โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Toyota Alphard VS MG Maxus 9 ศึกสายหรูนั่งสบาย..ค่าตัวเจ็ดหลัก

Car2day

อัพเดต 16 ส.ค. 2566 เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2566 เวลา 08.58 น. • Car2Day

ตลาดรถยนต์ลักชัวรีเอ็มพีวีกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อค่ายรถยนต์ชื่อดังอย่าง Toyota ส่ง Toyota Alphard และ Toyota Vellfire เจนที่ 4 เข้ามาขายในไทย

Alphard

แถมนำเข้าโดยบริษัทแม่ Toyota ในราคาเริ่มสี่ล้านต้นๆถึงสี่ล้านกลางๆตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าไฮโซ ดารา เซเลปชื่อก้องที่ถวิลหาหรือจากที่เคยใช้เจนก่อนๆหวังซื้อเพิ่มด้วยขุมพลังลูกผสมแบบฟูลไฮบริดแต่ว่า Alphard Killer จากแดนมังกรอย่าง MG Maxus 9 อาจต้องเจอศึกหนักเมิ่อพี่เบิ้มอย่าง Toyota Alphard มาแบบเทหน้าตักแบบ เป็นใครจะยอมได้งัดอาวุธชิ้นสำคัญด้วยความเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนแถมค่าตัวย่อมเยาก็ทำให้ลูกค้าชะงัก ชะลอ ชั่งใจว่าจะเลือกคันไหนดีวันนี้ Car2Day จะมาเจาะสเปกเอ็มพีวีสายหรูสองรุ่นจากสองประเทศรุ่นท็อปสุดกัน

Design & Exterior

Toyota

Toyota Alphard รุ่น HEV Luxury เป็นเจเนอเรชันที่สี่ในรหัส AH40 ให้ทุกการขับเคลื่อนเต็มไปด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยมและนุ่มนวลเป็นที่สุดแห่งสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยดีไซน์ภายนอกภายใต้คอนเซปต์ “Forceful x Impact Luxury” ถ่ายทอดความสง่างาม และทรงพลัง ดังนี้

  • กระจังหน้าโครเมียมพร้อมโลโก้สามห่วงครั้งแรกที่นำมาใช้ใน Alphard
  • ไฟหน้าแบบ LED Projector 3 ดวง พร้อมไฟ Daytime Running Lights แบบ LED
  • ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
  • ไฟเลี้ยวหน้า-หลังแบบวิ่ง Sequential
  • ชุดกันชนหน้า-กันชนหลังดีไซน์หรู
  • ด้านข้างมีเอกลักษณ์ด้วยสัญลักษณ์ตัวอักษร Alphard และตราโลโก้เฉพาะบริเวณประตูคู่หน้าตรงเสา B
  • เสริมคิ้วโครเมียมเด่นทั้งกรอบกระจกทุกส่วน
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED ทรงสปูน
  • ที่เปิดประตูโครเมียมแบบดึงก้านออก
  • ชุดแผงป้ายทะเบียนท้ายติดตรา Alphard ที่ออกแบบเว้นช่องว่างของตัวอักษรให้สวยงาม ข้างบนของชุดแผงป้ายทะเบียนติดตราสามห่วงไว้สองฝั่ง
  • ไฟท้าย LED แบบเป็นเกล็ดเสริมขอบโครเมียมไว้กรอบไฟท้ายและไฟตัดหมอกหลัง
  • ฝาท้ายเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมสวิตช์ควบคุมบริเวณไฟท้าย
  • ประตูสไลด์ 2 บาน เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • หลังคามูนรูฟแบบ Twin Moonroof 2 บานตรงกลางซ้าย-ขวา
  • ล้ออัลลอยขนาดใหญ่สุด 19 นิ้ว พร้อมยาง 225/55R19
  • สัญลักษณ์ Executive Lounge ติดตั้งในฝาท้าย

MG

ทางด้าน MG Maxus 9 นำพื้นฐานของ MAXUS MIFA 9 หรือ LDV MIFA 9 แปะตรา MG หรูหราด้วยการดีไซน์ออกแนวเท่เริ่มที่

