คปภ. ร่วมภาคธุรกิจปรับกลยุทธ์ประกันภัยปี 68
สำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย ร่วมประชุม OIC Meets CEO 2025 ครั้งที่ 1/2568 เพื่อสรุปความคืบหน้าและหารือเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยปี 2568
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ร่วมกับ สภาธุรกิจประกันภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย (OIC Meets CEO 2025) ครั้งที่ 1/2568 เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อสรุปที่ประชุม (OIC Meets CEO 2024) ครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2567 โดยมีความคืบหน้าของการดำเนินการทั้ง 9 ประเด็น ดังนี้
1. การจัดทำ Examination Form โดยมีการสื่อสารกรอบระยะเวลาการดำเนินการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมในการจัดทำ Examination Form และกำหนดกรอบระยะเวลาการประชุมคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับรองการตอบและการนำส่ง Examination Form ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
2. โครงการ Ignite Finance การจัดตั้งศูนย์กลางทางการเงิน ที่จะดึงดูดผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน เข้ามาในประเทศไทย ส่งผลให้มีทรัพยากรด้านการเงินเพิ่มขึ้น และเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยสำนักงานคปภ. ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายและยกร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งศูนย์กลางทางการเงินแล้วว่าบริษัทประกันภัยหรือบริษัทประกันภัยต่อที่จัดตั้งในโครงการ สามารถโอนความเสี่ยงหรือทำสัญญาประกันภัยต่อกับบริษัทประกันภัยในประเทศได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจสำหรับธุรกิจประกันภัยในประเทศ
3. การประสานความร่วมมือส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยให้แก่ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมของไทย โดยจัดทำแนวทางการส่งเสริมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์/การจัดกิจกรรม รวมถึงการจัดทำสื่อให้ความรู้ด้านการประกันภัย เพื่อคณะทำงานจะได้ดำเนินการกำหนดเนื้อหาและรูปแบบของคอนเทนต์ (Content) และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันและ/หรือแบ่งสรรจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ต่อไป
4. การส่งเสริมให้ภาคธุรกิจมีบทบาทในการปรับปรุงและพัฒนาข้อสอบและการยกระดับมาตรฐานความรู้และหลักสูตรการอบรม โดยสมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทยนำเสนอแผนงานและความคืบหน้าในการดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาข้อสอบ ในส่วนของการยกระดับมาตรฐานความรู้และหลักสูตรการอบรมโดยสมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทยนำเสนอแผนงานและความคืบหน้าในการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรการอบรม
5. การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการขอรับ/ขอต่อใบอนุญาตตัวแทนและนายหน้าประกันภัย มีการพัฒนากระบวนการดำเนินงานและศึกษาแนวทางที่เกี่ยวข้องประกอบการพิจารณาตามข้อเสนอภาคธุรกิจ อาทิ การพัฒนากระบวนการออกใบอนุญาตฯ ให้สามารถได้รับใบอนุญาตฯ ได้ทันทีหลังจากผ่านการสอบและการอบรมและการเปลี่ยนสถานะใบอนุญาตสำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยเป็นใบอนุญาตตัวแทนประกันภัย
6. การนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ IBS Non-Life และ IBS Life มีการตรวจสอบและควบคุมความถูกต้อง ครบถ้วน ของคุณภาพข้อมูลที่นำส่งเข้ายังระบบ IBS เพื่อร่วมกันยกระดับการใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมประกันภัยอย่างต่อเนื่อง
7. ความคืบหน้าการพัฒนาการให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลสำหรับภาคการเงิน (Open Data for Consumer Empowerment) มีแผนการพัฒนาการให้บริการการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เริ่มจากการเชื่อมโยงข้อมูลภายในภาคประกันภัย (Open Insurance) ในปี 2568 จากนั้นจึงจะขยายการเชื่อมโยงใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มีในภาคส่วนอื่น ๆ (Open Data) ในปี 2569 ต่อไป
ขณะเดียวกันภาคธุรกิจร่วมกับสำนักงาน คปภ. ในการกำหนดรายละเอียดในด้านต่าง ๆ เช่น ด้าน Use Case ด้านชุดข้อมูล เป็นต้น สำหรับการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจประกันภัย โดยสมาคมประกันชีวิตไทยและสมาคมประกันวินาศภัยไทยจะมีการจัดประชุมหารือภายในเป็นประจำทุกเดือนและจะมีการประชุมหารือร่วมกับสำนักงาน คปภ. เป็นประจำทุกสองเดือน
