จับโป๊ะ “พีระพันธุ์” ยัดไส้มติ ครม.เรื่องค่าไฟ
จับโป๊ะ “พีระพันธุ์” ยัดไส้มติ ครม.เรื่องค่าไฟ
พีระพันธุ์ ยัดไส้มติครม.เรื่องแนวทางลดค่าไฟที่ให้ กฟผ. กกพ.ศึกษาแนวทางแก้สัญญาซื้อไฟฟ้า แบบมีค่า Adder และแก้ปัญหาค่า AP ภายใน 45 วัน รองโฆษกฯจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พูดเอง เออเอง ทั้งๆที่ครม. ไม่มีมติเรื่องนี้เลย
ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 เมษายน เรื่องมาตรการลดค่าไฟฟ้า ครม.มีมติกำหนดเป้าหมายให้ราคาค่าไฟฟ้างวดเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม 2563 ไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย โดยมอบหมายให้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไปพิจารณาแนวทางในการลดค่าไฟฟ้า
น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกรัฐบาลจากพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าวว่า นอกจากเรื่องลดค่าไฟแล้ว ครม.ยังมีมติให้ กฟผ. บอร์ด กฟผ. และ กกพ. ร่วมกันดำเนินการ 3 เรื่องให้เสร็จสิ้นภายใน 45 วัน คือ
1. หาแนวทางแก้ไขปัญหาสัญญารับซื้อไฟฟ้ารูปแบบ Adder / FiT และเงื่อนไขที่ทำให้มีอายุสัญญาต่อเนื่อง
2. หาแนวทางแก้ไขปัญหาค่า AP และ EP ที่ทำให้รัฐเสียเปรียบ หรือภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินสมควร
3. หาแนวทางลดอุปสรรคการทำงานของ SO (ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า )
4. ให้สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ศึกษาและเสนอแนวทางปรับโครงสร้าง Pool Gas เพื่อลดต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ให้มีผลทันการปรับค่าไฟฟ้างวดหน้า
อย่างไรก็ตาม สรุปข่าวการประชุมครม.วันที่ 1 เมษายน 2568 ในเว็บไซต์ www. Thaigov.go.th เรื่องที่ 14 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชน ครม. มีมติรับทราบข้อเสนอของกระทรวงพลังงานให้ปรับลดค่าไฟฟ้าไม่เกินหน่วยละ 3.99 บาท เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ไม่มีเรื่องให้ กฟผ.บอร์ด กฟผ.และ กกพ.ร่วมกันดำเนินการ 3 เรื่อง และให้ สนพ.ปรับ Pool Gas ภายใน 45 วันตามที่รองโฆษกรัฐบาลจากพรรครวมไทยสร้างชาติแถลงแต่อย่างใด
มติ ครม.หรือมติพีระพันธุ์
เมื่อข่าวมติครม.ในเรื่องนี้เผยแพร่ออกไป สร้างความประหลาดใจให้กับข้าราชการระดับบริหาร ของกระทรวงพลังงานและผู้บริหาร กกพ.เป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
นอกจากนั้น ทั้ง 3 เรื่องและการปรับโครงสร้าง Pool Gas เป็นเรื่องระดับนโยบาย ที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และต้องผ่านความเห็นชอบของกพช.ก่อนจะสั่งให้ กฟผ.กกพ.หรือ สนพ.ศึกษาหาแนวทาง
การนำเรื่องที่ไม่ใช่มติครม.มาแถลงว่าเป็นมติครม.จึงเข้าข่ายบิดเบือนปลอมมติครม.
ไม่รู้ว่า นายพีระพันธุ์ มีวัตถุประสงค์อย่างไร ต้องการวางยา ดึงครม.ให้มารับผิดชอบกับมติที่ไม่สมเหตุสมผล แต่เมื่อถูกทักท้วง ก็ถือโอกาสยัดไส้บิดเบือนให้ข้อมูลเท็จแก่สาธารณะ
หรือต้องการกดดันเอาคืน กฟผ.ที่ไม่ตอบสนองการล้มประมูลโครงการขุดถ่านหิน แม่เมาะและ กกพ.ที่เสนอแนวทางลดค่าไฟ หน่วยละ 17 สตางค์ข้ามหน้าไป จนนายพีระพันธ์เองต้องออกมาโดดขวางก่อนหน้านี้
ไม่ว่าจะทำด้วยเหตุจูงใจอะไร มติครม.ปลอมในเรื่องนี้ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และตัวนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน รวมไปถึงเรื่องมติครม.ที่ให้ลดค่าไฟต่อหน่วยไม่เกิน 3.99 บาท เพราะขัดแย้งกับประกาศ กกพ.ที่กำหนดค่าไฟฟ้างวดเดือน พฤษภาคม-สิงหาคมที่หน่วยละ 4.15 บาท โดยไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าจะลดอย่างไร เป็นเรื่องที่สร้างความสับสนให้กับทั้งหน่วยงานและประชาชนเป็นอย่างมาก