โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LALIN คงเป้าโต บ้านทาวน์โฮม ลูกค้าตอบรับดี

ทันหุ้น

อัพเดต 10 ก.ย 2563 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2563 เวลา 07.41 น.

ทันหุ้น – LALIN มองยังมีลูกค้าต้องการที่อยู่อาศัยแม้ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย ชูโครงการทาวน์โฮมตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน ชี้ยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้น เพราะแบงก์เข้มงวด แต่ยังมั่นใจผลงานเข้าเป้า โดยยอดขายที่ 6,200 ล้านบาท ส่วนยอดโอน 5,250 ล้านบาท

นายเสรี สินธุอัสว์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เปิดเผยว่า ทิศทางในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังเชื่อว่ากลุ่มลูกค้าที่เข้าชมโครงการส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่ม เรียลดีมานด์ ซึ่งมีความต้องการซื้อสินค้าอย่างแท้จริง เเละสินค้าที่บริษัทเน้นเปิดในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาก็ถือว่ามีผลตอบรับค่อนข้างดี โดยปีนี้เน้นเปิดโครงการทาวน์โฮมซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 65% ส่วนบ้านเดี่ยว 20% และบ้านแฝด 15%

โดยในช่วงครึ่งปีเเรกบริษัทได้เปิดโครงการไปเเล้ว 5 โครงการ มูลค่ารวมที่ 3,500 ล้านบาท และสำหรับเดือน กันยายน 2563 นี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีกจำนวน 2 โครงการ ซึ่งจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในสัปดาห์นี้ 1 โครงการ เเละจะเปิดขายอีก 1 โครงการในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ทำให้โครงการที่บริษัทเปิดทั้งหมดในปีนี้ ณ สิ้นเดือน กันยายนปีนี้ อยู่ที่  7 โครงการ โดยทั้งปีบริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่จำนวน 9- 11 โครงการ หลังจากนี้ก็จะพิจารณาตามความเหมาะสม เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนของโรคระบาดโควิด-19 ที่ไม่แน่ชัดว่าจะกลับมารอบ 2 หรือไม่

สำหรับภาพรวมรายได้บริษัทยังเชื่อว่าจะเติบโตตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี โดยตั้งเป้ายอดขายปีนี้ที่ 6,200 ล้านบาท และยอดโอน 5,250 ล้านบาท และปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่รอรับรู้รายได้(Backlog) อยู่ที่ 700-800 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบ และจะสามารถรับรู้รายได้เกือบทั้งหมดในปีนี้ โดยแบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากกรุงเทพฯ อยู่ที่ 80% และต่างจังหวัด 20%

สำหรับยอดปฏิเสธสินเชื่อในช่วงไตรมาสที่ 2/2563 ถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ธนาคารพาณิชย์ ต้องทำการประเมินลูกค้าเป็นพิเศษ ในกลุ่มลูกค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยตัวเลขยอดปฏิเสธสินเชื่อคาดเพิ่มขึ้นมาที่ราว 2-3% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มียอดปฏิเสธสินเชื่ออยูที่ 20% เเละมองว่าช่วงครึ่งปีหลังน่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...