โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

โรคแบคทีเรียกินเนื้อคน รู้ก่อนรักษาได้ก่อนอันตรายถึงชีวิต

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 06.00 น. • ทันข่าว Today

แบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า คือภาวะติดเชื้อแบคทีเรียอย่างรุนแรง บริเวณเนื้อเยื่ออ่อน ที่อาจส่งผลต่อการติดเชื้อในชั้นผิวหนังถึงชั้นกล้ามเนื้อ และอาจถูกทำลาย หรือกล้ามเนื้อตาย หรือติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้เกิดความดันตกและช็อกเสียชีวิตในที่สุด
โรคนีพบได้ไม่บ่อย เพราะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันดี ร่างกายแข็งแรงปกติจะไม่ประสบกับโรคนี้ แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ไตวาย เบาหวาน หัวใจ ปอดเรื้อรัง หากมีแผลพุพองแล้วดูแลรักษาไม่ดี มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
ซึ่งเชื้อแบคทีเรียข้างต้นผ่านเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง หรือกระแสเลือดจากการเกิดบาดแผล ที่ดูแลรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ โดยจะไปทำลายเนื้อเยื่อผิวหนัง และกล้ามเนื้อ ทำให้เนื้อเยื่อตายในที่สุด
ลัดคิวหมอรามา รายการวาไรตี้ ที่รับชมได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกคำถามด้านสุขภาพมีคำตอบที่ถูกต้องชัดเจน วันนี้มาทำความรู้จักกับ “แบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า” โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อ. พญ.อัญญพร สุทัศน์วรวุฒิ ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว และ รศ. นพ.จักรพงษ์ บรูมินเหรทร์ สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มาให้ความรู้และคำแนะนำในการดูแลรักษา
🚩 แบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า คืออะไร
เราอาจเคยได้ยินโรคแบคทีเรียกินเนื้อคนมาบ้างแล้ว ซึ่งโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถติดเชื้อลงไปถึงกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อตายได้ การติดเชื้อที่ผิวหนัง อาจเป็นโรคที่หลายคนไม่คุ้นชิน และไม่ค่อยพบเจอบ่อย ดังนั้นจึงไม่ควรวิตกกังวลให้มากนัก
ส่วนใหญ่จะติดเชื้อที่ผิวหนังด้านนอก ซึ่งผิวหนังของคนเรามีหลายชั้นมาก อาจจะเริ่มจากผิวหนังกำพร้า หนังแท้ ชั้นไขมัน และลึกสุดคือชั้นกล้ามเนื้อ การติดเชื้อนี้เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งจะติดไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ อาจทำให้กล้ามเนื้อตายได้ รวมถึงการติด้ชื้อไปถึงพังผืดที่หุ้มกล้ามเนื้ออยู่ ถ้าเป็นแล้วอาจถึงขั้นรุนแรง และอาจอาจเข้าสู่กระแสเลือดได้ เพราะชั้นใต้ผิวหนังจะมีเส้นเลือดจำนวนมาก และอาจมีไข้สูงหรือความดันตก ช็อกเสียชีวิตได้

20240601-b-01.jpg

🚩 สาเหตุแบคทีเรียกินเนื้อคน
การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
- เดินไม่สวมรองเท้า
- ลุยโคลนน้ำขัง
- เศษไม้ แก้วบาด
- ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
- โดนข่วน จิก
- อุบัติเหตุ
บริเวณที่พบเจอมักจะเป็นบริเวณ แขน ขา หรือที่เท้า เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเชื้ออาจจะอยู่ในน้ำ เช่น น้ำกร่อย หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือบางเชื้อก็อยู่ที่ผิวหนังเราเอง หากภูมิคุ้มกันเราไม่ดีก็อาจจะเกิดติดเชื้อได้

20240601-b-02.jpg

🚩 อาการแบคทีเรียกินเนื้อคน
- บวม แดง กดเจ็บ ในตำแหน่งที่ติดเชื้อ ที่อาการเจ็บมากกว่าปกติแผลที่เห็นภายนอก
- ตุ่มน้ำพอง มีการตายของชั้นผิวหนังและทำให้อาการปวดหายไป
- ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำภายใน 36 ชั่วโมง
- มีอาการอื่น ๆ ที่พบร่วม เช่น ไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

20240601-b-03.jpg

🚩 วิธีการรักษา
- การผ่าตัดให้ลึกถึงชั้นฟาสเซียและเอาเนื้อเยื่อตายออก
- ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดหลายชนิดเพื่อใหครอบคลุมเชื้อที่ก่อโรค
- ให้สารอาหารอย่างเพียงพอในระหว่างการรักษา
- ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
โดยทั่วไป ถ้ามาพบแพทย์ได้เร็ว ก็จะมีการให้ยาฆ่าเชื้อ ผ่าตัดบริเวณที่เนื้อตายออก และเอาไปเพราะเชื้อ เพื่อดูว่าเป็นเชื้อตัวไหน อาจจะต้องนอนโรงพยาบาลระยะหนึ่ง หรือราว 1 - 3 สัปดาห์ เพื่อรอให้เนื้อเยื่อสมานกันและฟื้นตัวกลับมา

🚩 การป้องกันโรคแบคทีเรียกินเนื้อคน
- ต้องรักษาร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารดีมีประโยชน์ ออกกำลังกาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี
- ผู้ป่วยเบาหวาน ควรคุมน้ำตาล และพยายามหลีกเลี่ยงการเกิดบาดแผลเพราะจะหายช้ากว่าคนทั่วไป และมีความเสี่ยงมากขึ้นหากติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้
- หากมีแผลที่เท้า หลีกเลี่ยงการลุยน้ำขัง หรือแหล่งน้ำต่าง ๆ
- ในกรณีที่มีอาการปวดมาก ๆ บริเวณผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาโดยเร็ว

รับชมวิดีโอ : https://youtu.be/XuBMjgOX_o0?si=aILJxIoojqf66cpe

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...