โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ปี 64 โอกาสฟื้นตัวยังถูกจำกัด จากความเสี่ยงธุรกิจที่สูงในภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มี.ค. 2564 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2564 เวลา 07.41 น.

สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ หรือสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ เกิดขึ้นในปี 2558 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมของประชาชน และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอันเนื่องมาจากปัญหาหนี้นอกระบบ โดยผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดาที่อาจไม่มีรายได้ประจำ ไม่เคยเดินบัญชีกับธนาคาร และไม่มีหลักประกัน แต่เป็นผู้มีความสามารถในการชำระหนี้ กำหนดวงเงินสินเชื่อสูงสุดต่อรายไม่เกิน 1 แสนบาท และระยะเวลาชำระหนี้ขึ้นกับผู้ให้บริการกำหนดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ โดยในช่วง 4 ปีแรกของการดำเนินงาน บทบาทของนาโนไฟแนนซ์เพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ ก่อนจะชะลอตัวตั้งแต่ปี 2562 หลังผู้ประกอบการรายใหญ่ยุติการให้สินเชื่อใหม่เนื่องจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงไม่คุ้มความเสี่ยง ประกอบกับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจถดถอยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ในปี 2563-2564 เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพิ่มสูงขึ้น

  • ลักษณะเฉพาะของกลุ่มลูกค้าสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เป็นข้อจำกัดในการขยายธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจขาลงในปี 2563 เนื่องจากประเด็นด้านคุณสมบัติผู้กู้ที่ไม่มีเอกสารแสดงรายได้และไม่สามารถนำสินทรัพย์ที่มีมาใช้เป็นประกันได้ ในขณะที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจกระจายตัวกว้างและลงลึกเป็นเวลานานจากสถานการณ์โควิด 19 ก่อผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเพิ่มความเปราะบางให้กับสถานะทางการเงินของลูกค้า ทำให้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์มีความเสี่ยงสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น

ในปี 2562-2563 ผู้ประกอบการนาโนไฟแนนซ์รายใหญ่ในเครือธนาคารที่อยู่ในตลาดเดิม ระงับการให้สินเชื่อใหม่ และชะลอการกลับเข้าสู่ตลาด ขณะที่บางส่วนที่มีแผนเข้าตลาดในปี 2563 ได้เลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงจากการคัดกรองลูกค้าและการติดตามหนี้ เมื่อเทียบกับวงเงินสินเชื่อและรายได้ที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบ ขณะเดียวกัน การชะลอการให้สินเชื่อใหม่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดคงค้างสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ชะลอตัวลงติดต่อกันมาเหลือเพียงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2561 สวนทางกับอัตราส่วนหนี้เสียที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • แม้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์อยู่ในระดับสูงถึง 33% แต่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่ออื่นที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงและการสร้างรายได้ให้ผู้ให้บริการสินเชื่อได้มากกว่าในภาวะนี้ โดยการให้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ในรูปแบบเดิมของผู้ให้บริการสินเชื่อ มักเน้นไปที่ลูกค้าเก่าที่เคยมีประวัติการชำระหนี้เดิม

อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรายย่อยที่มีหลักฐานแสดงรายได้และมีสินทรัพย์เป็นประกัน เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในเชิงเปรียบเทียบความเสี่ยงกับธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากมุมมองของสถาบันการเงิน ดังเห็นได้จากอัตราส่วนหนี้เสียของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำใกล้เคียงกับสินเชื่อเช่าซื้อรถในระบบธนาคารพาณิชย์ ซึ่งบางส่วนอาจเป็นผลในเชิงจิตวิทยาที่สร้างความตระหนักและรับผิดชอบภาระหนี้ที่เกิดขึ้น ทำให้ในปีนี้การแข่งขันของผู้ประกอบการในธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ซึ่งถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยหลายประเภทและมีฐานผู้ถือหุ้นเป็นสถาบันการเงิน จะทยอยเข้าสู่ตลาดสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในตลาดล่าง โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ อันเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีระดับรายได้ใกล้เคียงกับลูกค้าในธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ แต่สามารถพิสูจน์หรือติดตามลักษณะพฤติกรรมจากการทำธุรกรรมทั่วไปได้

 

*สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (นาโนไฟแนนซ์) เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ แต่ในทางปฏิบัติยากที่จะระบุได้แน่ชัด เนื่องจากเป็นอาชีพอิสระ จึงครอบคลุมถึงสินเชื่อสำหรับบุคคลทั่วไปโดยไม่จำกัดเฉพาะเพื่อประกอบอาชีพ

โดยในไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทร่วมทุนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเริ่มให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 18% ต่อปี ที่เน้นกลุ่มตลาดล่างจากเป้าหมายวงเงินสินเชื่อปีนี้ที่ 2 หมื่นล้านบาท และฐานลูกค้า 1 ล้านราย โดยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเพดานดอกเบี้ยวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลฯ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทั่วไป ทำให้เป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายอาจไม่ใช่ผู้ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบมาก่อน แต่อาจกระตุ้นให้เกิดการรีไฟแนนซ์หนี้และเป็นประโยชน์ต่อผู้กู้ในระบบเดิมมากกว่าที่จะมุ่งขยายบริการไปสู่กลุ่มลูกค้ารายย่อยใหม่

ประเด็นด้านคุณสมบัติผู้กู้และหลักประกันที่มีนัยสำคัญต่อความเสี่ยงและต้นทุนดำเนินงานในระยะที่ผ่านมา ทำให้ผู้ให้บริการมีการปรับตัวในหลายมิติ เพื่อให้กระบวนการด้านเครดิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ดังนี้

