อินโดนีเซีย เล็งซื้อ “อาวุธจากสหรัฐ” ราคาแพงหลายพันล้านดอลล์ หวังเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐ
อินโดนีเซีย เล็ง "อาวุธจากสหรัฐ" ราคาแพงหลายพันล้านดอลล์ หวังเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐ ปธน.เน้นย้ำแนวทางเจรจา นำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มเติม-ผ่อนคลายมาตรการกีดกันทางการค้า
วันที่ 18 เมษายน 2568 เวลา 14.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินโดนีเซีย กำลังพิจารณาซื้ออาวุธและยุทโธปกรณ์จากสหรัฐ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ รวมถึงเครื่องบินขับไล่และขีปนาวุธ เพื่อช่วยลดความตึงเครียดทางการค้า และอาจหลีกเลี่ยงแผนการขึ้นภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
แหล่งข่าวระบุว่า Sjafrie Sjamsoeddin รัฐมนตรีกลาโหมของอินโดนีเซีย จัดประชุมลับกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อสื่อสารคำสั่งของ Prabowo Subianto ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ให้เร่งสำรวจอาวุธสหรัฐที่สามารถนำเข้าได้อย่างรวดเร็ว
หนึ่งในตัวเลือกที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คือการรื้อแผนจัดซื้อเครื่องบิน F-15EX ของ Boeing ซึ่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียเคยดำเนินการข้อตกลงเบื้องต้นสำหรับเครื่องบิน 24 ลำในปี 2566 ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม แต่สัญญาฉบับสมบูรณ์ยังไม่เกิดขึ้น
ขณะที่ข้อจำกัดด้านงบประมาณอาจทำให้คำสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่จากสหรัฐเป็นเรื่องยาก แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมประเมินว่า คำสั่งซื้อ F-15EX อาจมีมูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลลาร์ อินโดนีเซียยังมีสัญญาซื้อเครื่องบิน Rafale จากฝรั่งเศส (Dassault Aviation) จำนวน 42 ลำ มูลค่า 8.1 พันล้านดอลลาร์ ที่ลงนามในปี 2565
ทั้งนี้อินโดนีเซียตั้งงบประมาณกลาโหมปีที่แล้วไว้ที่ประมาณ 8.2 พันล้านดอลลาร์ โดยมากกว่า 1 ใน 4 ถูกจัดสรรเพื่อการปรับปรุงยุทโธปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอินโดนีเซียมีโครงการกู้เงินต่างประเทศสำหรับจัดซื้ออาวุธมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปีจนถึง 2567
Khairul Fahmi ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันวิจัยด้านความมั่นคง ISSS กล่าวว่า "กระบวนการจัดซื้อ F-15 มีความซับซ้อนมาก …ทางการเมือง อินโดนีเซียจำเป็นต้องมีโครงการลักษณะนี้ เพื่อเสริมการทูตด้านกลาโหม โดยเฉพาะเมื่อกำลังเผชิญกับภาษี" พร้อมเตือนว่า จำเป็นต้องระมัดระวัง เนื่องจากรัฐบาลอยู่ภายใต้แรงกดดันในการรัดเข็มขัดงบประมาณ
ทั้งนี้อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากการที่ทรัมป์ประกาศภาษีนำเข้าสินค้าอินโดนีเซีย 32% ซึ่งถูกเลื่อนการบังคับใช้ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม โดยปีที่แล้ว อินโดนีเซียมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐ มูลค่า 18 พันล้านดอลลาร์ โดยสินค้าหลัก ได้แก่ สิ่งทอ รองเท้า และน้ำมันปาล์ม
ขณะที่ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นอินโดนีเซียตั้งแต่เดือนมีนาคม ก่อนที่ทรัมป์ประกาศแผนภาษีด้วยซ้ำ เงินรูเปียห์กลายเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียปีนี้
สำหรับแนวทางอื่นในการเจรจานั้น อินโดนีเซียยังพิจารณาซื้อกระสุนและขีปนาวุธที่ผลิตในสหรัฐ เพื่อหวังให้การซื้ออาวุธช่วยโน้มน้าวสหรัฐลดความเข้มงวดด้านภาษี ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้มอบหมายแนวทางการเจรจาให้เน้นการนำเข้าสินค้าสหรัฐเพิ่มเติม การผ่อนคลายมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น ข้อกำหนดเนื้อหาท้องถิ่นในสินค้าสหรัฐที่ขายในอินโดนีเซีย
ท่าทีล่าสุด Airlangga Hartarto รัฐมนตรีผู้ประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนที่เยือนสหรัฐ กล่าวว่า อินโดนีเซียคาดหวังจะได้รับการลดภาษีสำหรับสินค้า 20 รายการหลัก และคาดว่าการเจรจาจะเสร็จสิ้นภายใน 60 วัน
อ้างอิง : bloomberg.com