โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อกร่องทะวาย”ให้ผลดกทั้งปี รสชาติหวาน มัน อร่อย

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 13 ก.ย 2562 เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2562 เวลา 07.05 น.

หากใครสนใจอยากปลูกมะม่วงไว้รับประทานผลตลอดทั้งปี ขอแนะนำให้ปลูก “อกร่องทะวาย” เป็นหนึ่งในตระกูลมะม่วงอกร่อง ที่มีลักษณะเด่นคือ ออกลูกทะวาย ติดผลทั้งปี ผลดิบ ไม่ติดเปรี้ยว ผลแก่จัดเริ่มเข้าไคลจะมีรสมัน เมื่อแก่สุกเต็มที่จะหวานอร่อยเหมือนอกร่องทั่วไป มีกลิ่นหอม รับประทานอร่อย ขนาดผลไม่ใหญ่มาก 3-4 ผล ต่อกิโลกรัม แล้วแต่ความสมบูรณ์ ออกลูกดกเป็นพวง

ใครสนใจอยากได้สายพันธุ์มะม่วงอกร่องทะวายไปทดลองปลูก ขอแนะนำให้เลือกซื้อพันธุ์มะม่วงอกร่องทะวายของสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ ที่ให้ผลผลิตดก คุณภาพดีตลอดทั้งปี อยากรู้พันธุ์ไม้ชนิดนี้ มีที่มาอย่างไร ลักษณะโดดเด่นแค่ไหน ต้องไปฟังคำตอบจาก อาจารย์บุญเกื้อ ชมฉ่ำ แห่งสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ กันดีกว่า

ลูกผสมเกิดจากพันธุ์ “อกร่อง+โชคอนันต์”

อาจารย์บุญเกื้อ โทร. (085) 326-6003 อดีตข้าราชการครูวัยเกษียณ ซึ่งดูแลรับผิดชอบด้านการผลิตและขยายพันธุ์ไม้นานาชนิดของสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ อธิบายให้ฟังว่า มะม่วงอกร่องทะวายพันธุ์นี้ จัดอยู่ในกลุ่มมะม่วงลูกผสมเปิด ที่เกิดจากต้นแม่ คือมะม่วงอกร่องอ่างทอง ส่วนต้นพ่อพันธุ์สันนิษฐานว่าเป็นมะม่วงโชคอนันต์
อกร่องทะวายพันธุ์นี้ได้รวบรวมลักษณะเด่นของพ่อแม่พันธุ์ไว้อย่างครบถ้วน สังเกตจากผลมะม่วงที่มีกลิ่นและรสชาติเช่นเดียวกับ “มะม่วงอกร่อง” ผล มีลักษณะเปลือกหนา รูปทรงใบและต้นเหมือนกับต้นมะม่วงโชคอนันต์โดยทั่วไป และมีเมล็ดบาง เปลือกหนา ขนาดผลโตสม่ำเสมอ

ลักษณะเด่นของ มะม่วงอกร่องทะวาย

มะม่วงอกร่องทะวาย ที่สวนบางไผ่พันธุ์ไม้ภาคภูมิใจนำเสนอในครั้งนี้ มีลักษณะโดดเด่นเป็นที่ถูกอกถูกใจเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เพราะผลดิบผลสุกมีรสอร่อยแล้ว ยังมีลำต้นแข็งแรง เลี้ยงดูง่าย และมีขนาดขั้วใหญ่ ทำให้ติดผลแล้วไม่หลุดร่วงง่าย เป็นสายพันธุ์มะม่วงที่สามารถต้านทานโรคได้ดีมาก

ลักษณะเด่นสำคัญอีกประการหนึ่งคือ มะม่วงอกร่องทะวาย ติดผลง่ายและให้ผลดกอย่างน่าทึ่ง แถมให้ผลผลิตนอกฤดูอีกต่างหาก ต้นแม่พันธุ์มะม่วงอกร่องทะวายที่ปลูกในสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ ให้ผลผลิตติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7 แล้ว โดยเริ่มให้ผลรุ่นแรก ตั้งแต่ ปี 2554 จนถึงทุกวันนี้ มะม่วงอกร่องทะวายปลูกดูแลง่าย และให้ผลผลิตตลอดทั้งปี

