โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

หากปะการังหายไป จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา?

Environman

เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2567 เวลา 10.00 น.

‘วันอนุรักษ์แนวปะการังโลก’ (World Coral Reef Day) หากโลกนี้ไม่มีแนวปะการังจะเกิดอะไรขึ้น? สิ่งมีชีวิตสุดสำคัญที่คอยค้ำจุนระบบนิเวศของทั้งใต้มหาสมุทรและวิถีชีวิตบนบก แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจุบันมีแนวปะการังมากกว่าครึ่งได้สูญหายไปแล้วเมื่อเทียบกับศตวรรษที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันแนวที่เหลืออยู่ก็กำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงจากทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ มลพิษ การประมง จนนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าแนวปะการังมากกว่า 90% จะหายไปภายในปี 2050 หากเรายังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ

และถ้าพวกมันหายไปทั้งหมด จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกบ้าง? คำตอบนั้นอาจน่ากลัวแต่ขอให้ทราบไว้ว่าเรายังคงพอมีเวลาอยู่บ้างและที่สำคัญ เราทุกคนต่างสามารถช่วยปะการังให้คงอยู่ต่อไปเป็นความสวยงามของโลกสีน้ำเงินใบนี้

#แนวปะการังคืออะไร?

แนวปะการังที่เราเห็นนั้นในทะเลและมหาสมุทรนั้นถูกสร้างขึ้นโดยอาณานิคมของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่เรียกว่า ‘ปะการัง’ เมื่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเหล่านี้มารวมตัวกัน พวกมันจะดึงแคลเซียมจากน้ำมาเปลี่ยนให้เป็นโครงสร้างหินปูนขนาดใหญ่ให้กลายเป็น ‘แนว’ พร้อมกับรองรับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เข้ามาอยู่ร่วมด้วย

แต่โดยทั่วไปแล้ว ‘ปะการัง’ จะอ่อนและนิ่มคล้ายพืช ทำให้เรามองเห็นพวกมันพลิ้วไหวไปกับกระแสน้ำในมหาสมุทรได้อย่างน่าประทับใจ

น่าเศร้าที่ปัจจุบันแนวปะการังทั่วโลกซึ่งเจริญเติบโตมานานกว่า 50 ล้านปี กำลังถูกคุกคามย่างหนักจากกิจกรรมของมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้เกิดการฟอกขาวครั้งใหญ่ โดยเมื่อไม่นานที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เพิ่งได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าโลกกำลังเกิดการฟอกขาวครั้งใหญ่ครั้งที่ 4 แล้ว

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ สาหร่ายที่สร้างสีสันให้กับแนวปะการังเกิดความเครียดจนละทิ้งปะการังออกไป ท้ายที่สุดแล้วทำให้ปะการังกลายเป็นสีขาวซีด จึงเป็นชื่อที่มาของปรากฏการณ์ดังกล่าว แต่โดยทั่วไปแล้วหากสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ปะการังสามารถฟื้นฟูตัวเองกลับมาได้

ทว่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วและถี่มากเกินไป ทำให้ปะการังไม่มีโอกาสได้พักผ่อน จนนำไปสู่ความตายอย่างถาวรได้ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่ามีการฟอกขาวเพิ่มขึ้นราว ๆ 1% ต่อสัปดาห์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้มีสัดส่วนปะการังฟอกขาวทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 54% แล้ว

“มีแนวโน้มว่าเหตุการณ์นี้จะทะลุจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ 56.1% ภายในเร็ว ๆ นี้” Derek Manzello ผู้ประสานงานโครงการ Coral Reef Watch ของ NOAA กล่าว “ประเด็สำคัญก็คือ เมื่อแนวปะการังเผชิญกับเหตุการณ์ฟอกขาวบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น เวลาที่มีให้พวกมันฟื้นตัวก็จะสั้นลงเรื่อย ๆ”

“แบบจำลองสภาพอากาศในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าแนวปะการังทุกแห่งบนโลกจะต้องเผชิญกับการฟอกขาวอย่างรุนแรง เป็นประจำทุกปีในช่วงระหว่างปี 2040 ถึง 2050” เขาเสริม

#แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่มีแนวปะการังอีกต่อไปแล้ว

ภัยคุกคามต่อแนวปะการังของโลกนั้นมีอยู่จริง และเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างมาก

25% ของสิ่งมีชีวิตในทะเลจะไม่มีที่อยู่อาศัย - มีเหตุผลที่ว่าทำไมแนวปะการังจึงมีฉายาว่า ‘ป่าฝนแห่งท้องทะเล’ แม้พวกมันจะครอบคลุมพื้นที่ในมหาสมุทรน้อยกว่า 1% จากทั้งหมด แต่กลับเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตกว่า 25% ในท้องทะเล ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 1 ล้านสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่และพึ่งพาแนวปะการังทั่วโลก หากบ้านของพวกมันหายไป โลกจะสูญเสียความหลากหลายทางธรรมชาติอย่างมาก

