โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกประเด็น ทำไมราคาแต่งหน้าถึงไม่เท่ากัน? ผ่านมุมมองของช่าง และลูกค้า

MThai.com

เผยแพร่ 12 มี.ค. 2562 เวลา 11.02 น.
ทำไมราคาแต่งหน้าถึงไม่เท่ากัน? คำถามจากลูกค้าหลายคน ที่กำลังมองหาบริการแต่งหน้า แต่กลับได้รับเรทราคาที่ไม่เท่ากัน เช่น แต่งหน้างานรับปริญญาก็ราคานึง แต่งหน้าออกงานก็ราคานึง แต่งหน้าเจ้าสาวก็อีกราคานึง ทั้งๆ ที่ช่างก็คนเดียวกัน แต่ราคากลับต่างกันเป็นหมื่น! เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นให้เกิดข้อถกเถียงขึ้นมา ในมุมของลูกค้า.. หลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…

ทำไมราคาแต่งหน้าถึงไม่เท่ากัน? คำถามจากลูกค้าหลายคน ที่กำลังมองหาบริการแต่งหน้า แต่กลับได้รับเรทราคาที่ไม่เท่ากัน เช่น แต่งหน้างานรับปริญญาก็ราคานึง แต่งหน้าออกงานก็ราคานึง แต่งหน้าเจ้าสาวก็อีกราคานึง ทั้งๆ ที่ช่างก็คนเดียวกัน แต่ราคากลับต่างกันเป็นหมื่น! เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นให้เกิดข้อถกเถียงขึ้นมา

ในมุมของลูกค้า.. หลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงแม้การบริการแต่งหน้าในแต่ละงานจะต่างกัน แต่ก็ไม่น่าที่จะต่างกันเป็นหมื่นๆ แบบนี้มันจะโหดไปหน่อยไหม ส่วนลูกค้าบางท่านที่เคยได้รับบริการแต่งหน้ามาแล้วหลายรูปแบบ กลับเข้าใจถึงสาเหตุว่าทำไมราคาถึงต่างกันขนาดนี้ เอาล่ะ ในเมื่อเกิดเป็นข้อถกเถียงที่ยังไม่มีคำตอบ Women MThai จะขอพาทุกคนไปไขคำตอบด้วยกัน

ทำไมราคาแต่งหน้าถึงไม่เท่ากัน ?

เมื่อได้อ่านและสอบถามความเห็นจากช่างแต่งหน้าหลายๆ ท่าน ทำให้เราสรุปประเด็นในเรื่องของการตั้งราคาแต่งหน้า ได้ดังนี้

  • ระยะเวลาในการแต่งหน้า สำหรับการแต่งหน้าไปแต่ละงาน รูปแบบและวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจะแต่งหน้านั้นต่างกัน นั่นย่อมทำให้ระยะเวลาในการแต่งหน้าต่างกันตามไปด้วย บางงานก็แต่งเพื่อให้สวย 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนบางงานก็ต้องการความออร่าและต้องการสวยให้ได้ทั้งวัน ทำให้ในบางงานช่างจำเป็นจะต้องแสตนบายอยู่กับลูกค้าทั้งวัน เพื่อคอยแก้ปัญหาหากหน้าผมของลูกค้ามีปัญหา หรือเพื่อเปลี่ยนลุคให้ลูกค้า
  • ความละเอียด ขอให้รู้เอาไว้ว่าขั้นตอนในการแต่งหน้าไม่ได้มีเพียงนิดเดียวเหมือนเวลาที่เราแต่งเอง ยิ่งงานสำคัญๆ อย่างงานแต่งงาน ช่างจำเป็นจะต้องเริ่มดูแลตั้งแต่ขั้นตอนในการเตรียมผิว ต่อด้วยขั้นตอนการลงผิวให้เนียนกริ๊บอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เฉพาะผิวหน้าเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงผิวกายด้วย ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าขั้นตอนเหล่านี้อาจต้องใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว! แถมยังต้องคอยแก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว รอยเหี่ยวย่น ตาเล็ก ปีกจมูกกว้าง ฯลฯ ทุกอย่างจะต้องออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด
  • อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ จำไว้ว่ายิ่งเป็นการแต่งหน้าที่ต้องการผลลัพธ์เพอร์เฟกต์ เครื่องสำอางยิ่งมากชิ้นขึ้น ทั้งยังต้องใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่มั่นใจได้ ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละชิ้นนั้นอาจมีราคาเหยียบหมื่นเลยทีเดียว ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าการแต่งหน้าไปงานทั่วไปคุณจะถูกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ดี เพียงแต่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เยอะชิ้นและจะใช้วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผิวของคุณเพียงเท่านั้น
  • ต้นทุน อย่าลืมว่าช่างแต่งหน้าแต่ละคน ก่อนที่จะมาเนรมิตหน้าสวยๆ ให้คุณได้ ก็ต้องเรียนมาก่อนเหมือนกัน ซึ่งแต่ละคอร์สเรียนก็ต้องมีราคาต่างกันไปตามความยากง่าย
    ยิ่งเรียนเยอะเทคนิคก็ยิ่งเยอะ ยิ่งประสบการณ์เยอะก็ยิ่งเก่ง ดังนั้นถ้าคุณหวังจะได้ช่างฝีมือดีมาแต่ง คุณก็ต้องทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ด้วย

