โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วิบากกรรม ‘BTS’ ราคาดิ่งสุดในรอบ 10 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 มี.ค. 2566 เวลา 02.23 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2566 เวลา 02.21 น. • The Bangkok Insight

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น BTS หรือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กำลังถูกกดดันอย่างรุนแรง โดยในวันที่ 14 มีนาคม 2566 ปิดการซื้ออยู่ที่ 6.70 บาท ถือเป็นปรับตัวลดลงต่อเนื่องจนทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี

สาเหตุที่หุ้น BTS ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง มาจากประเด็นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กับพวกรวม 13 คน รวมถึง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BTS พร้อมทั้ง นายคีรี กาญจนพาสน์ และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา ในฐานะกรรมการของ BTSC ที่เกี่ยวกับการทำสัญญาให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ตั้งแต่ปี 2555

โดยกล่าวหาในประเด็นหลักว่า การทำสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ (กฎหมายร่วมทุน) ประกอบด้วย 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. ส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท สถานีอ่อนนุช-แบริ่ง 2. สายสีลม สถานีสะพานตากสิน-วงเวียนใหญ่ 3. การต่อสัญญาว่าจ้างเดินรถไฟฟ้าในเส้นทางสถานีหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน ซึ่งจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572 ออกไปอีก 13 ปี เพื่อให้ทั้ง 3 เส้นทางไปสิ้นสุดพร้อมกันในปี 2585

BTS โต้กลับ จี้รัฐจ่ายหนี้ 5 หมื่นล้าน

หลังมีประเด็นดังกล่าวออกมา นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ BTS เปิดแถลงข่าวเพื่อชี้แจง โดยสรุปสาระสำคัญได้ว่าการประมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น บริษัทดำเนินการอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน ไม่มีการฮั้วประมูลตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมเตรียมฟ้องกลับผู้ที่ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ ยังตอบโต้กลับในประเด็นเรื่องที่ตอนนี้รัฐมีหนี้ค้าง BTS เกือบ 50,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเป็นค่าจ้างเดินรถรายปีในส่วนเส้นทางต่อขยาย ที่หยุดชำระเมื่อราวปี 2562 เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานใหม่

พร้อมยืนยันว่าบริษัทยังมีสถานะที่แข็งแรง โดยจะยังเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการร่วมทุนในสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออก มูลค่ารวมราว 8 แสนล้านบาท รวมทั้งเข้าประมูลเพื่อขอสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572

ส่วนสภาพคล่องก็ยังดีอยู่ ปีนี้บริษัทจะเริ่มเดินรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ในเดือนมิถุนายน และเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ในเดือนสิงหาคม คาดว่าจะสร้างรายได้ปีละ 2,000 ล้านบาท และได้รับเงินอุดหนุนงานโยธาอีกปีละ 4,700 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 10 ปี อีกทั้งเตรียมออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน วงเงินราว 10,000 ล้านบาท ในช่วงกลางปี 2566

แนะเลี่ยงลงทุน สลับไปซื้อหุ้น BEM

ความเห็นของนักวิเคราะห์มองว่าความเสี่ยงนี้จะกดดันราคาหุ้นของ BTS ต่อเนื่อง แม้จะใช้เวลาหลายปีกว่าศาลจะตัดสิน ทั้งนี้ บล.ธนชาต เผยว่านี่เป็นข่าวร้ายสำหรับ BTS ทำให้ราคาหุ้นอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อไป ดังนั้น จึงชอบหุ้น BEM หรือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มากกว่า เพราะไม่มีความเสี่ยงจากการเสียสัญญาสัมปทานแล้ว และคาดว่ากำไรของ BEM จะสูงเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากปริมาณการใช้ทางด่วนที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวของผู้โดยสาร

ด้าน บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำ "หลีกเลี่ยง" การลงทุนไปก่อน เพราะข่าวดังกล่าวทำให้การได้มาซึ่งสัญญาเดินรถไฟฟ้าเกิดความไม่แน่นอน แม้ส่วนต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง (5 สถานี) และตากสิน-วงเวียนใหญ่ (2 สถานี) ถึงจะเปิดให้เอกชนรายอื่นประมูล แต่ก็คงไม่มีใครเข้าร่วมประมูล ด้วยระยะทางที่สั้นมาก ทำให้การเจรจาตรงกับ BTS จะเหมาะสมกว่า แต่การผิด พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ คงต้องติดตามต่อไปว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร เพื่อให้มีข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...