บช.ปส. แถลง รวบหัวหน้าแก๊ง ลวงสาวไทย ขนยาเสพติดเข้าประเทศญี่ปุ่น
วันที่ 9 มิถุนายน 2563 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (รอง ผบช.ปส.), พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (ผบก.ปส.3) และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (รอง ผบก.ปส.3) ร่วมกันแถลงข่าวปราบปรามขบวนการยาเสพติดหลายราย พร้อมของกลาง กัญชา 200 กิโลกรัม, ยาบ้า จำนวน 40,000 เม็ด มูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึด กว่า 6.5 ล้านบาท
โดยคดีแรก เป็นผลจากการปฎิบัติการยุทธการสยบไพรี 63/13 “แบล็กซาชิมิ” เป็นการจับกุม นายจอห์น ชาล์ส อูเม หรือแฟรงก์ ชาวไนจีเรีย และนายชัชวาล โรจน์แพทย์ อายุ 21 ปี พร้อมพวกคนไทย และต่างชาติ รวม 11 คน ในข้อหาร่วมกันมียาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีนไว้ครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฎหมายและสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมของกลาง ยาบ้า 5,200 เม็ด, ไอซ์ 701 กรัม, ยาอี, เคตามีน และโคเคน รวมถึงใบกระท่อม
พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) กล่าวว่า ทางการญี่ปุ่น ประสานมายังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อดำเนินการปราบปรามการลักลอบนำยาเสพติดออกประเทศไทยเพื่อส่งไปยัง ชาวแอฟริกันในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งชาวไทย และชาวแอฟริกันในประเทศไทยหลายรายเป็นผู้จัดหายาเสพติดโดยมีพฤติกรรมนำเข้ายาอีจากประเทศฝั่งยุโรปซึ่งมีราคาถูกมาขายให้คนไทยหรือนักเที่ยวในสถานบันเทิง
ขบวนการนี้ ยังได้ส่งออกยาเสพติด โดยล่อลวงหญิงไทยให้เป็นผู้ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดไปให้เครือข่ายในประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สืบทราบว่า นายแฟรงค์ เป็นหัวหน้าระดับสั่งการในประเทศไทย จึงได้ดำเนินการขยายผลจับกุมเครือข่าย 19 เป้าหมาย 11 หมายจับ พร้อมตรวจยึดทรัพย์สิน รวม 337,000 บาท
พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อว่า อีกคดีเป็นผลจากการปฎิบัติการยุทธการสยลไพรี 63/12 “One raptor” จับกุมนายวชิระ วงศกร หรือ วัน โคแสง และ พันจ่าอากาศโทสุวัฒน์ พันธุ์แดง พร้อมไอซ์ น้ำหนัก 500 กิโลกรัม, เฮโรอีน 100 กิโลกรัม และเคตามีน 2 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติด 250 ล้านบาท ภายหลังชุดจับกุมสามารถสกัดกั้นรถยนต์ต้องสงสัยได้ที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ซึ่งตรวจค้นพบ เฮโรอีน น้ำหนัก 100 กิโลกรัม ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งหนึ่งในพื้นที่ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พบไอซ์ 500 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่นๆ
สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองเป็นเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดระยองด้วย โดยจะมีการลักลอบนำยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสานเข้ามา ผ่านพื้นที่จังหวัดหนองคาย จากนั้นก็จะมาซุกซ่อนไว้ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรอส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือส่งไปพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวยยึดทรัพย์สินเครือข่าย รวมมูลค่ากว่า 42 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง, คอนโด 1 ห้อง และรถยนต์ 7 คัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะช้าง จังหวัดเชียงราย ดำเนินคดีก่อนขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อไป
สำหรับคดีที่ 3 เป็นการจับกุมนายบัณฑิต หรือ กุ้ง อุ้ยทอง อายุ 37 ปี และนายเกรียงไกร บ้านแสน อายุ 32 ปี พร้อมของกลาง กัญชาอัดแท่ง น้ำหนัก 200 กิโลกรัม, รถยนต์กระบะยี่ห้อ เชฟโรเลต สีขาว, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ในข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฎหมาย โดยจับกุมได้ที่ริมถนนพหลโยธิน ขาออก ต.ลำไทร อ.วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องด่านตรวจยาพาหนะสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ภายหลังสืบทราบว่า มีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดน จังหวัดอุบลราชธานี มาส่งให้ลูกค้าในจังหวัดชลบุรี ชุดจับกุมจึงวางแผนสกัดขบวนรถก่อนตรวจยึดของกลางกัญชาแท่ง น้ำหนัก 200 กิโลกรัมที่บรรจุในกระสอบซุกซ่อนในห้องโดยสารรถยนต์ดังกล่าว
พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (ผบก.ปส.3) กล่าวคดีที่ 4 เจ้าหน้าที่จับกุมนายชิษณุพงศ์ หรือ อ้น ไหลทอง อายุ 49 ปี และนายอิสเรช หรือ อ๊อด มีสวย อายุ 50 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 40,000 เม็ด และรถยนต์กระบะ ในข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ที่ลานดินริมถนนสายเอเชีย ต.โพกรวม อ.เมือง จังหวัดสิงห์บุรี หลังสืบทราบว่า นายชิษณุพงศ์ ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดพื้นที่ภาคกลาง ขับรถยนต์ขนกล่องกระดาษต้องสงสัยไปวางไว้ริมถนนสายเอเชีย ใกล้ร้านอาหารเมื่อตรวจสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก จึงไล่ติดตามจับกุมได้
ทั้งนี้ นายชิษณุพงศ์ ยังมีหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ในข้อหา มีไอซ์ในครอบครองและขับขี่รถยนต์โดยเสพไอซ์ติดตัว รวมถึงหมายจับศษลจังหวัดราชบุรี ในความผิด พ.ร.บ.ยาเสพติด, พ.ร.บ.จราจร และไม่ปฎิบัติตามคำสั่งศาล จึงคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 3 (บก.ปส.3) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป