต่อ นำไปมอบให้แรงงานภายในแคมป์ ซึ่งมีลักษณะเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่มีแคมป์คนงานก่อสร้างอยู่ด้านใน
“ได้แต่โทรศัพท์สอบถามคนที่อยู่ข้างใน หลายคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นข้างนอก แต่หลายคนที่รู้ ได้ดูข่าวแล้วหนีออกไปก็มี ส่วนคนที่ยังอยู่ คือทหารไม่ให้ออกมา
“จนถึงตอนนี้ก็ยังคงอยู่ในนั้น และเราไม่รู้ว่าทางรัฐบาลมีทีมแพทย์ หรือหน่วยงานใดเข้าไปดูหรือไม่ เพราะมีสารเคมีที่เขาต้องสูดดมเข้าไป” น.ส.วรรณวิภากล่าว
เมื่อถามว่า เบื้องต้นแรงงานก่อสร้างได้รับความช่วยเหลืออย่างไร จากหน่วยงานใดบ้าง? น.ส.วรรณวิภาเปิดเผยว่า ยังไม่พบการช่วยเหลือ เท่าที่สอบถามจากหลายแคมป์ก่อสร้าง ไม่เฉพาะแคมป์ย่านกิ่งแก้ว ตั้งแต่ที่มีมาตรการ สั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างของรัฐบาล 1.ยังไม่มีทีมงาน หรือหน่วยแพทย์ เข้ามาคัดกรองว่าใครป่วย หรือไม่ป่วย 2.เรื่องอาหารทั้ง 3 มื้อ ก็ให้นายจ้างเป็นผู้ดูแล
“เมื่อนายจ้างดูแล ใครพอมีกำลังก็ดูแลทั่วถึงหน่อย แต่ถ้าไม่มีกำลัง ก็ให้เป็นข้าวสาร อาหารแห้ง ซึ่งเขาก็ส่งข้อความมาขอความช่วยเหลือเราว่าเขาไม่มีข้าวกิน เพราะไม่สามารถที่จะออกไปไหนได้ ก็เลยให้คนเอาข้าว เอาน้ำไปส่ง” น.ส.วรรณวิภากล่าว
เมื่อถามถึงกรณีเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ไม่อนุญาตให้แรงงานในแคมป์ก่อสร้างอพยพออกมาจากรัศมีจุดเกิดเหตุ?
น.ส.วรรณวิภากล่าวว่า ภาครัฐมองเหมือนว่าคนงานที่อยู่ในแคมป์เหล่านั้นเป็น ‘คนที่ถูกลืม’ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้อพยพประชาชนทุกคนภายใน 5 กิโลเมตร แล้วคนที่อยู่ในนั้น เขาไม่ใช่ ‘ประชาชน’ หรือ เรื่องสวัสดิภาพ ชีวิตของเขา หากมีอันตราย เกิดปัญหาขึ้นมา จะรับผิดชอบเขาอย่างไร เพราะหลายคนเขาอยู่กันเป็นครอบครัวในแคมป์คนงาน
“อยู่ในแคมป์สังกะสี มีทหารคอยปิดกั้น มันไม่เหมือนการที่คุณบอกว่าปิดแคมป์เพื่อจะควบคุมโควิด แต่มันเหมือนการปิดแคมป์แบบ ‘สร้างที่คุมขัง กักกัน’ ไปไหนก็ไม่ได้ จะตรวจก็ไม่ได้ตรวจ แล้วส่วนใหญ่เป็นแคมป์ที่ไม่มีโรคโควิดอยู่ในนั้น ก็กลายเป็นว่าอดข้าวไปด้วย ได้รับผลกระทบไปด้วย ออกไปไหนก็ไม่ได้” น.ส.วรรณวิภากล่าว
เมื่อถามว่า เชื่อว่าประเด็นนี้มีผลต่อการที่ไทยถูกสหรัฐอเมริกา ลดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ จาก “เทียร์ 2” เป็น “เทียร์ 2 วอชลิสต์” หรือไม่? น.ส.วรรณวิภากล่าวว่า มีส่วน ตั้งแต่มาตรฐานแรงงานของไทยที่โดนยกเลิกการให้สิทธิพิเศษ GSP เพราะการจ้างงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล
“ยังมีการกดขี่ และเอาเปรียบแรงงานอยู่ นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทางสหรัฐและอีกหลายที่ไม่สามารถยอมรับได้ ถ้าเราไม่ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานให้ดีขึ้นกว่านี้ ให้อยู่ภายใต้กฎหมายสากลมากกว่านี้” วรรณวิภากล่าว