อุตสาหกรรมประมงจะไม่ปลาให้จับ - อย่างที่กล่าวไปข้อที่แล้ว ปะการังเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ และส่วนใหญ่ก็เป็นสายพันธุ์ที่มนุษย์บริโภคเป็นอาหาร ตามข้อมูลจากสหประชาชาติ มีผู้คนกว่า 1 พันล้านคนที่กินปลาเป็นหลัก ดังนั้นจึงคิดต่อได้ไม่ยากว่าคนที่อยู่ตามแนวชายฝั่งจะขาดแคลนอาหาร และคนที่อยู่ในเมืองก็จะไม่มีอาหารทะเลให้กินอีกต่อไป

เศรษฐกิจการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งจะหายไป - แนวปะการังเป็นความสวยงามของมหาสมุทร ซึ่งทำให้ผู้คนหลายร้อยล้านคนวางแผนที่จะออกไปเที่ยวและดำน้ำเพื่อดูความสวยงามดังกล่าว เมื่อทะเลไม่มีความสวยงามอีกต่อไป จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงอย่างรวดเร็ว และกระทบกับธุรกิจในท้องถิ่น ทั้งเจ้าของร้านอาหาร เจ้าของโรงแรม พ่อค้าแม่ค้า หรือไกด์นำเที่ยว ไม่มีใครสามารถสร้างรายได้ได้อีกต่อไป

พายุจะพัดถล่มรุนแรงขึ้น - แนวปะการังไม่ได้เป็นเพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวกั้นพายุตามธรรมชาติในการปกป้องชายฝั่งอีกด้วย พวกมันคอยกันคลื่นลมแรงและสภาพอากาศสุดขั้ว หากไม่มีแนวปะการัง ชายฝั่งจะเสี่ยงต่อการถูกกัดเซาะมากยิ่งขึ้น และอาจทำให้ใครหลายคนต้องย้ายออกจากพื้นที่

ออกซิเจนในโลกจะน้อยลง - เป็นที่รู้กันดีว่าจุลินทรีย์ในมหาสมุทรและต้นไม้บนบกเป็นผู้ผลิตออกซิเจนที่สำคัญสำหรับโลก แต่แบคทีเรียและแพลงก์ตอนเหล่านั้นต่างต้องพึ่งพาแนวปะการังในการดำเนินชีวิต ด้วยเหตุนี้หากแนวปะการังหายไป จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงได้อาจมีปริมาณลดลง และกระทบกับการผลิตออกซิเจน

แม้แต่วงการแพทย์ก็ยังได้รับผลกระทบ - เนื่องจากปะการังมักจะพัฒนาสารเคมีที่ใช้ในการป้องกันตัวขึ้นมาตามธรรมชาติ สารเคมีเหล่านั้นสามารถนำมาวิจัยต่อเป็นยารักษาโรคได้ และในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังทำอยู่ หากพวกมันหายไป ความก้าวหน้าทางการแพทย์ด้านนี้อาจต้องหยุดตัวลง

“ปะการังเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ในมหาสมุทร เพราะมันก่อให้เกิดวัฏจักรทางนิเวศที่ซับซ้อนสำหรับสายพันธุ์ต่าง ๆ ตลอดจนแหล่งหาอาหารและการพักอาศัย” Lena Chang นักรณรงค์ด้านสภาพอากาศและพลังงาน จากกรีนพีซเอเชียตะวันออก กล่าว

“แนวปะการังที่สมบูรณ์สามารถก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงได้ เป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์จากการท่องเที่ยว และช่วยปกป้องแนวชายฝั่งจากการกัดเซาะของมหาสมุทร หากระบบนิเวศทั้งหมดได้รับความเสียหาย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการประมงก็จะได้รับผลกระทบที่ชัดเจน” เธอ เสริม

แม้ว่าสถิติและเรื่องราวต่าง ๆ อาจดูน่ากลัว แต่เราทุกคนมีส่วนช่วยกันอนุรักษ์แนวปะการังได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้พลาสติก ลดการสร้างมลพิษ ท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ และที่สำคัญมีอำนาจในการเลือกผู้ตัดสินใจด้านนโยบาย พร้อมกับเผยแพร่ข้อมูลของแนวปะการังเพื่อสร้างการตระหนักรู้ได้

แนวปะการังต้องการทุกคน

ที่มา

https://www.sciencenews.org/…/ocean-heat-records-2024…

https://www.noaa.gov/…/noaa-confirms-4th-global-coral…

https://reef-world.org/blog/no-coral-reefs

https://www.greenpeace.org/…/what-is-coral-what-are…/

https://science.howstuffworks.com/…/what-if-all-coral…

Photo : borsattomarcos/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...