เปิดมุมมองจากช่างแต่งหน้า

คุณออฟ จากร้าน Soulmate Wedding Studio by Aofloveprince ได้พูดผ่านมุมมองของช่าง ที่มีประสบการณ์แต่งหน้ามามากกว่า 10 ปี ว่า

ออฟเป็นช่างแต่งหน้ามาราวๆ 10 ปี แต่เพิ่งจะมาโฟกัสและยึดการแต่งหน้าเจ้าสาวเป็นอาชีพในช่วง 5 ปีหลัง หากจะให้พูดถึงประเด็นที่ว่า “ทำไมเรทในการแต่งหน้าสำหรับแต่ละงานถึงแตกต่างกันออกไป” ขอสรุปให้คร่าวๆ ก่อนว่า การแต่งหน้าออกงานจะราคาเบาที่สุด ถัดมาก็จะเป็นการแต่งหน้ารับปริญญา และสุดท้ายก็คือการแต่งหน้าเจ้าสาว ทีนี้เรามาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของลักษณะงานแต่ละประเภทกัน

ส่วนมากการแต่งหน้าในแต่ละงานก็จะมีเวลาเริ่มงานที่แตกต่างกันออกไป

  • แต่งหน้าไปออกงาน ส่วนมากจะเป็นช่วงบ่ายหรือเย็น โดยอาจจะมีตอนเช้าบ้าง แต่ก็จะไม่ใช่เวลาที่เช้ามากนักเนื่องจากเป็นผู้ไปร่วมงาน
  • แต่งหน้ารับปริญญา หรือ แต่งหน้าเจ้าสาว ส่วนมากจะเริ่มแต่งตั้งแต่เช้ามืดเลย

หากถามว่า เวลามีผลอะไรกับราคา?

แต่งหน้าไปออกงาน

ส่วนมากบรรดาแขกจะใช้เวลาอยู่ในงานไม่มากนัก อาจจะ 1-2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น แต่โดยส่วนมากแล้ว การไปเป็นแขกในงานต่างๆ ก็จะพอมีเวลาเดินหลบแดด เดินหลบร้อน ซับหน้า เติมหน้าเองได้บ้าง เพราะฉะนั้นเวลาแต่งหน้าออกงาน การเตรียมผิวและเครื่องสำอางที่ใช้ก็ไม่ได้เน้นเรื่องความติดทนนานมากนัก และการแต่งหน้าก็ไม่ได้เน้นความพิถีพิถัน จึงทำให้ใช้เวลาในการแต่งหน้าทำผมไม่นานมากตามไปด้วย

*แต่งหน้ารับปริญญา *

เป็นงานที่เน้นเรื่องการติดทนนานและเน้นความขึ้นกล้อง เพราะส่วนมากทุกคนคือแต่งหน้าทำผมไปเพื่อถ่ายรูป เพราะฉะนั้นในเรื่องการเตรียมผิวก็จะเน้นเรื่องความติดทนนานมากยิ่งขึ้น และเมื่อถึงวันนั้นจริงๆ บัณฑิตก็อาจจะไม่ได้มีเวลาส่องกระจกตรวจเช็กความเรียบร้อยของหน้าผมมากเท่าไหร่นัก และสไตล์การแต่งหน้าโดยส่วนมากก็จะเน้นให้สวยเมื่อถ่ายรูปจึงอาจจะไม่ได้เน้นความละเอียดมากเท่าใดนัก

แต่งหน้าเจ้าสาว

มาถึงประเด็นที่เป็นข้อสงสัยกันว่า ทำไมการแต่งหน้าเจ้าสาวจึงมีราคาที่แพงแตกต่างจากการแต่งหน้าไปงานอื่น ข้อแรกเลยคือในเรื่องของเวลาและความกดดัน เพราะในวันแต่งงานจะมีฤกษ์ต่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน ช่างแต่งหน้าจึงมักจะต้องทำงานภายใต้ภาวะกดดันมากกว่าปกติ ทั้งด้วยเรื่องเวลา และยังอาจจะมีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอีกมากมายที่สามารถเกิดขึ้นได้ อย่างที่มักเจอบ่อยๆก็คือ แขก โทรมาถามทาง บางทีเราก็ต้องหยุดแต่งหน้าเพื่อให้ลูกค้าคุยโทรศัพท์ได้สะดวก จึงทำให้เวลาในการแต่งหน้าลดลง

ทีนี้เรามาพูดถึงเรื่องของการแต่งหน้าโดยตรง ในวันแต่งงาน เมื่อเจ้าสาวลงไปในงานแล้ว บางคนแทบจะไม่มีเวลาได้นั่งพักเลยด้วยซ้ำ ยิ่งเวลาที่จะซับหน้าเติมหน้ายิ่งไม่มีเลย เพราะฉะนั้นการแต่งหน้าจะต้องไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นเลย

การเตรียมผิวในการแต่งหน้าเจ้าสาว จะเน้นให้ผิวสวย ดูอ่อนเยาว์ แต่ยังคงต้องเน้นความติดทนนาน เพราะฉะนั้นเครื่องสำอางที่ใช้ก็อาจจะต้องเลือกที่พิเศษขึ้นมาอีกและต้องตอบโจทย์ที่เราต้องการได้ ส่วนเรื่องความละเอียดของการแต่งหน้าเจ้าสาว สิ่งนี้จำเป็นต้องเน้นมากที่สุด เพราะเจ้าสาวจะต้องไปเจอแขกที่บางครั้งอาจจะอยู่ในระยะห่างเพียงไม่ถึงหนึ่งไม้บรรทัดด้วยซ้ำ ทำให้แขกสามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆ บนใบหน้าเจ้าสาวได้อย่างชัดเจน ไหนจะต้องเจอกล้องถ่ายรูปของช่างภาพ กล้องแคนดิต กล้องแขก ไฟ แฟลชต่างๆ ทำให้การแต่งหน้าเจ้าสาวจะต้องเน้นความสวยทั้งตัวจริงและเน้นให้ถ่ายรูปออกมาแล้วไม่ดรอปด้วย ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาในการแต่งและการเช็กรายละเอียดต่างๆ มากที่สุด

จริงๆ แล้ว ไม่ว่าจะแต่งหน้าแบบไหน ช่างทุกคนก็จะแต่งให้ลูกค้าสวยที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว แต่ด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ ข้างต้น จึงทำให้การแต่งหน้าแต่ละอย่างมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นเพื่อประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับสูงสุดในการแต่งหน้านั้นๆ เราจะอยากจะให้พูดคุยกันด้วยความเป็นจริง ว่าจะแต่งไปไหน แต่งไปทำอะไร การแต่งหน้าเป็นงานฝีมือ เรื่องราคาก็แล้วแต่ช่างแต่ละคนจะตั้งขึ้นมา เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันไม่มีอะไรตายตัว สามารถปรับลดกันได้ตามความพอใจของทั้งสองฝ่าย

เปิดมุมมองจากลูกค้า

เมื่อสอบถามผู้ที่เคยผ่านทั้งการแต่งหน้ารับปริญญาและการแต่งหน้าเจ้าสาวโดยช่าง ในเรื่องความเหมาะสมของการตั้งราคาการแต่งหน้าไปงานต่างๆ ที่ค่อนข้างจะต่างกัน ก็ได้คำตอบว่า “คิดว่าการแต่งหน้าทั้ง 2 แบบนี้ มีความละเอียดต่างกันจริงๆ ค่ะ อย่างตอนที่แต่งหน้าเจ้าสาว ช่างต้องดูแลทั้งในส่วนของเรื่องหน้าและผม ทั้งยังมีการเปลี่ยนทรงผมและปรับลุคให้ต่างกันระหว่างงานเช้าและงานเย็นด้วย ตัวช่างเองก็ต้องมาแสตนบายกับเราทั้งวัน และค่อนข้างใช้เวลานานมากพอสมควรในการลงเมคอัพ ซึ่งต่างกับตอนที่แต่งหน้ารับปริญญาที่แต่งเพียงชั่วโมงเดียวก็เสร็จแล้ว จบแล้วจบเลยเราต้องเคยเติมเมคอัพเอง ดังนั้นคิดว่าคุ้มค่าแล้วค่ะ”

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง>>แชร์ทุกขั้นตอน แต่งหน้าเจ้าสาว จาก Rocky Rose Makeup เมคอัพเจ้าสาวมือโปร

https://seeme.me/ch/kittynoofah/kK3bdv

เกล้าผมแบบง่ายๆ เกร๋ๆ ไปงานแต่ง

สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย: Women MThai Team

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...