โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็ก 15 ข้อห้ามสำคัญวันตรุษจีน อยากเฮง อยากปัง ต้องระวังเรื่องนี้!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ก.พ. 2567 เวลา 01.31 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2567 เวลา 01.31 น. • The Bangkok Insight

เช็ก 15 ข้อห้ามสำคัญในวันตรุษจีน อยากเฮง อยากปัง ต้องระวังเรื่องนี้!!

วันตรุษจีน คือ วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนตรงกับวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติจีน โดยวันตรุษจีน 2567 ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็น "วันเที่ยว" วันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจีนเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ วันตรุษจีน เป็นการฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และการฉลองเป็นเวลานานถึง 15 วัน การเตรียมงานฉลองส่วนใหญ่จะเริ่มหนึ่งเดือนก่อนวันตรุษจีน ชาวจีนจะเริ่มซื้อของขวัญ สิ่งต่าง ๆ เพื่อประดับบ้านเรือน อาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้นในวันก่อนตรุษจีน

วันตรุษจีน

ปฏิทินวันตรุษจีน 2567

วันจ่าย : ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567
วันไหว้ : ตรงกับวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567
วันเที่ยว หรือ วันตรุษจีน : ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567

วันตรุษจีน

15 ข้อห้ามวันตรุษจีน

1. ห้ามทำความสะอาดบ้าน : การทำความสะอาดบ้าน และทิ้งขยะในวันตรุษจีนนั้น จะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ เงินทอง ออกไปจากบ้าน ดังนั้น วันตรุษจีนจึงไม่ค่อยมีคนทำความสะอาดบ้านแต่จะไปทำความสะอาดกันหนึ่งวันก่อนวันตรุษจีน เพื่อที่จะให้บ้านสะอาดรับปีใหม่ และใช้บ้านในการต้อนรับแขกที่จะมาเยี่ยมเยียนอีกทางหนึ่ง

2. ห้ามซักผ้า : คนจีนเชื่อว่า เทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน ดังนั้น การซักผ้าในวันตรุษจีนจึงถือเป็นเหมือนการลบหลู่ท่านเพราะฉะนั้นห้ามซักผ้าเด็ดขาด ให้นำไปซักผ้าในวันอื่นหรือซักก่อนที่จะถึงวันตรุษจีนนั่นเองครับ

3. ห้ามพูดสิ่งที่ไม่ดี : หลีกเลี่ยงการพูดเกี่ยวกับความตาย, การเจ็บป่วย, ความยากจน หรือวิญญาณร้าย เพราะเชื่อว่าจะนำโชคร้ายมาสู่ตนเองและคนรัก

4. ห้ามรับประทานโจ๊กหรือเนื้อสัตว์เป็นอาหารเช้า : ชาวจีนเชื่อกันว่าโจ๊กเป็นอาหารของคนจน ดังนั้นการรับประทานโจ๊กในวันตรุษจีนจะทำให้ต้องทนลำบากและยากจนตลอดทั้งปี และสำหรับเนื้อสัตว์ ให้งดรับประทานในช่วงเช้าของวันตรุษจีน เนื่องจากเชื่อว่าเทพเจ้าที่ลงมาตอนเช้าวันปีใหม่เป็นมังสวิรัติ

5. ห้ามตัดหรือสระผม : คำว่า "ผม" ออกเสียงคล้ายกับคำว่า "มั่งคั่ง" ในภาษาจีน ทำให้เชื่อว่าการตัดหรือสระผมช่วงตรุษจีน ก็เหมือนตัดโชคตัดลาภทิ้งไป

วันตรุษจีน

6. ห้ามเย็บผ้า : เชื่อกันว่าใครที่ "เย็บผ้า" ในวันตรุษจีนจะพบเจอแต่อุปสรรคและความยากลำบากตลอดทั้งปี

