โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคสแรกของโลก! แพทย์พบ พยาธิตัวกลมตัวเป็นๆ ยาว 8 ซม. ในสมอง

Khaosod

อัพเดต 29 ส.ค. 2566 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2566 เวลา 08.24 น.

เคสแรกของโลก! แพทย์พบ พยาธิตัวกลมตัวเป็นๆ ยาว 8 ซม. ในสมองมนุษย์ หวั่นการเกิดอุบัติใหม่ติดเชื้อจากสัตว์สู่คนเพิ่ม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กรณีทางการแพทย์อันน่าสยองที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิดเป็นกรณีแรกของโลก หลังแพทย์พบหนอนตัวเป็น ๆ สามารถอาศัยอยู่ในสมองของมนุษย์ได้ กลายเป็นฝันร้ายของคนทั่วโลก

ตามรายงาน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ออสเตรเลีย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) และโรงพยาบาลแคนเบอร์รา ค้นพบกรณีการติดเชื้อปรสิตใหม่ในมนุษย์รายแรกของโลก หลังจากที่ตรวจพบพยาธิตัวกลมขนาด 8 เซนติเมตรที่ยังมีชีวิตอยู่ในสมองของหญิงวัย 64 ปี

คารินา เคนเนดี้ ผู้อำนวยการฝ่ายจุลชีววิทยาคลินิกกล่าวว่าอาการของเธอเริ่มครั้งแรกในเดือนมกราคม 2021 โดยแพทย์ได้รักษาหญิงวัย 64 ปีรายนี้ด้วยสเตียรอยด์และยาอื่น ๆ สำหรับอาการปวดท้องและท้องร่วงนาน 3 สัปดาห์ ตามมาด้วยอาการไอแห้ง, มีไข้, หายใจลำบาก และเหงื่อออกตอนกลางคืน

จนกระทั่งปี 2022 เธอเริ่มประสบกับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในความจำและการประมวลผลความคิด พร้อมมีอาการซึมเศร้าและหลงลืม แพทย์จึงสั่งให้เข้ารับการสแกนสมองด้วยการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งแสดงให้เห็นรอยโรคที่ผิดปกติภายในกลีบสมองส่วนหน้าด้านขวา ทำให้แพทย์แนะนำให้ทำการผ่าตัด

รองศาสตราจารย์ ดร. ซานจายา เสนานายาเก ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อได้รับโทรศัพท์จากศัลยแพทย์คนหนึ่งโทรหาเขาและพูดว่า "โอ้พระเจ้า คุณคงไม่เชื่อสิ่งที่ฉันเพิ่งพบในสมองของผู้หญิงคนนี้และมันยังมีชีวิตอยู่" สิ่งที่ศัลยแพทย์ระบบประสาทที่โรงพยาบาลแคนเบอร์รา ตรวจดูความผิดปกติ คือ พยาธิตัวกลมสีแดงสดขนาด 8 เซนติเมตรที่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้านปรสิตวิทยาว่า คือ พยาธิ Ophidascaris robertsi ซึ่งยังมีชีวิตอยู่และดิ้นไปมา

สิ่งที่ทำให้การค้นพบนี้แปลกยิ่งขึ้นไปอีก เพราะพยาธิตัวกลม Ophidascaris robertsiมักพบในงู ไม่ใช่ในมนุษย์ โดยทั่วไปมันจะอาศัยอยู่ในหลอดอาหารและกระเพาะของงูเหลือม และทิ้งไข่ลงในอุจจาระของงูเหลือม ซึ่งทางด้านแพทย์ไม่แน่ใจว่า ปรสิตงูเข้าไปในร่างกายของผู้หญิงได้อย่างไร เธอไม่ได้สัมผัสโดยตรงกับงูใด ๆ แต่เธออาศัยอยู่ใกล้ทะเลสาบ ซึ่งมีงูอยู่มากมาย

ภาพจาก Canberra Health

“ตามความรู้ของเรา นี่เป็นกรณีแรกที่เกี่ยวข้องกับสมองของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรืออย่างอื่น โดยปกติตัวอ่อนของพยาธิตัวกลมจะพบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง ซึ่งงูหลามกินเข้าไป ซึ่งทำให้วงจรชีวิตสมบูรณ์ในงู”

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าไข่ปรสิตอาจอยู่บนหญ้าพื้นเมืองที่กินได้บางชนิด ที่เรียกว่า ผักโขมนิวซีแลนด์ ซึ่งผู้ป่วยหญิงรายนี้มาจากทางตะวันออกเฉียงใต้ของนิวเซาธ์เวลส์ในออสเตรเลียอาจเก็บมาทำอาหารและอาจติดเชื้อปรสิตโดยตรง

เนื่องจากไม่เคยมีมนุษย์คนใดได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อปรสิตนี้มาก่อน แพทย์จึงต้องปรับยาของผู้ป่วยอย่างระมัดระวังเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อรักษาอาการของเธอ ร.ศ. ดร. ซานจายาเผยว่า “การติดเชื้อ Ophidascaris นี้ ไม่ได้แพร่เชื้อระหว่างคน ดังนั้น กรณีของผู้ป่วยรายนี้จะไม่ทำให้เกิดการระบาดใหญ่ เช่น โควิด-19 หรืออีโบลา” ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ผู้ป่วยหญิงรายนี้อาการดีขึ้นแล้ว แม้ว่าจะยังมีอาการอยู่บ้างก็ตาม

การติดเชื้อครั้งแรกที่ไม่เหมือนใครนี้ตอกย้ำถึงอันตรายของโรคและการติดเชื้อจากสัตว์สู่คน หมายความว่าโรคที่เคยพบเฉพาะในสัตว์ป่าเท่านั้นอาจกำลังเคลื่อนเข้าสู่ประชากรมนุษย์อย่างรวดเร็ว “จากการติดเชื้ออุบัติใหม่ทั่วโลก ประมาณ 75% เป็นโรคจากสัตว์สู่คน ซึ่งหมายความว่ามีการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่มนุษย์ได้ง่ายกว่าที่คิด ซึ่งรวมถึงโคโรนาไวรัสด้วย” ร.ศ. ดร. ซานจายากล่าว

รองศาสตราจารย์คารินา เคนเนดี้ กล่าวว่า “ผู้ที่ทำสวนหรือหาอาหารควรล้างมือหลังทำสวนและสัมผัสผลผลิตที่เป็นอาหารสัตว์ อาหารใดๆ ที่ใช้ทำสลัดหรือปรุงอาหารควรล้างให้สะอาด รวมถึงพื้นผิวห้องครัวและเขียง เช็ดและทำความสะอาดหลังการใช้งาน”

ขอบคุณที่มาจาก Neurosciencenews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...