โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

NKT โชว์ผลงานไตรมาส 1/68 มีรายได้ 501 ล้านบาท-กำไรสุทธิ 56 ล้านบาท เดินหน้าสร้างโรงพยาบาลใหม่ 2 แห่ง

Share2Trade

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 02.42 น. • Share2Trade

บมจ.โรงพยาบาลนครธน (NKT) โชว์งบการเงินไตรมาส 1/68 ทำรายได้ 500.53 ล้านบาท กำไรสุทธิ 56.07 ล้านบาท ฟากบิ๊กบอส "รศ.ญาณเดช ทองสิมา" ระบุรายได้หลักกว่า 98.78% มาจากผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ปี 68 เดินหน้าขยายการลงทุนสร้างโรงพยาบาลนครธน 2 บนถนนเอกชัย, โครงการนครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม

NKT โชว์ผลงานไตรมาส_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

พร้อมเพิ่มจำนวนเตียงให้บริการโรงพยาบาลนครธน เพิ่มศักยภาพการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนในระดับที่สูงขึ้น สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพครบวงจร และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการอย่างยั่งยืน ปักหมุดรายได้รวมปีนี้เติบโตระดับ 8-10%

รองศาสตราจารย์ ญาณเดช ทองสิมา ประธานกรรมการบริษัท บริษัท โรงพยาบาลนครธน จำกัด (มหาชน) หรือ NKT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2568 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2568) บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 500.53 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 56.07 ล้านบาท มีอัตรากำไรสุทธิ 11.20%

ทั้งนี้ รายได้หลักสัดส่วน 98.78% เป็นรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลนครธน จำนวน 494.44 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) และรายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) ซึ่งเติบโตกว่างวดเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย

โดยรายได้จากผู้ป่วย OPD จำแนกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้รับบริการทั่วไป และกลุ่มผู้รับบริการแบบคู่สัญญาองค์กร ส่วนใหญ่มาจากศูนย์อายุรกรรม ศูนย์สุขภาพเด็ก ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ศูนย์กระดูกและข้อ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ศูนย์โสต ศอ นาสิก ศูนย์ผิวหนังและความงาม ศูนย์สุขภาพสตรี และศูนย์จักษุ

ส่วนรายได้จากผู้ป่วย IPD จำแนกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้รับบริการทั่วไป และกลุ่มผู้รับบริการแบบคู่สัญญาองค์กร โดยมีสัดส่วนรายได้ OPD ร้อยละ 63 และ IPD ร้อยละ 37

แพทย์หญิง ศิเรมอร ทองสิมา ผู้อำนวยการสายงานแพทย์ NKT กล่าวว่า ปี 2568 บริษัทฯ โดยตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้จะเติบโตในระดับ 8-10% พร้อมกับเดินหน้าแผนขยายการลงทุน เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลนครธน 2 บนถนนเอกชัย จำนวน 151 เตียง คาดว่าจะเปิดให้บริการและเริ่มรับรู้รายได้ประมาณในช่วงปลายไตรมาส 4/2568, 2.โครงการนครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลนครธน เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2569 และ 3.โครงการขยายจำนวนเตียงให้บริการของโรงพยาบาลนครธนอีก 95 เตียง จากปัจจุบัน 150 เตียง จะทยอยเปิดให้บริการในปี 2568-2570

โดยโรงพยาบาลนครธน มีจุดเด่นด้านการให้บริการรักษาโรคที่มีความซับซ้อน (โรงพยาบาลระดับตติยภูมิ) โดยมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง 20 ศูนย์ เช่น ศูนย์สมองและระบบประสาท ศูนย์หัวใจ ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ศูนย์กระดูกสันหลัง ศูนย์มะเร็ง และศูนย์ทันตกรรม เป็นต้น และมีแผนกการรักษาผู้ป่วย 1 แผนก ได้แก่ แผนกไตเทียม รวมถึงมีความพร้อมด้านทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาอายุรศาสตร์เฉพาะทางและสาขาเฉพาะทางอื่น ๆ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับการรักษาเพื่อตอบสนองการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และการรักษา (Medical) แบบองค์รวม

“หลังจากประสบความสำเร็จจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โรงพยาบาลนครธนได้ขยายแผนธุรกิจสู่การลงทุนในสองโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการโรงพยาบาลนครธน 2 และ โครงการนครธน ลองไลฟ์ เซ็นเตอร์ (Nakornthon Long Life Center) ซึ่งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบองค์รวม ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ การเติบโตระยะยาวของโรงพยาบาลนครธนเกิดจากการขยายจำนวนเตียงผู้ป่วยใน (IPD) จากเดิม 150 เตียง พร้อมขยายวอร์ดพิเศษ รวมถึงโครงการใหม่สองแห่ง ทำให้ภายในปี 2570 โรงพยาบาลจะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 481 เตียง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งทั้งสองโครงการใหม่นี้สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพครบวงจร รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการอย่างยั่งยืน” แพทย์หญิง ศิเรมอร กล่าวในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...