7. ห้ามใช้ของมีคม : การใช้กรรไกรในช่วงตรุษจีนจะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว ซึ่งความเชื่อนี้มาจากการเปรียบปลายแหลมของกรรไกรที่คมเหมือน ยามที่เราทะเลาะกัน แล้วเผลอใช้คำพูดแรง ๆ ที่เฉือนบาดลึกไปในใจของผู้ฟัง นอกจากนี้การใช้ของมีคม ยังเหมือนกับไปตัดโชคลาภของเราอีกด้วย

8. ห้ามให้อั่งเปาเป็นจำนวนคี่ : เลขเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญในวัฒนธรรมจีน คนจีนส่วนใหญ่ชื่นชอบเลขคู่ เพราะมีความเชื่อว่า "สิ่งดี ๆ มักมาเป็นคู่" อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกเลขคู่ จะนำโชคมาให้นะ อย่างเลข 4 เนี่ย ต้องเลี่ยงเลย เพราะออกเสียงเหมือนกับ "ความตาย"

9. ห้ามทำของแตก : เชื่อกันว่า "การแตกหัก" ของภาชนะอย่าง แก้ว แจกัน จาน หรือชาม นำมาสู่โชคร้าย การสูญเสีย และความขัดแย้งภายในครอบครัว ดังนั้น ช่วงตรุษจีนจึงต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ทั้งนี้ หากระวังแล้วแต่ยังเกิดอุบัติเหตุแก้วแตก ก็สามารถแก้เคล็ดได้โดยการห่อเศษแก้วด้วยกระดาษ หรือผ้าสีแดง พร้อมพูดว่า "ซุ่ย ซุ่ย ผิง อัน" ซึ่งมีความหมายว่า "ขอให้ตลอดชีวิตมีแต่ความสุขสันต์ร่มเย็น"

10. ห้ามยืมหรือให้ยืมเงิน : การให้ยืมเงินช่วงตรุษจีนเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะจะทำให้มีคนมายืมเงินตลอดทั้งปีจนเกิดปัญหาทางการเงิน และสำหรับใครที่ยืมเงินไว้ ก็ควรคืนเงินก่อนวันตรุษจีน ไม่งั้นจะติดหนี้สินไปตลอดทั้งปี

วันตรุษจีน

11. ห้ามใส่เสื้อสีขาวและดำ : เสื้อสีขาวและดำมักใส่เพื่อไว้ทุกข์ ซึ่งขัดกับงานมงคลอย่างวันปีใหม่ ดังนั้นการใส่เสื้อผ้าสีสันจึงเหมาะกับช่วงตรุษจีนมากที่สุด ยิ่งเป็นสีแดงยิ่งเสริมความร่ำรวยให้เฮงเฮงตลอดทั้งปี

12. ห้ามปลุกคนอื่น : เชื่อกันว่าการปลุกคนอื่นในช่วงตรุษจีน จะทำให้มีแต่คนมาจู้จี้จุกจิกให้เรารำคาญใจตลอดทั้งปี

13. ห้ามทะเลาะเบาะแว้ง : แน่นอนว่าการทะเลาะเบาะแว้งเป็นสิ่งที่ไม่ดีอยู่แล้ว และยิ่งมาทะเลาะกันในวันตรุษจีนยิ่งแล้วใหญ่ เพราะใครที่ทะเลาะกันช่วงนี้ เชื่อว่าจะพบแต่ความขัดแย้งตลอดทั้งปี

14. ห้ามร้องไห้ : หากร้องไห้ในวันดี ๆ แบบนี้ จะส่งผลให้มีเรื่องให้ต้องร้องไห้ตลอดทั้งปี และยิ่งเป็นเด็กเล็กร้องยิ่งเป็นลางไม่ดีว่าจะเกิดโชคร้าย

15. ห้ามเข้าไปห้องนอนคนอื่น : ความเชื่อนี้ระบุชัดว่า หากเข้าห้องนอนคนอื่นจะโชคร้าย รวมไปถึงหากเจ้าของห้องยินยอมให้บุคคลอื่นเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก็อาจจะส่งผลให้โชคร้ายเช่นกัน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...