โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัญญาณไม่เตือน! จอดช็อกกลางราง รถไฟชน ป้าอุ้มหลานหนีตาย

Khaosod

อัพเดต 28 เม.ย. 2562 เวลา 15.42 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2562 เวลา 15.42 น.

*สัญญาณไม่เตือน! จอดช็อกกลางราง รถไฟชน ป้าอุ้มหลานหนีตาย *

รถไฟชน / วันที่ 28 เม.ย. พ.ต.ท.สมมาตร สังข์ทอง สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถไฟสปรินเตอร์ 40 สุราษฎร์ธานี – กรุงเทพฯ พุ่งชนรถยนต์กระบะตกข้างทาง ที่บริเวณทางตัดรถไฟ ศาลาหมอพรหม ม.1 บ้านนาหูกวาง ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานทับสะแก

โดยจุดเกิดเหตุ พบว่าอยู่บริเวณหลัก กม.ที่ 343+189 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กค 7812 ประจวบคีรีขันธ์ ตกอยู่ข้างทางรถไฟซึ่งกำลังมีการขุดดินออกจนลึกเพื่อปรับพื้นที่สร้างทางรถไฟรางคู่ ที่ท้ายกระบะด้านขวา มีร่องรอยถูกชนจนพังยับเยิน ประตูด้านขวาถูกเปิดออก

นอกจากนี้ยังพบ รถไฟสปรินเตอร์ 40 สุราษฎร์ธานี – กรุงเทพฯ จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400-500 เมตร ได้รับความเสียหายเล็กน้อย มีเจ้าหน้าที่รถไฟลงมาตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อนจะเคลื่อนขบวนรถเดินทางเข้ากรุงเทพฯต่อไป

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า คนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวชื่อว่า นางพรทิพย์ อายุ 58 ปี ได้เล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฟังด้วยท่าทีที่ยังตื่นตระหนกอยู่ว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ขับรถยนต์กระบะ มาตามเส้นทางเพื่อจะกลับบ้านพัก โดยมีหลานชาย อายุ 10 ขวบ นั่งหน้ารถมาด้วย

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นทางตัดรถไฟที่มีเครื่องกั้นแบบอัตโนมัติ ตนยืนยันว่าไม่เห็นสัญญาณไฟเตือนและไม่ได้ยินเสียงว่ารถไฟกำลังมา จึงขับรถข้ามทางรถไฟตามปกติ แต่เมื่อถึงกลางรางรถไฟ ลักษณะกำลังคร่อมรางอยู่นั้น จู่ๆไม้กั้นได้ลงมาปิดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ตนไม่สามารถขับรถไปต่อได้ ด้วยความตกใจจึงรีบหันหน้ามองหารถไฟไปตามทางรถไฟ ก็ยิ่งตกใจหนักขึ้น เมื่อเห็นว่ามีขบวนรถไฟกำลังวิ่งมาทางรถของตนด้วยความเร็วสูง

ตนไม่ได้ตัดสินใจขับรถชนเครื่องกันแต่ตัดสินใจเปิดประตูรถยนต์กระบะแล้วรีบวิ่งมาอุ้มหลานชายออกมาจากรถแล้วรีบมุดไม้กั้นหนีตายออกมาจากทางรถไฟได้ทันเวลาชนิดที่เรียกว่ารอดแบบหวุดหวิด

เมื่อเห็นว่าตนและหลานชายวิ่งมาพ้นแล้ว จึงได้หันกลับไปมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่ขบวนรถไฟพุ่งชนรถยนต์กระบะของตนพอดี เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ความแรงของการชนทำให้รถยนต์กระบะของตนปลิวหลุดออกไปตกข้างทางรถไฟที่เป็นร่องลึกได้จนได้รับความเสียหายดังกล่าว แต่โชคดีที่ตนและหลานชายปลอดภัยดี

ทั้งนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เครื่องกั้นรถไฟที่จุดตัดดังกล่าว เกิดปัญหาบ่อยครั้ง บางครั้งไม่มีเสียงเตือน หรือไม้กั้นลงมาเองทั้งๆที่ไม่มีขบวนรถไฟ ฯลฯ ซึ่งชาวบ้านที่ใช้เส้นทางต่างก็ต้องคอยระวังกันเอาเอง ว่ามีขบวนรถไฟวิ่งผ่านมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไปว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้ เกิดจากสาเหตุใดกันแน่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...