  • นำเสนอสินเชื่อในช่องทางดิจิทัล: เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มีศักยภาพ และลดต้นทุนในการบริหารจัดการลง ดังเห็นได้จากผู้เล่นที่มีธนาคารหนุนหลัง ต่างพัฒนาแอปพลิชันสำหรับนำเสนอสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์โดยผู้กู้สามารถแสดงความจำนงขอรับสินเชื่อได้ผ่านช่องทางดิจิทัล
  • ใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อในลักษณะ Information based Lending: โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในสาขาต่าง ๆ อาทิ อี-คอมเมิร์ซ ค้าวัสดุก่อสร้าง โลจิสติกส์ และบริการรับส่งอาหาร ซึ่งมีฐานคู่ค้าและลูกค้าจำนวนมาก เพื่อค้นหาลูกค้า รวมทั้งคัดกรองศักยภาพ และความมีวินัยในการชำระหนี้จากลักษณะพฤติกรรมในการทำธุรกรรมทั่วไป
  • ปรับลดขนาดวงเงินสินเชื่อลง: โดยบางแห่งเสนอสินเชื่อในกรอบวงเงิน 5,000-50,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าเพดานวงเงินสูงสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ที่ 100,000 บาท เพื่อช่วยกระจายและลดความเสี่ยงลง

แนวโน้มการเติบโตของนาโนไฟแนนซ์ในปี 2564 อาจขยายตัวเล็กน้อยในช่วง 1-5% หลังจากที่หดตัวติดต่อในปี 2562-2563 เนื่องจากผู้ประกอบการรายใหญ่บางส่วนทยอยกลับเข้าทดลองตลาดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์โดยผ่านบริษัทในเครือ ที่บุกเบิกช่องทางสินเชื่อนาโนดิจิทัล อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดของฐานข้อมูลที่รายงานเฉพาะยอดคงค้างสินเชื่อ ณ ช่วงเวลา ทำให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ส่วนมากมีขนาดวงเงินเล็กมากเฉลี่ยในช่วง 5,000-20,000 บาท (แม้กรอบวงเงินสูงสุดจะกำหนดไว้ที่ 50,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1 แสนบาทก็ตาม) และมีระยะเวลาชำระคืนสั้นไม่เกิน 1 ปี อาจไม่ถูกสะท้อนให้แสดงถึงการเติบโตของยอดคงค้างสินเชื่อ ณ สิ้นปี แม้ว่าจำนวนการหมุนรอบสินเชื่อที่เป็นเม็ดเงินสินเชื่อที่ปล่อยไปจะเติบโตดีกว่าฐานข้อมูลที่ปรากฏก็ตาม

ด้านหนี้เสียในธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ปี 2564 คาดว่ายังมีทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนมาที่ระดับประมาณ 5.0-5.5% จากระดับ 6.1% และ 7.7% ในปี 2563 และ 2562 ตามลำดับ อันเป็นผลจากความระมัดระวังในการพิจารณาเครดิตตลอดช่วงการชะลอสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ใน 2 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เนื่องจากโมเดลธุรกิจนาโนดิจิทัลยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ทำให้ยังต้องติดตามความเสี่ยงของการให้สินเชื่อด้วยแนวทางใหม่ดังกล่าวด้วย แม้ว่าด้วยขนาดสินเชื่อที่เล็กและมีการกระจายตัวมาก ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าคงไม่มีผลต่อภาพรวมหนี้เสียอย่างมีนัยสำคัญในช่วงแรกของธุรกิจก็ตาม

ขณะที่เป้าหมายธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ปีนี้ นอกจากการบริหารความเสี่ยงแล้ว ยังมุ่งสานต่อการรุกขยายฐานลูกค้าในช่องทางดิจิทัล ควบคู่ไปกับการจับคู่ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนขึ้น 

กล่าวโดยสรุป แนวโน้มในธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ในปี 2564 คาดว่าจะมีการเติบโตไม่สูงนัก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจประกอบกับสถานการณ์โควิด 19 ที่ทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง โดยผู้ให้บริการสินเชื่อยังมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพลูกหนี้และป้องกันความเสี่ยงจากการเกิดหนี้เสียในอนาคต ทั้งนี้ หากสถานการณ์โควิด 19 อยู่ในความควบคุมได้ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศทยอยกลับสู่ภาวะปกติ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การแข่งขันในตลาดสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์จะกลับมา ด้วยอัตราผลตอบแทนของนาโนไฟแนนซ์ที่สูงกว่าสินเชื่อรายย่อยอื่น ทำให้มีผู้ประกอบการในเครือธนาคารรายใหญ่รอจังหวะเข้าสู่ตลาด

นอกจากนี้ กลไกการให้สินเชื่อแบบดั้งเดิมที่พิจารณาบนฐานข้อมูลด้านการเงินการธนาคารเป็นหลัก ทำให้เกิดช่องว่างที่ผู้มีศักยภาพในการชำระหนี้บางส่วนไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนในระบบ เพราะสถาบันการเงินไม่มีข้อมูลที่สะท้อนโอกาสและความเสี่ยงของคนกลุ่มนี้ แต่ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมอื่นนอกเหนือจากระบบสถาบันการเงิน จะเอื้อต่อการให้โอกาสลูกค้าให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบการเงินได้โดยไม่เพิ่มความเปราะบางต่อระบบเศรษฐกิจการเงิน เนื่องจากอยู่บนรากฐานการพิจารณาสินเชื่อที่ตระหนักถึงโอกาสและความเสี่ยงอย่างสมดุล บนความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาวภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดของทางการไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...