‘นิสสัน’ ประกาศโละพนักงานเพิ่มอีก 11,000 ตำแหน่ง และปิดโรงงาน 7 แห่ง หลังขาดทุน 6.7 แสนล้านเยน
เรียกได้ว่าเป็นช่วงมรสุมสำหรับนิสสัน บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ที่แผนควบรวมกับฮอนด้าและมิตซูบิชิล้มเหลวไม่พอ ยังต้องเจอกับแรงกดดันจากภาษีในสหรัฐฯ จนล่าสุดบริษัทต้องเร่งปรับโครงสร้างบริษัทโดยการลดคน และ ปิดโรงงาน
ยอดขายที่ลดลงในประเทศจีน และการลดราคาอย่างหนักในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสองแห่งของ นิสสัน (Nissan) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้ ในขณะที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แผนการควบรวมกิจการกับ ฮอนด้า (Honda) และ มิตซูบิชิ (Mitsubishi) ก็ล้มเหลว
จนล่าสุด นิสสันได้ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยจะลดตำแหน่งงานเพิ่มอีก 11,000 ตำแหน่งทั่วโลกและ ปิดโรงงาน 7 แห่ง เพื่อรับมือกับยอดขายที่ตกต่ำ ในขณะที่ปีที่ผ่านมา นิสสันได้ปรับลดพนักงานไปแล้วกว่า 20,000 คนปัจจุบัน นิสสันจ้างพนักงานประมาณ 133,500 คนทั่วโลก
ย้อนไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นิสสันเคยประกาศว่า บริษัทพยายามจะหาทาง ลดต้นทุนรวมถึงต้องการจะ ลดการผลิตทั่วโลกลง 1 ใน 5 และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นิสสันได้ประกาศ ยกเลิกแผนการสร้างโรงงานแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่น
ย้อนไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นิสสันและฮอนด้า พยายามที่จะควบรวมกันเพื่อสู้กับค่ายรถจากจีน แต่การเจรจากลับล้มเหลว เนื่องจากทั้งสองบริษัทไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งหลังจากการเจรจาล้มเหลว ส่งผลให้ มาโคโตะ อุจิดะประธานเจ้าหน้าที่บริหารในขณะนั้นต้องลาออก และได้ อิวาน เอสปิโนซา ซึ่งเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่วางแผนของบริษัทและหัวหน้าแผนกมอเตอร์สปอร์ตมาแทนที่
ทั้งนี้ นิสสันได้รายงานผลขาดทุนประจำปีถึง 6.7 แสนล้านเยน (ราว 1.5 แสนล้านบาท)ขณะที่ภาษีของสหรัฐฯ ยิ่งสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมให้กับบริษัทที่กำลังประสบปัญหา
“ปีงบประมาณที่ผ่านมา นับเป็นปีที่ท้าทาย ด้วยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นและสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน และนิสสันก็ไม่สามารถคาดการณ์ถึงรายได้ในปีงบประมาณนี้ได้ เนื่องจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ" อิวาน เอสปิโนซา กล่าว
ไม่ใช่แค่ตลาดสหรัฐฯ แต่บริษัทกำลังประสบปัญหาใน ตลาดจีน ซึ่งเป็นอีกตลาดสำคัญ เนื่องจากกำลังเผชิญกับสงครามราคา ส่งผลให้ยอดขายลดลง -12% ในขณะที่ตลาดอื่น ๆ อย่างญี่ปุ่นและยุโรป ก็ลดลงเช่นกัน
Source