เกมใหม่ของ Workpoint เลิกทำละคร – ดันธุรกิจเพลง T-POP เต็มสูบ
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ธ.ค. 2567 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2567 เวลา 02.56 น. • The Bangkok Insightเกมใหม่ของ Workpoint เลิกทำละคร - ดันธุรกิจเพลง T-POP เต็มสูบ
ล่าสุดผู้ประกอบธุรกิจสื่อบันเทิงแถวหน้าของไทย บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น WORK ได้ออกมาประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญอย่างการโชว์แผนกลยุทธ์ ที่จะมุ่งมั่นปรับตัว เพื่อสร้างการเติบโตท่ามกลางผลประกอบการที่ยังมีความท้าทายอยู่มาก
หลังงบในงวดไตรมาส 3 ปี 2567 ที่ผ่านมา WORK มีรายได้รวม 509.7 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีผลขาดทุน 17.3 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมงวด 9 เดือน บริษัทมีรายได้รวม 1,612.4 ล้านบาท ลดลง 13% มีกำไรสุทธิ 41.2 ล้านบาท ลดลง 55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุที่ทำให้หุ้น WORK พลิกขาดทุน เนื่องด้วยรายได้ค่าโฆษณาของธุรกิจรายการโทรทัศน์ที่หดตัวลงอย่างหนัก อีกทั้งรายได้จากธุรกิจ Event ก็ยังลดลง นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่แนวโน้มกำไรของบริษัทจะอ่อนแอลงต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4 ตามภาวะอุตสาหกรรมสื่อทีวี เพราะพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไปจากอดีต
ทั้งนี้ Workpoint ถือเป็นบริษัทบันเทิงที่มีอายุกว่า 35 ปี โดยเติบโตจากการเป็นผู้ผลิตเกมโชว์ สู่การเป็นช่องทีวี และเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์บันเทิงระดับแถวหน้าของประเทศไทย ปัจจุบันรายได้หลักของบริษัทมาจากการประกอบธุรกิจการผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อออกอากาศและขายโฆษณาในสถานีโทรทัศน์ของบริษัท ซึ่งออกอากาศในระบบดิจิทัล
ทว่าล่าสุดผู้บริหารของ Workpoint ก็ได้มีการประกาศตัดธุรกิจที่ขาดทุน หันไปมุ่งเน้นธุรกิจที่มีโอกาสสร้างกำไรในอนาคต ด้วยโดยกลยุทธ์สำคัญ คือยุติการผลิตละครในช่องเวิร์คพอยท์ แต่จะเน้นทำรายการวาไรตี้ และรายการเทเลอร์เมด คาดว่าจะทำให้บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายราว 100 - 150 ล้านบาทต่อปี
Workpoint ลุยธุรกิจเพลง-ปั้นศิลปินแนวT-Pop
ส่วนธุรกิจที่บริษัทจะมุ่งเน้นแบบเต็มที่ คือธุรกิจเพลงและการปั้นศิลปินแนวที-ป๊อป (T-Pop) ภายใต้การบริหารจัดการของค่าย XOXO ENTERTAINMEN ปัจจุบันมีทั้งศิลปินเดี่ยว ศิลปินกลุ่มบอยแบนด์ และเกิร์ลกรุ๊ป โดยมีศิลปินชื่อดัง เช่น 4EVE และ ATLAS
อีกหนึ่งแผนกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือ การหันมาเน้นผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ ทั้งจาก “โคตรคูล” และจากบริษัทร่วมทุนกับ “เบิ้ล ปทุมราช” เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค และเม็ดเงินโฆษณาที่กำลังหันมาทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ
โดยบริษัทตั้งเป้าหมายว่ากลยุทธ์การขับเคลื่อนธุรกิจในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จะส่งผลให้รายได้ปี 2568 อยู่ที่ 2,500 ล้านบาท และทำกำไรสัดส่วน 2-3%
อย่างไรก็ดี หากเราลองสำรวจมุมมองของนักวิเคราะห์ต่อหุ้น WORK จะพบว่ายังมีโทนที่เป็น Negative ต่อผลประกอบการ และการประมาณการกำไรในอนาคต โดยฝ่ายวิจัย บล. ฟิลลิป คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการปี 2568 WORK จะกลับมามีกำไรอยู่ที่ 65 ล้านบาท จากการเน้นรายการ Tailor Made มากขึ้น ตามความต้องการของลูกค้า แต่บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากการปรับโครงสร้างองค์กร มีการลดพนักงานที่ไม่อยู่ในแผนงาน เช่น การผลิตละคร รวมถึงค่าใช้จ่ายในการปั้นศิลปินฝึกหัดเพื่อนำออกไปต่างประเทศ
ในขณะที่บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี ยังมอง Negative ต่อผลประกอบการของ WORK แย่กว่าที่คาด จึงปรับประมาณการปี 2567-2569 ลง และปรับลดราคาเป้าหมายเป็น 7.45 บาทต่อหุ้น (เดิม 7.90 บาทต่อหุ้น) ให้คำแนะนำ Reduce
มองว่า WORK ยังไม่น่าสนใจจากผลประกอบการมีแนวโน้มอ่อนแอจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมสื่อทีวี ที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ชม และ WORK อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หุ้น WORK ยังมีข้อดีจากฐานะทางการเงินแข็งแรง มีเงินสดและรายการเทียบเท่ากว่า 2 พันล้านบาท และซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี
สุดท้ายนี้คงต้องจับตาต่อไปว่า WORK จะปรับตัวเข้าหาสื่อในยุคปัจจุบันได้ดีแค่ไหน คงต้องผสมผสานระหว่างสื่อรูปแบบดั้งเดิมกับสื่อสมัยใหม่ เหมือนอย่างที่บริษัทเคยประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยนผ่านยุคทีวี Analog เข้าสู่ช่วงแรกของทีวี Digital
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เอาแล้ว! ‘เวิร์คพอยท์’ ดึง ‘ซี ศิวัฒน์-ป๋ากิ๊ก’ นั่งแท่นพิธีกรรายการนี้?
- เวิร์คพอยท์ ไม่นิ่งนอนใจ เปิดแถลงปม กันต์ กันตถาวร ยุติบทบาทพิธีกร
- เปิดเส้นทางวงการบันเทิง ‘กันต์-กันตถาวร’ จากพระเอก สู่พิธีกรมืออาชีพ
ติดตามเราได้ที่