โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยเบฟ ย้ำ ESG ไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นเรื่องจำเป็น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2566 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2566 เวลา 05.30 น.

ไทยเบฟ ย้ำ ESG ไม่ใช่ตัวเลือก แต่เป็นเรื่องจำเป็น หลังวิกฤตโลกร้อนชัดเจน เดินหน้าจับมือคู่ค้า-ซัพพลายเออร์ปั้นโซลูชั่นรักษ์โลก

วันที่ 25 กรกฎาคม 2566 นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวในงานสัมมนา ESG : Game Changer #เปลี่ยนให้ทันโลก ที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจว่า การทำ ESG ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็น เพราะผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่เห็นได้ชัดทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นความร้อนทะลุ 45 องศาเซลเซียสในฝั่งโลกตะวันตก ฝนตกหนักผิดปกติในฝั่งตะวันออก ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม การทำ ESG นั้นมีความท้าทายหลายด้านทั้งปัจจัยภายในและภายนอก อย่างการบริหารจัดการทั้งใน-นอกองค์กร การระบาดของโควิด-19 ฯลฯ สะท้อนจากที่ประชาคมโลกพยายามลดเป้าควบคุมการเพิ่มของอุณหภูมิเฉลี่ยลงตั้งแต่ 2 องศา เป็น 1.5 องศา จนปัจจุบันอยู่ที่ 1 องศา ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะสามารถบรรลุเป้าได้หรือไม่

แต่แม้จะท้าทายก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำให้ได้ เพราะอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นนี้เหมือนมนุษย์ที่เป็นไข้ อุณหภูมิเพิ่มจาก 37 องศาเซลเซียส เป็น 39 องศาเซลเซียส ก็วิกฤตมากแล้ว

สำหรับแนวทางของไทยเบฟนั้นรับมือความท้าทายในการทำ ESG ด้วยการปรับการตีความ ESG จากสิ่งแวดล้อม สังคมและการบริหารจัดการ เป็น สิ่งแวดล้อม คน และการบริหารจัดการ เนื่องจากการทำเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นต้องเริ่มจากบุคคลแต่ละคนช่วยเหลือกัน กลับกันหากแต่ละคนปล่อยให้คนอื่นหรือระดับองค์กรทำคงไม่อาจสำเร็จได้

พร้อมกับสร้างโครงการ ESG ต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์การทำเพื่อสังคมและส่วนรวม ไม่ใช่เพียงธุรกิจหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งเท่านั้น ตามแนวคิด สังคมอยู่ได้ เราก็อยู่ได้ ตัวอย่างเช่น การดูแลคุณแหล่งน้ำในภาพรวมที่มากกว่าเพียงไม่ปล่อยน้ำเสีย การส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ต่าง ๆ การขยายพอร์ตสินค้าเครื่องดื่มสุขภาพ-ไร้น้ำตาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้คนในสังคม เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทเดินสายสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในซัพพลายเชนของธุรกิจเครื่องดื่มตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ ซัพพลายเออร์และอื่น ๆ เพื่อพัฒนาโซลูชั่นต่าง ๆ ทั้งรถไฟฟ้า รถไร้คนขับ เป็นต้น ซึ่งขณะเดียวกันบริษัทเร่งพัฒนาทักษะบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่าง พนักงานขับรถให้พร้อมกับงานในส่วนอื่นแทนด้วย

รวมถึงตั้งเป้าหมายด้าน ESG เช่น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็น 0 และคืนน้ำสู่ธรรมชาติและชุมชนให้ได้ 100% ภายในปี 2583 ขณะที่ 80% ของยอดขายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ต้องมาจากเครื่องดื่มสุขภาพภายในปี 2573 รวมถึง 100% ของคู่ค้ากลุ่มกลยุทธ์ต้องจัดทำและบังคับใช้จรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าของตนเอง เป็นต้น

ทั้งนี้ เชื่อว่า ESG น่าจะสามารถผลักดันการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจไปพร้อมกับสร้างโลกที่น่าอยู่ได้แน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...