โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรัง หนุ่มใบ้ดัดแปลงขวดน้ำเหลือใช้เป็นอุปกรณ์จับปลา

77kaoded

เผยแพร่ 23 มี.ค. 2564 เวลา 03.40 น. • 77 ข่าวเด็ด

หนุ่มใบ้ใช้ความคิดสร้างสรรค์นำขวดน้ำพลาสติกเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นอุปกรณ์ดักจับปลาไว้ทำอาหาร และขายเป็นรายได้เสริมช่วงหน้าแล้ง หลังหยุดกรีดยางพารา

วันที่ 23 มีนาคม 2564 นายวีระพงษ์ ชัยพลเดช อายุ 41 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ใช้เวลาว่าง หลังกรีดยางพาราในช่วงหน้าแล้ง นำขวด หรือ “กระบอก” (ภาษาพื้นถิ่น) อุปกรณ์ดักจับปลาที่ตนเองใช้ความคิดสร้างสรรค์คิดประดิษฐ์ขึ้นมาเองอย่างง่ายๆ โดยทำจากขวดน้ำพลาสติกขนาด 1.5 ลิตร ไม้ไผ่ผ่าซีกขนาดประมาณ 2 นิ้ว ยาวประมาณ 60 ซม.มามัดติดกัน แล้วใช้วิธีเจาะรูกลางขวดแล้วใช้ฝาขวดทำเป็นรูตรงกลาง เพื่อใช้สำหรับใส่อาหาร และเป็นช่องให้ปลาลอดเข้าไปกินอาหาร หรือเหยื่อภายในขวด ส่วนอาหาร หรือเหยื่อปลา ก็นำมาผสมกันระหว่าง อาหารปลา รำข้าวคั่วหอม เหยื่อตกปลา และอาหารหมู นำมาคลุกเคล้าผสมกันแล้วปั้นเป็นก้อนยาวๆ หย่อนใส่ลงไปขวดพลาสติกดังกล่าว จากนั้นนำไปปักไว้ในลำห้วย ที่ขณะนี้อยู่ในช่วงหน้าแล้ง ปริมาณน้ำในลำคลองลดลงเหลือน้อย ซึ่งเหมาะสำหรับการตั้ง “กระบอก”จับปลา ทั้งนี้ เมื่อนำไปวางจะต้องเปิดฝาขวดออกก่อน เพื่อไล่อากาศ แล้วปักทิ้งไว้ในลำห้วยในตอนสายๆ จากนั้นตกเย็นค่อยเดินทางไปเก็บกระบอกกลับ ทั้งนี้ เมื่อปักลงไปก็จะสังเกตเห็นได้ทันทีว่า จะมีปลาซิว ปลาเล็ก เข้าไปตอดเพื่อจะเข้าไปกินอาหารภายในกระบอกจำนวนมาก และเมื่อมาเก็บกลับก็จะพบว่ามีปลาซิวตัวเล็กๆและขนาดประมาณ 2 นิ้ว ติดอยู่ในกระบอกจำนวนมาก แล้วนำมาใช้ทำอาหารและจำหน่ายให้กับชาวบ้านที่มาสั่งไว้จำนวนมาก

ทั้งนี้ นายวีระพงษ์ กล่าวว่า ปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่สุดคือ ประมาณแค่เข่า แต่หากน้ำสูงกว่านั้นปลาจะไม่เข้า และในวันนี้พอตกบ่ายปรากฏว่าทางเขื่อนท่างิ้ว ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่สำคัญมีการปล่อยน้ำเติมลงมาในลำห้วย ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปลาเข้าไปในกระบอกน้อย แต่ก็ยังได้เป็นจำนวนมาก สำหรับนำไปทำอาหาร เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และขายให้แก่คนที่ติดต่อสั่งซื้อมาล่วงหน้า เพื่อมีรายได้เสริมถุงละ 50 บาท และถุงละ 100 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...