โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ประโยชน์ “โอเมก้า 3” วิจัยพบช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม แถมลดคอเลสเตอรอล

PPTV HD 36

อัพเดต 12 ก.พ. 2568 เวลา 08.27 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2568 เวลา 07.28 น.
โอเมก้า 3 แน่นอนว่ามีประโยชน์ในหลายๆด้าน ทั้งระบบการทำงานของสมอง หัวใจและหลอดเลือด กระดูกและข้อ นอกจากนี้ยังอาจมีส่วนช่วยชะลอหรือป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

โอเมก้า 3 (Omega 3) สารอาหารที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่เป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพ โอเมก้า 3 จำเป็นต่อร่างกายของคนทุกวัย มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง สายตา และระบบหัวใจและหลอดเลือด มีการศึกษาพบว่า การได้รับโอเมก้า 3 อย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติเกี่ยวกับระบบการทำงานของสมอง หัวใจและหลอดเลือด ทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและลดการอักเสบ

อาหารแก้ลำไส้แปรปรวน ใยอาหารต่ำ โปรตีนย่อยง่าย ช่วยระบบย่อยเข้าที่

กะหล่ำปลี ผักวิตามินซีสูง ควรกินสุกหรือดิบ และประโยชน์ต้านมะเร็ง

การอักเสบเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน เป็นต้น ลดการอักเสบของกระดูก และข้อต่าง ๆ นอกจากนี้ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงการพัฒนาของกลุ่มโรคทางระบบประสาทและสมอง ด้วย

ผลวิจัยชิ้นหนึ่งจากประเทศอังกฤษระบุว่า การรับประทานปลาที่มีไขมันสูง สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง สามารถลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้

สำหรับรายงานดังกล่าวได้รับการ ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อังกฤษ หรือ บีเอ็มเจ ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัย 26 ชิ้น โดยรวบรวมจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้หญิงกว่า 800,000 คน ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ผลปรากฎว่า ผู้ที่รับประทานปลาที่มีกรดไขมัน "โอเมก้า 3" เฉลี่ย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเต้านมน้อยกว่า ผู้ที่ไม่รับประทานปลาเหล่านี้ ถึง 14%

ทั้งนี้เป็นเพราะในปลามีกรดไขมันชนิด DHA และ EPA ที่จัดอยู่ในกลุ่มโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการพัฒนาสมอง อีกทั้งยังช่วยชะลอหรือป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามโอเมก้า 3 คือ กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวชนิดหนึ่งที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับจากการรับประทาน อาหาร เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเอง แหล่งอาหารสำคัญของกรดไขมันชนิดนี้คือ ปลาและอาหารทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาทู ปลาช่อน ปลาสวาย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบโอเมก้า 3 ได้ในพืช เช่น วอลนัท บล็อคโคลี ดอกกะหล่ำ เต้าหู้ น้ำมันรำข้าว น้ำมันละหุ่ง เมล็ดฟักทอง น้ำมันคาโนลา และถั่วเหลือง

"น้ำผึ้ง" ความหวานจากธรรมชาติ แก้ไอเจ็บคอ และลักษณะน้ำผึ้งที่ดี

ปัจจุบันมีหลายท่านที่แพ้อาหารทะเล แพ้ถั่ว หรือแพ้นม ก็อาจจะทำให้ได้รับกรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่เพียงพอ การเสริมอาหารด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นสิ่งที่นักโภชนาการไม่นิยมแนะนำสำหรับบุคคลทั่วไป เนื่องจากหากบริโภคในปริมาณที่เกินกำหนดอาจจะทำให้เกิดโทษได้ ดังนั้นการกินอาหารให้เหมาะสม เราจะได้รับสารอาหารที่หลายหลายและครบถ้วน สารอาหารที่ได้ยังช่วยส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกันด้วย ทั้งปัจจุบันโอเมก้า 3 ยังมีในแหล่งอาหารใหม่อย่างเนื้อสัตว์ที่ราคาไม่แพงและอยู่ในอาหารทุกมื้อ

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

“วิตามินซี” ทานแบบไหนเพิ่มการดูดซึม ดึงประสิทธิภาพสูงสุด

แหล่งวิตามิน ที่ดีต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ เซฟสุขภาพไม่ป่วยโรคเรื้อรัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...