โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนดราม่า ภาษาพาที จาก 'เกี๊ยวใจแตก' สู่ 'ข้าวคลุกน้ำปลา' ถึงเวลาปรับแบบเรียนใหม่หรือยัง?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 เม.ย. 2566 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2566 เวลา 08.28 น.

ย้อนดราม่า ภาษาพาที จาก ‘เกี๊ยวใจแตก’ สู่ ‘ข้าวคลุกน้ำปลา’ ถึงเวลาปรับแบบเรียนใหม่หรือยัง?

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ แบบเรียน “ภาษาพาที” ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถามจะกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก

สำหรับแบบเรียนภาษาพาทีนั้น จะมุ่งเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะทางภาษาจากการอ่าน เขียน ฟัง พูดเรื่องที่น่าสนใจ ผสานความเข้าใจและลักษณะภาษาไทย ตระหนักรับรู้ในความงามของภาษา ภูมิปัญหาทางภาษา กระบวนการคิดและการบูรณาการ เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ด้วยตนเองและกระตุ้นความสนใจ สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาเหมาะกับช่วงวัย

ก่อนดราม่า “ข้าวคลุกน้ำปลา” แบบเรียน “ภาษาพาที” ถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมว่าเป็นการยัดเยียดความคิดที่มีอคติให้ผู้เรียนมาแล้ว!!

ย้อนกลับไปปี 2563 เกิดแคมเปญรณรงค์โดยใช้ชื่อว่า ถึงเวลาปรับเนื้อหาไม่เหมาะสมในแบบเรียนภาษาไทย #Saveเกี๊ยว ขึ้นมาแล้ว

ประเด็นดราม่านี้ เริ่มจากโลกออนไลน์กระจายบทเรียนเรื่อง “เสียแล้วไม่กลับคืน” ซึ่งเป็นบทเรียนที่ 14 ของหนังสือภาษาพาที ป.6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

เนื้อหาในบทดังกล่าวมุ่งสอนใจ เรื่องรักนวลสงวนตัว ไม่ชิงสุกก่อนห่าม…

โดยยกตัวละคร “เกี๊ยว” ที่ใจแตกมาตั้งแต่ยังไม่มีคำนำหน้าว่านางสาว ตามีไว้ดูโทรทัศน์ ปากมีไว้กิน และพูดไร้สาระ หูมีไว้แนบโทรศัพท์มือถือ แทบไม่เคยห่าง

ตอนกลางวันเกี๊ยวหนีโรงเรียนไปเที่ยวตามศูนย์การค้า กลางคืนหนีออกจากบ้านไปเที่ยวผับ หนุ่มๆในซอยสามารถหยอกเอินเกี๊ยวด้วยคำพูดที่คึกคะนอง ลามปาม ไม่ให้เกียรติ แทนที่จะโกรธและเดินหนี เกี๊ยวกลับสนุกที่จะโต้ตอบกลับ ด้วยคำพูดลักษณะเดียวกัน

หนักเข้าเกี๊ยวก็ไปร่วมกับแก๊งมอเตอร์ไซค์ที่ประพฤติตัวผิดกฎหมาย ปิดถนนแข่งรถโดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนหรือไม่ที่สำคัญเกี๊ยวสนุกที่จะเอาตัวเองเป็นรางวัลชีวิต ซึ่งผู้ชายคนไหนก็ได้ที่ชนะเดิมพันจะเอาไปย่ำยี

จากประโยคนี้ ผู้ปกครอง ประชาชน ตั้งคำถามจำนวนมาก ว่า แบบเรียนนี้กำลังปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ ให้กับนักเรียนหรือไม่ แม้จะเหมือนว่าบทเรียนนี้ต้องการสอนเด็ก แต่อีกทางหนึ่ง มองว่า บทเรียนนี้ต้องการจะลดคุณค่าผู้หญิงหรือไม่??

และต้องการจะเน้นย้ำ และปลูกฝังให้นักเรียนเข้าใจว่า ผู้หญิงจะต้องเป็นช้างเท้าหลัง ต้องมีกรอบ และปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องสิทธิสตรี และความเท่าเทียมทางเพศ

ทั้งที่จริงแล้วแบบเรียนเหล่านี้ ควรจะส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ สิทธิมนุษยชน เคารพความแตกต่างของกันและกันหรือไม่

ในเวลานั้น หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับเปลี่ยนเนื้อหาแบบเรียน ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก มีความทันสมัย ทันเหตุการณ์ และส่งเสริมทัศนคติที่ดีให้กับเด็กที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่จะขับเคลื่อนประเทศในอนาคต

แต่เสียงเรียกร้องนั้นไม่เป็นผล…

ถึงเวลาหรือยังที่ ศธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในอนาคต

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ผู้ที่สนใจ สามารถอ่านเนื้อหา น้องเกี๊ยว ทั้งหมดได้ตามนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...