  • ขอบฝากระโปรงโดยตัวฝากระโปรงรถต้องเปิดสองรอบเปิดมาเป็น ฝาครอบเครื่องพร้อมช่องเก็บสัมภาระ
  • กระจังหน้าปิดทึบ
  • ชุดไฟ LED เริ่มที่ไฟหน้าแนวตั้ง full LED adaptive headlights ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED Daytime พร้อมไฟเลี้ยวในตัว
  • กันชนหน้าขึ้นรูปรับกับกระจังหน้าขนาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ
  • ชุดตกแต่งโครเมียมที่ขอบกระจังหน้า ขอบกระจก คิ้วชายล่างประตู คิ้วกันชนหลัง
  • ไฟท้ายดีไซน์แนวยาว LED
  • ประตูสไลด์ด้านข้างเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
  • ฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า
  • หลังคารถแบบพาโนรามิกซันรูฟคู่ Dual Panoramic Sunroof ที่เปิดทั้งแบบสไลด์และกระดกขึ้นด้วยระบบไฟฟ้า
  • ล้ออัลลอยลายสุดล้ำขนาด 19 นิ้ว สไตล์ aerodynamic พร้อมยางแบบ Run Flat 235/55R19

Dimension

Toyota

Toyota Alphard รุ่น HEV Luxury ตัวรถสร้างจากพื้นฐาน TNGA (GA-K) ใหญ่ขึ้นทุกมิติตั้งแต่

  • ความยาว 5,010 มม.
  • ความกว้าง 1,850 มม.
  • ความสูง 1,950 มม.
  • ฐานล้อ 3,000 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 150 มม.
  • น้ำหนักรถ 2,230 กก.
  • ความจุถังน้ำมัน 60 ลิตร

MG Maxus 9

MG Maxus 9 รุ่น V มิติตัวรถตั้งแต่

  • ความยาว 5,270 มม.
  • ความกว้าง 2,000 มม.
  • ความสูง 1,840 มม.
  • ฐานล้อ 3,200 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 140 มม.
  • น้ำหนักรถ 2,535 กก.

ถึงจะเป็นรถตู้ระดับหรูแต่สไตล์คนละแบบและเมื่อดูจากทุกส่วนของตัวรถทั้งสองคันพบกว่า MG Maxus 9 ได้เปรียบเกือบทุกส่วนเมื่อเทียบกับ Toyota Alphard ดังนี้

  • ยาวกว่า Alphard 260 มม.
  • กว้างกว่า Alphard 150 มม.
  • ฐานล้อยาวกว่า Alphard 200 มม.
  • น้ำหนักรถเบากว่า Alphard 305 กก.

แต่ Alphard ได้เปรียบตรงที่ความสูงตัวรถสูงกว่า MG 110 มม. และความสูงใต้ท้องรถสูงกว่า MG 10 มม.

Interior & Convenience

Toyota

ภายใน Toyota Alphard HEV Luxury เมื่อเข้าไปนั่งในห้องโดยสารก็จะพบกับความอลังการกับงานออกแบบที่หรูหราตอบโจทย์ผู้นำเริ่มที่