ให้ผลดก เฉลี่ยปีละ 3-4 รุ่น

อาจารย์บุญเกื้อ ยืนยันว่า มะม่วงอกร่องทะวาย ออกผลง่าย เฉลี่ยปีละ 3-4 รุ่น ผลผลิตแต่ละรุ่น สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้จำนวนมาก ต้นมะม่วงติดผลดกเป็นพวง บางพวงมีลูกจำนวนมากถึง 8 ผล ส่วนผลเดี่ยวไม่ค่อยมี หากมีก็เจอน้อยมาก สำหรับผลเป็นพวงจะมีน้ำหนักเฉลี่ย ผลละประมาณ 3.5 ขีด ส่วนผลเดี่ยวที่เจอจะมีน้ำหนักเฉลี่ยผลละ 5 ขีด

มะม่วงอกร่องทะวายพันธุ์นี้ มีรสชาติอร่อยไม่แพ้มะม่วงรับประทานสุกทุกชนิด เนื้อสุกไม่เละ หวานหอมมีเส้นใยน้อย อร่อยมาก เนื้อผลสุกมีกลิ่นหอมรับประทานแล้วรู้ได้ทันทีว่าเป็นเนื้อของมะม่วงอกร่อง ยิ่งรับประทานกับข้าวเหนียวมูนยิ่งเพิ่มรสชาติความอร่อยสุดๆ ส่วนผลดิบแก่จัดมีรสมัน แค่ฝานเนื้อรับประทานเปล่าๆ ก็ได้รสชาติมัน เนื้อกรอบ หากรับประทานกับน้ำปลาหวานจะยิ่งเพิ่มความอร่อยขึ้นอีก

ระยะหลัง เมืองไทยเจอสภาวะอากาศแปรปรวนบ่อย แต่มะม่วงอกร่องทะวายพันธุ์นี้ ยังคงให้ผลผลิตดกตลอดทั้งปีเช่นเดิม หากใครสนใจมะม่วงพันธุ์นี้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีบังคับให้ต้นมะม่วงออกผลผลิตเลย อยากให้มีผลผลิตช่วงไหน ก็เพียงแค่บำรุงต้นให้สมบูรณ์ ต้นมะม่วงอกร่องทะวายก็จะให้ผลผลิตตามที่ต้องการ

ปลูกกินก็ได้ ปลูกขายก็รวย

“พี่เล็ก” หรือ คุณฉัตราพร ชมฉ่ำ หนึ่งในเจ้าของกิจการสวนบางไผ่พันธุ์ไม้ กล่าวเพิ่มเติมว่า มะม่วงอกร่องทะวายพันธุ์นี้เหมาะสำหรับเกษตรกรที่สนใจปลูกมะม่วงเชิงการค้า หรือผู้สนใจปลูกมะม่วงเป็นไม้ผลบริโภคในครัวเรือน แม้มีพื้นที่น้อยก็สามารถปลูกมะม่วงพันธุ์นี้ได้ลูกแน่นอน ที่สำคัญผลผลิตของมะม่วงพันธุ์นี้รับประทานได้อร่อยทั้งผลดิบและผลสุก

ข้อเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ อกร่องทะวายเป็นสายพันธุ์มะม่วงที่ให้ผลผลิตได้หลายรุ่นในต้นเดียวกัน ปลูกดูแลง่าย โดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีแต่อย่างใด จึงเป็นไม้ผลทางเลือกอีกชนิดหนึ่งสำหรับประชาชนที่สนใจบริโภคผลไม้ที่ปลูกดูแลในระบบเกษตรอินทรีย์

เทคนิคเสียบยอดมะม่วงแบบแปะข้างกิ่ง

อาจารย์บุญเกื้อ นับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขยายพันธุ์ไม้ระดับแนวหน้าคนหนึ่ง ในโอกาสนี้ผู้เขียนจึงรบกวนให้อาจารย์บุญเกื้อช่วยถ่ายทอดเทคนิคเสียบยอดมะม่วงแบบแปะข้างกิ่งให้กับเกษตรกรและผู้สนใจ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติตามได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก
อาจารย์บุญเกื้อ แนะนำให้ใช้ต้นตอขนาดเล็ก เพาะใส่ถุง ขนาดต้นตอ 0.5 เซนติเมตร เลือกใช้กิ่งพันธุ์ดีขนาดตั้งแต่ 0.5-2 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร มีตาประมาณ 4 ตา ตัดใบทิ้งครึ่งใบ

