โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินโดนีเซีย เล็งซื้อ “อาวุธจากสหรัฐ” ราคาแพงหลายพันล้านดอลล์ หวังเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 15.20 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 08.20 น.

อินโดนีเซีย เล็ง "อาวุธจากสหรัฐ" ราคาแพงหลายพันล้านดอลล์ หวังเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐ ปธน.เน้นย้ำแนวทางเจรจา นำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มเติม-ผ่อนคลายมาตรการกีดกันทางการค้า

วันที่ 18 เมษายน 2568 เวลา 14.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินโดนีเซีย กำลังพิจารณาซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์จากสหรัฐ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ รวมถึงเครื่องบินขับไล่และขีปนาวุธ เพื่อช่วยลดความตึงเครียดทางการค้า และอาจหลีกเลี่ยงแผนการขึ้นภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

แหล่งข่าวระบุว่า Sjafrie Sjamsoeddin รัฐมนตรีกลาโหมของอินโดนีเซีย จัดประชุมลับกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อสื่อสารคำสั่งของ Prabowo Subianto ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ให้เร่งสำรวจอาวุธสหรัฐที่สามารถนำเข้าได้อย่างรวดเร็ว

หนึ่งในตัวเลือกที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คือการรื้อแผนจัดซื้อเครื่องบิน F-15EX ของ Boeing ซึ่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียเคยดำเนินการข้อตกลงเบื้องต้นสำหรับเครื่องบิน 24 ลำในปี 2566 ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม แต่สัญญาฉบับสมบูรณ์ยังไม่เกิดขึ้น

ขณะที่ข้อจำกัดด้านงบประมาณอาจทำให้คำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่จากสหรัฐเป็นเรื่องยาก แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมประเมินว่า คำสั่งซื้อ F-15EX อาจมีมูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลลาร์ อินโดนีเซียยังมีสัญญาซื้อเครื่องบิน Rafale จากฝรั่งเศส (Dassault Aviation) จำนวน 42 ลำ มูลค่า 8.1 พันล้านดอลลาร์ ที่ลงนามในปี 2565

ทั้งนี้อินโดนีเซียตั้งงบประมาณกลาโหมปีที่แล้วไว้ที่ประมาณ 8.2 พันล้านดอลลาร์ โดยมากกว่า 1 ใน 4 ถูกจัดสรรเพื่อการปรับปรุงยุทโธปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอินโดนีเซียมีโครงการกู้เงินต่างประเทศสำหรับจัดซื้ออาวุธมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปีจนถึง 2567

Khairul Fahmi ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันวิจัยด้านความมั่นคง ISSS กล่าวว่า "กระบวนการจัดซื้อ F-15 มีความซับซ้อนมาก …ทางการเมือง อินโดนีเซียจำเป็นต้องมีโครงการลักษณะนี้ เพื่อเสริมการทูตด้านกลาโหม โดยเฉพาะเมื่อกำลังเผชิญกับภาษี" พร้อมเตือนว่า จำเป็นต้องระมัดระวัง เนื่องจากรัฐบาลอยู่ภายใต้แรงกดดันในการรัดเข็มขัดงบประมาณ

ทั้งนี้อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากการที่ทรัมป์ประกาศภาษีนำเข้าสินค้าอินโดนีเซีย 32% ซึ่งถูกเลื่อนการบังคับใช้ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม โดยปีที่แล้ว อินโดนีเซียมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐ มูลค่า 18 พันล้านดอลลาร์ โดยสินค้าหลัก ได้แก่ สิ่งทอ รองเท้า และน้ำมันปาล์ม

ขณะที่ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นอินโดนีเซียตั้งแต่เดือนมีนาคม ก่อนที่ทรัมป์ประกาศแผนภาษีด้วยซ้ำ เงินรูเปียห์กลายเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียปีนี้

สำหรับแนวทางอื่นในการเจรจานั้น อินโดนีเซียยังพิจารณาซื้อกระสุนและขีปนาวุธที่ผลิตในสหรัฐ เพื่อหวังให้การซื้ออาวุธช่วยโน้มน้าวสหรัฐลดความเข้มงวดด้านภาษี ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้มอบหมายแนวทางการเจรจาให้เน้นการนำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มเติม การผ่อนคลายมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น ข้อกำหนดเนื้อหาท้องถิ่นในสินค้าสหรัฐที่ขายในอินโดนีเซีย

ท่าทีล่าสุด Airlangga Hartarto รัฐมนตรีผู้ประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนที่เยือนสหรัฐ กล่าวว่า อินโดนีเซียคาดหวังจะได้รับการลดภาษีสำหรับสินค้า 20 รายการหลัก และคาดว่าการเจรจาจะเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...