โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ณัฏฐพล’ ถก ศธจ.วาง 3 รูปแบบพัฒนาการศึกษาทั่วประเทศ หวังลดความเหลื่อมล้ำ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ม.ค. 2564 เวลา 08.04 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 07.49 น.

‘ณัฏฐพล’ ถก ศธจ.วาง 3 รูปแบบพัฒนาการศึกษาทั่วประเทศ หวังลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อวันที่ 18 มกราคม ที่หอประชุมคุรุสภา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ให้กับผู้บริหารระดับสูงและศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทั่วประเทศ ว่า จากที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ. มาเป็นเวลา 18 เดือน ได้เห็นรับทราบข้อมูลการศึกษา แนวทางพัฒนาการศึกษาในอดีตที่ผ่านมา และแนวทางการพัฒนาการศึกษาในอนาคต เราอย่าไปสนใจว่าในอดีตการศึกษาเป็นอย่างไร เราต้องสนใจว่าจะเตรียมเยาวชนในปัจจุบันให้มีความพร้อมสำหรับอนาคตได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ทุกการเปลี่ยนแปลงจะเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ที่ต้องไปดำเนินการ ซึ่งหลายคนบอกว่า ศธ.เป็นกระทรวงที่ได้งบจำนวนมาก แต่เมื่อตนได้ดูการใช้งบย้อนหลังไป 3 ปี พบว่าการใช้งบยังไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้ตรงจุด ไม่ตรงกับความต้องการในปัจจุบัน

นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า ธนาคารโลก ได้วิจัยออกมาว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ทำให้การศึกษาเกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น เราต้องนำเอาเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมกับลงทุนพัฒนาครู โดยการฝึกอบรมความรู้ทางด้านวิชาชีพ และรัฐจะต้องลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา ต้น โดยมีแผนบรูณาการพัฒนาโรงเรียนมี 3 รูปแบบ คือ 1.เพิ่มคุณภาพให้โรงเรียนสแตนอโลน ในสังกัด สพฐ.ที่มีประมาณกว่า 1 พันแห่งให้มีคุณภาพ 2.ยกระดับคุณภาพโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง โดยพัฒนาโรงเรียนมัธยมให้มีคุณภาพเท่ากับโรงเรียนในตัวเมืองเพื่อกระจายนักเรียนลดความแออัดในโรงเรียน และ 3.สร้างโรงเรียนคุณภาพให้ชุมชน โดยการเลือกโรงเรียนและทุ่มงบพัฒนาเพื่อดึงดูนักเรียนโรงเรียนโดยรอบให้เข้ามาเรียน ซึ่งการสร้างโรงเรียนของชุมชนเป็นการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กไปในตัว โดยจะต้องพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพเพื่อดึงดูดนักเรียนเข้ามาเรียน ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กได้กี่แห่ง เพราะต้องขึ้นอยู่กับการพัฒนาโรงเรียนแม่เหล็กในพื้นที่ด้วย

“วันนี้เป็นการรวมพลังของทุกหน่วยงานใน ศธ.เพื่อวางแผนร่วมกันขับเคลื่อนสร้างโรงเรียนที่มีคุณภาพในทุกจังหวัด เพื่อเป็นการยกระดับสร้างโอกาส และยกระดับรายได้ของจังหวัดผ่านการศึกษา เป็นเรื่องยาก แต่เราจะคำนึงความต้องการของจังหวัด ความต้องการของตลาด ความต้องการของประเทศ เพื่อวางแผนทรัพยากรมนุษย์ในอีก 5-10 ปีที่จะถึงนี้ ทั้งหมดคือการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจะวางแผนให้ผู้บริหารประเทศเห็นว่าถ้าต้องการยกระดับรายได้ของแต่ละจังหวัด ถ้าต้องการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ ต้องใช้งบประมาณและระยะเวลาเท่าใด ซึ่งผมจะนำเสนอแผนนี้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป” นายณัฏฐพลกล่าว

รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า เพื่อให้ผู้บริหารประเทศเห็นภาพการศึกษา โดยจะยก จ.ภูเก็ต เป็นตัวอย่าง ให้เห็นว่าในโรงเรียนที่แตกต่างกันควรจะจัดสรรงบประมาณแบบไหน เพื่อให้มีความพร้อม ศธ.มีความเป็นต้องวางแผนให้เห็นชัดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หากทำทุกอย่างได้ตามแผนงาน คาดว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2565 จะเห็นโรงเรียนตัวอย่างในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และในปี 2565 จะเริ่มทำในทุกๆ จังหวัด เป็นสิ่งที่จับต้องใด้ชัดเจนจากการขับเคลื่อนแผนนี้ ซึ่งจากการประชุมได้มอบหมายให้ตัวแทนจากทั้ง 77 จังหวัด ทำแผนพัฒนาในจังหวัดของตนเอง เพื่อนำเสนอแนวทางพัฒนารวมถึงการพิจารณาวางแผนงบประมาณที่ต่อเนื่องต่อไป

นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาการกระจายงบประมาณยังไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ เพราะเราคำนึงถึงทุกๆ โรงเรียน แต่ต่อไป ศธ.จะกลับมาวางเป้าหมาย วางพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์คุณภาพการศึกษาของจังหวัดได้ โดยการวางแผนการศึกษาของแต่ละจังหวัดจะต้องเชื่อมต่อกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอาชีวะศึกษาและระดับอุดมศึกษา ซึ่งโรงเรียนที่มีอยู่ในปัจจุบันเพียงพอต่อการพัฒนาแน่นอน แต่ต้องยอมรับว่าโรงเรียนบางแห่งอาจจะไม่ได้รับงบประมาณในอีก 2-3 ปีข้างหน้า แต่ผู้ปกครองจะเห็นโรงเรียนใกล้เคียงพัฒนามากขึ้นและมีความเหมาะสมในการส่งลูกไปเรียน ซึ่ง ศธ.จัดเตรียมรถรับส่งมารองรับไว้แล้ว คาดว่าในจังหวัดเล็กๆ จะใช้เวลาวางแผน 1 เดือน จังหวัดขนาดกลางใช้เวลาวางแผน 2 เดือน จังหวัดขนาดใหญ่จะใช้เวลาในการพัฒนาวางแผน 3 เดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...