  • ชุดแผงคอนโซลหน้าที่ไปคล้ายกับ Lexus LM บุด้วยหนังสัมผัสเดินด้ายอย่างประณีตตกแต่งด้วยลายไม้ Uzuramoku
  • จอสัมผัสขนาดใหญ่ตั้งแต่ 14 นิ้ว เชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay ไร้สาย และ Android Auto รองรับการเชื่อมต่อผ่านแอป T-Connect ระบบนำทาง
  • ปุ่มการทำงานของจอสัมผัสและเครื่องปรับอากาศแยกอุณหภูมิ 4 โซน
  • ระบบฟอกอากาศ Nanoe X สำหรับห้องโดยสารตอนหน้าและตอนหลัง
  • มาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้านออกแบบใหม่หุ้มหนังกับลายไม้ Uzuramoku ปรับสูง-ต่ำ ใกล้-ไกล 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า
  • จอแสดงข้อมูลการขับขี่เหนือแผงคอนโซลหน้า Head-Up Display
  • ชุดเบาะนั่งหุ้มหนังแท้ Premium Nappa
  • เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าโดยด้านคนขับปรับได้ 8 ทิศทางพร้อมระบบความจำ 3 ตำแหน่งและผู้โดยสาร 4 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสองแยกอิสระ แบบ Executive Lounge ปรับได้ 10 ทิศทาง เบาะรองน่องปรับไฟฟ้า ระบบนวด Massage Relaxation และระบบ Seat Ventilator ควบคุมผ่าน Detachable Tablet 5.5 นิ้ว พร้อมโต๊ะส่วนตัวแบบพับได้ตกแต่งลายไม้ Uzuramoku
  • เบาะนั่งผู้โดยสารตอนที่สามนั่งได้สามที่นั่งสามารถพับได้แบบ 50/50
  • Smart Comfort Program สำหรับเบาะนั่งผู้โดยสารแถวสอง
  • คอนโซลด้านบนห้องโดยสารแบบ Super-long Overhead Console พร้อมจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 14 นิ้ว
  • ม่านบังแดดปรับไฟฟ้า
  • ไฟสร้างบรรยากาศแบบ Ambient Illumination Light LED 64 สีบนหลังคา
  • ลำโพงคุณภาพพรีเมียม JBL 15 จุด
  • ช่องชาร์จแบบเสียบสายผ่าน USB-C ทั้งด้านหน้า 3 จุด และด้านหลัง 4 จุด
  • ที่ชาร์จมือถือไร้สาย
  • เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold
  • เลือกโทนสีภายในได้สองสีทั้งสีภายในสีดำ Black และสีภายในสีน้ำตาล Sunset Brown

MAXUS

ทางด้าน MG Maxus 9 หรูไม่แพ้กันตั้งแต่

  • แผงคอนโซลแบบ Double Layer
  • มีจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้วรองรับ Apple Car Play และ Android Auto ผ่าน QD Link
  • ลำโพง 12 จุด
  • ช่องเชื่อมต่อ USB 9 จุด
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสองก้าน
  • มาตรวัดดิจิตอล 7 นิ้ว
  • กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติเป็นกล้องมองด้านหลังผ่านจอที่กระจกได้แบบ Streaming Media Rearview Mirror
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกอิสระสามจุดทั้งด้านหน้าซ้าย-ขวา และบริเวณด้านหลังหลังแบบอิสระ
  • ระบบกรองอากาศ PM 2.5
  • กุญแจนิรภัยแบบอัจฉริยะพร้อมระบบ Push Start
  • ที่ชาร์จมือถือไร้สาย
  • เบาะนั่งหรู 7 ที่นั่งหุ้้มกึ่งหนังแท้สีดำเดินด้ายขาว
  • เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าด้านคนขับปรับ 8 ทิศทางและฝั่งผู้โดยสารปรับ 4 ทิศทางมีระบบอุ่นเบาะระบายอากาศ นวดเพื่อผ่อนคลาย
  • เบาะนั่งแถวที่สองแบบ VIP Captain Seat พร้อมระบบจดจำตำแหน่งการนั่ง (Memory Seats) ระบบนวดเบาะทำงานครั้งหนึ่งครึ่งชั่วโมง ระบบอุ่นเบาะระบายความร้อนเบาะ
  • มีระบบควบคุมผ่านหน้าจอ Touch Screen พร้อมช่องวางโทรศัพท์ โต๊ะพับสามารถใช้งานหลากหลายจะวางโน้ตบุ๊ควางไอแพดหรือเซนงานเอกสารได้ตามสะดวก ที่วางแก้ว ช่องเสียบ USB ในส่วนเบาะนั่งตอนที่สอง
  • เบาะนั่งตอนที่สามนั่งได้แบบสามที่นั่งปรับเลื่อนและพับได้สามารถขนได้ตามใจชอบ
  • มีไฟสร้างบรรยากาศภายใน ambient light อย่างอบอุ่นถึง 64 สี
  • ช่องจ่ายไฟ AC Adaptor 220V