ขั้นตอนต่อมา ให้ปาดกิ่งพันธุ์ดีให้เป็นแผลรูปถ้วยหัวคว่ำ มีขนาดโตเท่ากับแผลต้นตอ ปาดต้นตอให้เป็นแผลรูปวงรี ความยาวแผล 2-3 เซนติเมตร ความสูง 6 เซนติเมตร หลังจากนั้น ให้จับแผลต้นตอกับยอดพันธุ์ดีประกบติดกัน โดยหันแผลกิ่งพันธุ์ดีเข้าหาตัว เพื่อให้แผลประกบติดกันสนิท พันด้วยผ้าพลาสติกให้แน่น หลังจากนั้นให้นำต้นที่ขยายพันธุ์ใส่ถุงพลาสติกใส จำนวน 1-20 ต้น ใส่ถุงผูกปากไม่ให้อากาศเข้าออก นำไปวางไว้ในที่ร่ม ประมาณ 2-3 สัปดาห์ แผลก็จะสมานตัวในที่สุด

เทคนิคการสร้างทรงพุ่มมะม่วงต้นเตี้ย

สำหรับมือใหม่ที่หัดปลูกมะม่วงเป็นไม้ผลรอบบ้าน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการดูแลจัดการต้นมะม่วง อาจารย์บุญเกื้อแนะนำให้ใช้เทคนิคการสร้างทรงพุ่มมะม่วงต้นเตี้ย โดยกำหนดระยะปลูกต้นมะม่วงให้ห่างกัน ประมาณ 3-4 เมตร รักษาระดับความสูงของต้นมะม่วงไม่เกิน 3 เมตร เทคนิคนี้ควรใช้กับต้นมะม่วงที่ขยายพันธุ์ด้วยการเสียบยอด และเป็นกิ่งพันธุ์กิ่งกระโดนกิ่งเดียว ความสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร

เทคนิคการบังคับทรงพุ่ม

นอกจากนี้ อาจารย์บุญเกื้อ ยังแนะนำเทคนิคการบังคับทรงพุ่ม หากใครสนใจเทคนิคนี้ ควรขุดหลุมปลูกต้นมะม่วงให้มีความลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกคลุกกับดินที่ขุด หลุมละ 1 ถังหิ้วปูน นำต้นมะม่วงลงปลูกโดยให้วัสดุชำต้นต่ำกว่าผิวดิน 1 ฝ่ามือ ปักหลักยึดลำต้นให้แน่น

เมื่อต้นมะม่วงเริ่มจะแตกยอด ให้สังเกตยอดกลาง หากเห็นเป็นตุ่มใหญ่ให้แคะยอดกลางออก กิ่งจะแตกยอดออกด้านข้าง เลี้ยงไว้และเลือกยอดตรงข้ามได้ 2 กิ่ง จับถ่างออก เป็นมุม 70 องศา (แตก ชั้นที่ 1 จะมี 2 กิ่งหลัก) ขั้นตอนต่อมา ต้องบังคับให้แตก ชั้นที่ 2 ทำเหมือน ชั้นที่ 1 (จะมีกิ่งหลัก 4-6 กิ่ง) และบังคับให้แตก ชั้นที่ 3 ทำเหมือน ชั้นที่ 1 (จะมีกิ่งหลัก 12-18 กิ่ง) จะได้ความสูงประมาณ 2-3 เมตร

หลังจากการปลูก ประมาณ 1 เดือน ควรใส่ปุ๋ยบำรุงต้น อาจารย์บุญเกื้อ แนะนำว่า ปุ๋ยที่ใช้ควรเป็นปุ๋ยอินทรีย์เคมี (ปุ๋ยอินทรีย์ 80%+ปุ๋ยเคมี 20%) หรือปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-20, 16-16-16+ธาตุอาหารรอง เดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยให้ต้นมะม่วงแตกกิ่งและมีกิ่งสมบูรณ์ครบตามจำนวนที่ต้องการ

ทั้งนี้ มีข้อควรระวังสำหรับมือใหม่หัดปลูก ระหว่างต้นมะม่วงแตกใบอ่อน มักจะมีแมลงกัดใบเข้ามาทำลายใบอ่อนได้ จึงต้องระวังป้องกัน โดยใช้ยาฆ่าแมลง หรือเฝ้าระวังตอนเช้าและเย็น หรือเวลามีแสงแดดน้อย จนใบเริ่มแก่

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...