โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขี้เกียจสิดี! 4 เหตุผลที่บอกว่าทำไมเราถึงต้องเป็นคนขี้เกียจดูบ้าง

LINE TODAY

เผยแพร่ 17 ส.ค. 2563 เวลา 08.54 น. • @mint.nisara
<i>Photo by <a href=Kate Stone Matheson on Unsplash ">
Photo by Kate Stone Matheson on Unsplash

คำว่า "ขี้เกียจ" มักจะมาพร้อมความหมายในแง่ลบและเป็นผู้ร้ายตัวฉกาจที่ขัดขวาง "ความสำเร็จ" แต่ลองในบทความนี้ LINE TODAY จะขอนำเสนอ 4 เหตุผลพิสูจน์ได้ที่หักล้างความเชื่อที่ว่าและบอกกับเราว่าการเป็นคนขี้เกียจในบางครั้งดีจะตายไป!

1 | คนขี้เกียจมักจะฉลาดกว่าคนทั่ว ๆ ไป

จากคำพูดที่ดังมาก ๆ ของ บิล เกตส์ ที่ว่า “I choose a lazy person to do a hard job. Because a lazy person will find an easy way to do it” ผมเลือกคนขี้เกียจมาทำงานยาก ๆ เพราะผมเชื่อว่าพวกเขาจะหาทางที่ง่ายที่สุดเพื่อทำงานเหล่านั้นได้ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือพวกเขาชาญฉลาดนั่นเอง มีงานวิจัยจากปี 2015 ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journey of Health Psychology ที่สนับสนุนประโยคนี้

การทดลองขอให้คน 60 คนทำแบบทดสอบวัดความรู้และการคิดวิเคราะห์ และจากผลคะแนนจะแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มคือ Thinkers (นักคิด) กับ Non-Thinkers (คนที่ไม่ชอบใช้ความคิด) จากนั้นขอให้ผู้เข้าร่วมทุกคนใส่สายรัดข้อมือที่บันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ที่พวกเขาทำในชีวิตประจำวันเป็นเวลา 7 วัน

สิ่งที่นักวิจัยค้นพบก็คือกลุ่มที่มีคะแนน IQ สูงมักจะเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรระหว่างวัน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่เอนจอยกับการนั่ง ๆ นอน ๆ เรื่อยเปื่อย ในขณะที่กลุ่มที่มีคะแนน IQ ต่ำกว่าจะเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ ชอบเล่นกีฬาหรือออกไปพบปะผู้คน ซึ่งสรุปได้อย่างคร่าว ๆ ว่าคนที่ขี้เกียจขยับตัว ส่วนใหญ่แล้วจะชอบใช้เวลาจมอยู่กับความนึกคิดของตัวเอง ถ้าจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง พวกเขามักจะหาวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อที่จะได้กำจัด task นั้นออกไปอย่างเร็ว ๆ  และเพื่อที่จะสามารถกลับมานั่งขี้เกียจต่อได้ ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่บอกว่าคนขี้เกียจมักจะเป็นฉลาดหลักแหลมกว่าคนทั่ว ๆ ไปโดยที่หลายคนไม่ทันได้รู้ตัว (แต่ บิล เกตส์ รู้นะ)

2 | ขี้เกียจเพื่อสร้างไอเดียสุดเจ๋ง

คริส เบลีย์ นักเขียนเจ้าของหนังสือ Hyperfocus: How to Be More Productive in a World of Distraction บอกเอาไว้ว่าช่วงเวลาที่เราเลือกที่จะขี้เกียจ นั่ง ๆ นอน ๆ แบบไม่ทำอะไรเลยคือช่วงเวลาที่สมองจะริเริ่มการสร้างสรรค์ 

"ในยุคที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อกวนรอบตัว ความคิดเชิงลึกของเราจะไม่ค่อยถูกดึงมาใช้งาน ในทางกลับกัน สมองจะประมวลผลกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเช่นการเช็กอีเมล อ่านข่าว เลื่อนดูโพสต์ในเฟซบุค ซึ่งพอทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เสร็จ ความคิดก็จะล้าแล้ว…แต่ลองนึกถึงตอนที่คุณคิดไอเดียบรรเจิดได้ครั้งล่าสุดดูสิ ช่วงเวลานั้นไม่ใช่ตอนที่คุณโฟกัสอยู่กับการทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่แน่นอน แต่มันมักจะเป็นตอนที่คุณปล่อยให้ตัวเองทำอะไรอย่างช้า ๆ อย่างตอนเข้าไปอาบน้ำนาน ๆ หรือตอนกำลังนั่งจิบกาแฟแบบไม่เร่งรีบ หรือตอนที่นอนเปื่อยอยู่บนชายหาด ช่วงเวลาที่เราตั้งใจจะขี้เกียจนั่นแหละที่ทำให้เราได้ไอเดียสุดเจ๋งมา" คริสเขียนเอาไว้ในบทความที่ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ TIME  

3 | ช่วงเวลาที่ขี้เกียจซ้อมให้เราแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

งานวิจัยที่ชื่อว่า Consciousness and Cognition จากปี 2011 พิสูจน์ให้เห็นว่าเวลาที่เราอยู่ในโหมดขี้เกียจนั้น ความคิดของเราจะเดินทางไปทุกหนแห่ง โดยแบ่งเป็นสัดส่วนได้ว่า 48% จะคำนึงถึงไปถึงเรื่องในอนาคต 28% อยู่กับห้วงเวลาปัจจุบัน และอีก 12% จะนึกถึงความหลังในอดีต ซึ่ง 48% ที่ใจและความคิดเรากำลังเดินทางไปยังโลกอนาคตนั้น คือการวางแผนและเตรียมการรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยใกล้ ทำให้คนประเภทนี้สามารถจัดการกับปัญหาได้ดีกว่าคนทั่ว ๆ ไปถึง 14 เท่าเพราะมีแพลนล่วงหน้าเอาไว้แล้ว

4 | ขี้เกียจเพื่อสุขภาพที่ดี

ข้อสุดท้ายนี้สำหรับคนที่บ้างาน บางทีคุณอาจจะห้ำหั่นกับตัวเองเกินไปจนรู้สึก burn out หมดไฟในการที่จะทำอะไร ๆ ต่อไปได้ ความขี้เกียจควรจะแทรกเข้ามาตรงนี้เพื่อให้คุณได้ผ่อนคลายลงบ้าง 

ด็อกเตอร์อิซาเบลล์ โมโรว์ คุณหมอหัวใจบอกกับเว็บไซต์ Independent ไว้ว่าในการทำงาน เราควรโฟกัสที่คุณภาพไม่ใช่ปริมาณ ควรมีเวลาเหลือให้ตัวเองได้อยู่กับความคิดบ้างไม่ใช่แค่ทำงานเพื่อผลิตเหมือนเครื่องจักร "ใช้ความเบื่อและความขี้เกียจมาช่วยรักษาสมดุล" คุณหมออิซาเบลล์บอก 

ขี้เกียจเพื่อรักษาแพสชั่นของตัวเองให้สดใหม่เสมอและเพื่อสุขภาพกายกับใจที่ดี บางทีมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่นะ!

อ้างอิง

เว็บไซต์ TIME 

เว็บไซต์ CNBC

เว็บไซต์ Bustle 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...