Power & Transmission

Toyota

ถึงจะใหม่หมดทั้งคันแต่ Toyota Alphard พ่วงพลังมีถ่านเบตเตอรี่แบบ Hybrid และมอเตอร์ไฟฟ้าจาก เบนซิน Hybrid Dynamic Force รหัสใหม่ A25A-FXS 2.5 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E10 ให้กำลังถึง 190 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 238 นิวตันเมตรที่ 4,300-4,500 รอบ/นาทีในภาคเครื่องยนต์

  • ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าหน้าแบบ 5NM ให้กำลัง 182 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตันเมตร
  • มอเตอร์ไฟฟ้าหลังแบบ 4NM 54 แรงม้า แรงบิด 121 นิวตันเมตร
  • แบตเตอรี่ Hybrid แบบ Nickel-Metal
  • ทำงานร่วมกันได้กำลังสูงถึง 250 แรงม้า
  • จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ ECVT พร้อมโหมดการขับขี่ถึงสามโหมดทั้ง EV, Normal และ ECO
  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ E-Four
  • ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทและด้านหลังอิสระ Double Wishbone เสริมเหล็กกันโคลงหน้า-หลังและตัวค้ำโช้ค
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนเสริมด้วยพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าที่มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.9 ม.

MG

ส่วน MG Maxus 9 รุ่น V ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าล้วนติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion จัดวางแบบ Cell To Pack ที่ให้ความจุ 90 Kwh

  • ให้แรงม้าสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร
  • ชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งไกลสุด 540 กม. (NEDC)
  • พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 3 โหมดทั้ง โหมด Normal, Eco และ Sport
  • มีทั้งชาร์จช้ากระแสสลับ AC รองรับกำลังไฟสูงสุด 11 kW ชาร์จ 5-100 % ในเวลา 8.30 ชม. และชาร์จเร็วกระแสตรง DC 30-80% ในเวลา 30 นาที ที่ความเร็วสูงสุด 120 kWh
  • คู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed ขับเคลื่อนล้อหน้า
  • ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) หรือ One Pedal ตัวรถจะหน่วงเองโดยอัตโนมัติในเวลาเบรก
  • ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแมคเฟอร์สันสตรัทและระบบช่วงล่างด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์
  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้ากับรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.4 ม.

Safety & Feature

Toyota

Toyota Alphard ให้ความปลอดภัยระดับขั้นเทพแบบ Toyota Safety Sense ทั้ง

  • เตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System (PCS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเรดาห์ All-Speed Dynamic Radar Cruise Control (DRCC)
  • หยุดและเคลื่อนรถอัตโนมัติและลดความเร็วอัตโนมัติขณะเข้าโค้ง LANE TRACING ASSIST WITH CURVE SPEED REDUCTION ในชุด DRCC
  • เตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ Lane Departure Alert (LDA)
  • ช่วยให้รถอยู่ตรงกลางเลน Lane Tracing Control (LTA)
  • เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam (AHB)
  • ไฟสูงปรับการกระจายแสงอัตโนมัติ Adaptive High Beam System (AHS)
  • เตือนจุดมุมอับสายตา Blind Spot Monitoring (BSM)
  • เตือนขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
  • เตือนขณะออกจากรถ Safe Exit Assist (SEA)
  • กระจกมองหลังแบบดิจิทัล
  • เซนเซอร์รถอัจฉริยะสามารถเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง Intelligent Clearance Sonar
  • ถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 จุด
  • กล้องมองภาพรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)
  • สัญญาณกะระยะการจอดหน้า-หลัง รวม 4 ตำแหน่ง
  • ป้องกันล้อล็อก ABS
  • กระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution)
  • เสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ควบคุมการทรงตัว VSC พร้อม TRC
  • ควบคุมการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HAC
  • ระบบป้องกันการออกตัวฉุกเฉิน DSC
  • สัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
  • ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX บริเวณที่นั่งแถว 2 และ 3
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ

MG

ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ MG Maxus 9 มาครบติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบคันด้วยความปลอดภัยมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM พร้อมระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) ได้แก่

  • ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame)
  • เบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
  • ป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ป้องกันล้อล็อก ABS
  • กระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake force Distribution)
  • เสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)
  • ควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)
  • ป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)
  • เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-beam control)
  • สัญญาณไฟแจ้งเตือน เมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ (Follow Me Home Light)
  • ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
  • ช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane keep Assist)
  • ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน ELK (Emergency Lane Keeping Assist),
  • ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา (LCA/ BSD/ RCTA/ DOW)
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX บริเวณที่นั่งแถว 2 และ 3
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย
  • กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ
  • สัญญาณเตือนระยะเดินหน้าและถอยหลัง

Price & Color

Toyota

  • Toyota Alphard รุ่น HEV Luxury มีสีภายนอกเลือกถึง3 สีทั้งสีดำ Black, สีขาวมุก Platinum White Pearl และสีเทา Precious Metal ราคา 4,499,000 บาท
  • MG Maxus 9 รุ่น V มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาว (Pearl White) สีดำ (Black Knight) สีเทาหลังคาดำ Granite Grey / Black Top ราคา 2,699,000 บาท

Verdict

Maxus

แน่นอนที่สุด Toyota Alphard รุ่น HEV Luxury มาพร้อมความใหม่สดของบอดี้รวมถึงความเป็นระบบไฮบริด เมื่อทำงานผสานกับเครื่องยนต์จึงเกิดผลลัพธ์ว่าสามารถให้พลังเทียบเท่า MG Maxus 9 และระบบต่างๆที่ใช้งานง่ายกว่าไม่ซับซ้อนกว่า MG Maxus 9 จำนวนศูนย์บริการเยอะกว่าแม้ค่าตัวแพงกว่าแต่ความนิยมที่สั่งสมมาตั้งแต่เจนที่ 1 ไม่เสื่อมศรัทธายิ่งนิยมมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมการรับประกันจาก Toyota ตั้งแต่

  • แพ็กเกจขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี (ช่วงปีที่ 6-10)
  • รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
  • ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด
  • ฟรีค่าแรงเช็คระยะจนถึง 100,000 กม.

ด้าน MG Maxus 9 แม้เป็นน้องใหม่ในกลุ่มจากเมืองจีนแต่ได้เปรียบที่เป็นรถพลังไฟฟ้าล้วนที่ความประหยัดโดดเด่นถึงแม้จะสามารถวิ่งได้ไกลสุด 540 กม. เสียงเงียบเดินเรียบทุกช่วงการขับขี่ที่ไม่สร้างความรำคาญใจเหมือน Alphard ที่ขับไปนั่งฟังเสียงเครื่องตัดสลับเสียงมอเตอร์ไฟฟ้า

หนึ่งความยุ่งยากนั่นคือฟังกชันต่างๆของตัวรถไปรวมกันในจอสัมผัส 12.3 นิ้ว และจอ Detachable Tablet ทำงานของตัวรถทั้งคันไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ กระจกไฟฟ้าเครื่องปรับอากาศ การตั้งค่าตัวรถ รวมถึงใช้งานเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold ที่ต้องไปปรับที่จออย่างเดียวกระทั่งไม่อยากให้รถดับขนาดจอดก็สามารถเข้าไปกดปุ่ม Temporary Parking ด้วยค่าตัวถูกกว่า Alphard กับการรับประกันอันหลายหลากทั้ง

  • การรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด และฟรีค่าติดตั้ง

สุดท้ายนี้ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าชอบใช้ใช้งานแบบไหน ชอบจุดไหนไม่ชอบจุดไหนแต่ถ้ายังไม่มั่นใจการทดลองขับสัมผัสของจริงก็เป็นคำตอบที่ดีเพื่อประกอบการตัดสินใจให้ง่ายขึ้นกับลักชัวรีเอ็มพีวีนำเข้าที่ส่วนต่างอยู่ที่ 1,800,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...