8. การแก้ไขประกาศ คปภ. ว่าด้วยการประกาศหรือโฆษณาการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย/ชีวิต ทั้งนี้มีการแก้ไขประกาศ คปภ. ว่าด้วยการประกาศหรือโฆษณาการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย/ชีวิต
9. กรณีมีกลุ่มบุคคลหรือบุคคลเสนอขายประกันภัยให้กับบริษัทประกันภัยต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัยในประเทศไทย ทั้งนี้ให้บริษัทประกันภัยกำกับดูแลตัวแทน/นายหน้าประกันภัย กรณีชักชวน แนะนำ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้บุคคลทำสัญญาประกันภัยกับผู้ประกอบธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศหรือกับบุคคลใด ๆ
นอกจากผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต/วินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และมีโทษทางอาญา รวมถึงหากพบการกระทำความผิด ให้บริษัทประกันภัยสอบสวนข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ก่อนจะนำส่งให้สำนักงาน คปภ. เพื่อดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ ในการประชุมหารือได้แบ่งประเด็นการประชุมออกเป็น 3 ส่วน คือ
ส่วนแรก เป็นการหารือโดยมองย้อนกลับไป (Backward Looking) ว่าที่ผ่านมามีประเด็นที่ยังต้องดำเนินการและติดตามความคืบหน้าต่อไป ซึ่งมี 2 ประเด็น คือ 1. ความคืบหน้าการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าด้วยระบบ EWS รวมถึงการเปิดเผยผลการจัดกลุ่มบริษัทประกันภัยตามความเสี่ยง 2. การจัดทำมาตรฐานกรอบระยะเวลาสำหรับการให้บริการ Service Level Agreement (SLA) ของธุรกิจประกันภัย
ส่วนที่สอง เป็นการหารือในประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน (Current Situation) โดยมี 3 ประเด็นที่ต้องติดตามคือ 1. ความคืบหน้าแนวทางการปรับปรุงประกาศ คปภ. ว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่น 2.การยกระดับประสิทธิภาพกลไกการทำงานของระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และ 3. ระบบฐานข้อมูลฉ้อฉลประกันภัยหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลประกันภัย
ส่วนที่สาม เป็นการหารือในประเด็นที่มองไปข้างหน้า (Forward Looking) โดยมี 8 ประเด็นที่สำนักงานคปภ. และภาคเอกชนร่วมกันหารือ ประกอบด้วย
1.การกำกับบริษัทประกันภัยแบบร่วมกลุ่ม (Group Wide Supervision) ระดับ Solo Consolidation ที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติกรรมการแนวทางการติดตามการถือหุ้นธรรมาภิบาลการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน
2.แผนการทบทวนหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงของบริษัทประกันภัย
3.การยกระดับการกำกับดูแลและการตรวจสอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง Enterprise Risk Management and Own Risk Solvency Assessment (ERM-ORSA)
4. แนวทางการพัฒนาบุคลากรประกันภัย งานวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยประจำปี 2568 และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคธุรกิจประกันภัย สมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5. แนวทางการแก้ไขปัญหาค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ
6. ยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของสาขาบริษัทประกันภัยในส่วนภูมิภาค สร้างความมั่นใจที่ยั่งยืนด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม
7. การเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อร้องเรียนและระงับข้อพิพาทด้านการประกันภัย
8. การเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินผลการตรวจสอบความเสี่ยงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและกรอบการประเมินความพร้อมด้านการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ (CRAF)
“การประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย OIC Meets CEO 2025 ครั้งที่ 1 ได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจประกันภัยเป็นอย่างดี ถือเป็นเวทีระดมความคิดเห็นและความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. กับ ภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในปี 2568ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและการเติบโตอย่างยั่งยืนของระบบประกันภัยไทยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป”