โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรงพยาบาลเอกชนเฮรับคนไข้ต่างประเทศ จองคิวทะลักรอบินเข้าไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.ค. 2563 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2563 เวลา 02.45 น.

โรงพยาบาลเอกชนเด้งรับ ศบค. ดึงคนไข้ต่างประเทศมารักษาในประเทศ ค่ายใหญ่-แบรนด์ดังโดดร่วมวงถ้วนหน้า กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ-เกษมราษฎร์-รามคำแหง-บำรุงราษฎร์ เป็นหัวหอกนำร่อง ประกาศพร้อมเต็มร้อย เผยคนไข้ต่างประเทศอั้นมานาน มั่นใจแนวโน้มสดใส ช่วยหนุนเศรษฐกิจขับเคลื่อน

หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) ได้ออกมาตรการและข้อปฏิบัติในการรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาในประเทศ หรือ medical and wellness เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และได้เริ่มเปิดรับสมัครโรงพยาบาลที่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการเป็นสถานกักกันในโรงพยาบาลทางเลือก (alternative hospital quarantine) รวมถึงการเปิดให้คนไข้ชาวต่างประเทศลงทะเบียน เพื่อจะเดินทางเข้ามารักษาตัวในประเทศ

ขณะนี้ได้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของจำนวนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการและคนไข้ที่ลงทะเบียนเพื่อจะบินเข้ามารักษาในเมืองไทย พร้อมญาติหรือผู้ติดตาม ล่าสุดมีจำนวนผู้ป่วยและผู้ติดตามใกล้ ๆ 3 พันคน จากกว่า 34 ประเทศ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน กาตาร์ คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมียนมา เวียดนาม จีน เป็นต้น

โรงพยาบาลใหญ่โดดร่วมเพียบ

รายงานข่าวจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา (2 กรกฎาคม) มีโรงพยาบาลที่แสดงความประสงค์จะเป็นสถานกักกันในโรงพยาบาลทางเลือก หรือ alternative hospital quarantine รวม 65 แห่ง

โดยในจำนวนนี้หลัก ๆ จะเป็นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่ประกอบไปด้วย 3 แบรนด์หลัก คือ กรุงเทพ, พญาไท, เปาโล และบีเอ็นเอช รวมทั้ง 25 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด รองลงไปเป็นโรงพยาบาลในกลุ่มบางกอก เชน หรือเกษมราษฎร์ 10 แห่ง

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มรามคำแหง กลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี กลุ่มบางปะกอก กลุ่มละ 2-3 แห่ง รวมทั้งโรงพยาบาลเดี่ยวอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ บำรุงราษฎร์, วิชัยยุทธ, พระราม 9,เจตนิน เป็นต้น และมีคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูตินรีเวช 1 แห่ง และยังมีโรงพยาบาลเอกชนทยอยยื่นใบสมัครเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

ทุกโรงพร้อมรับเต็มร้อย

นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” โรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ หลัก ๆ ก็มีความพร้อมทั้งในเรื่องของแพทย์ พยาบาล เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ อาคารสถานที่ และส่วนใหญ่ก็เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการกับคนไข้ชาวต่างประเทศอยู่แล้ว และคนไข้ที่จะเข้ามารับการรักษาโดยหลักก็คือ จะต้องเป็นคนไข้ที่ไม่เป็นโควิด-19 และจะต้องพักอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 14 วัน ตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าขณะนี้มีคนไข้ต่างประเทศเป็นจำนวนมากที่ต้องการจะกลับมารักษาพยาบาลในไทย และมีการติดต่อสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ล่าสุดปิยะเวทก็มีกลุ่มลูกค้าชาวต่างประเทศจำนวนหนึ่งที่แจ้งลงทะเบียนเข้ามา โดยหลัก ๆ เป็นคนไข้เดิมของโรงพยาบาลจากกลุ่มเออีซี จีน ตะวันออกกลาง บังกลาเทศ รวมถึงแอฟริกา โดยคนไข้ที่จะมา ทุกคนต้องยื่นเรื่องผ่านสถานทูต ต้องตรวจโควิด-19 เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) และจะต้องมี medical visa รวมถึงต้องมีประกันสุขภาพ 1 แสนเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

“จำนวนคนไข้ชาวต่างประเทศที่ลงทะเบียนเข้ามา เบื้องต้นอาจจะมีเพียงหลักพัน ซึ่งอาจจะเป็นตัวเลขที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่วงปกติ แต่เชื่อว่าในระยะต่อ ๆ ไป ตัวเลขนี้ก็จะมีจำนวนเพิ่ม ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมในระยะยาว”

เช่นเดียวกับแหล่งข่าวจากบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวในเรื่องนี้ว่า เนื่องจากปกติโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ก็ดูแลคนไข้ชาวต่างประเทศอยู่แล้ว จึงมีความพร้อมทางด้านต่าง ๆ อยู่เป็นทุนเดิม อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลอาจจะต้องมีการปรับขั้นตอนการทำงานบางอย่าง เพื่อให้สอดรับหรือเป็นไปตามเงื่อนไขหรือสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

มั่นใจช่วยฟื้นเศรษฐกิจ

นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี กล่าวในเรื่องนี้ว่า ธนบุรี เฮลท์แคร์ จะใช้โรงพยาบาลธนบุรี และธนบุรี บำรุงเมือง รวมประมาณ 150 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยจากต่างประเทศตามโครงการนี้ และขณะนี้มีกลุ่มคนไข้ชาวต่างประเทศที่ลงทะเบียนเข้ามาจำนวนหนึ่้ง จากจีน อาหรับ และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน หลัก ๆ จะเข้ามารับการรักษาโรคเบาหวาน หัวใจ มะเร็ง โดยมาตรการนี้จะเป็นผลดีในเชิงเศรษฐกิจที่จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น นอกจากการใช้จ่ายหรือค่ารักษาพยาบาลของคนไข้ในโรงพยาบาล ก็ยังจะมีญาติหรือผู้ติดตามเข้ามาอีกจำนวนหนึ่งที่จะตามมาเฝ้าไข้ มาดูแล ก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามไปด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...