โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หนี้เสียลามบ้านราคา 5-7 ล้าน แบงก์ปฏิเสธปล่อยกู้พุ่ง 50%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ย 2567 เวลา 15.26 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2567 เวลา 00.44 น.

สินเชื่อบ้านอ่วมหนักหดตัว 15-20% ลูกค้าระดับกลาง-บนอ่อนแอลง ผลจากเศรษฐกิจฟื้นช้า ส่งผลยอดปฏิเสธสินเชื่อ-หนี้เสีย ลามกลุ่มบ้านราคา 5-7 ล้านบาท แบงก์ยอมรับเฝ้าระวังกลุ่มลูกค้ารายได้ 5-7 หมื่นบาท ชี้มีสัญญาณผิดนัดชำระหนี้เพิ่ม “กรุงไทย” ระบุหนี้เสียส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มบ้านหลังที่ 2 และ 3 “ทีทีบี” ยอมรับตัวเลขผิดนัดชำระหนี้-รีเจ็กต์สินเชื่อเพิ่มขึ้นตามศักยภาพลูกค้าที่อ่อนแอ

“หนี้เสีย” ลามบ้านราคา 5-7 ล้าน

นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการและประธานกรรมการบริหาร สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM-ค้างชำระไม่เกิน 90 วัน) ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย จะเห็นว่าไหลเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว ทำให้สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่งผลต่ออัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) เพิ่มขึ้น

รวมถึงการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลง สอดคล้องตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ และแรงกดดันรายได้ที่ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งปี 2567 คาดว่าจะไม่เติบโตหรือหดตัวติดลบได้

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นว่ากลุ่มที่น่าเป็นห่วงและสถาบันการเงินให้ความระมัดระวัง จะเป็นกลุ่มราคาบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท เพราะเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้ค่อนข้างสูง ทำให้ยอดการปฏิเสธสูงถึง 70%

แต่ปัจจุบันกลุ่มราคาบ้าน 5-7 ล้านบาท เริ่มส่งสัญญาณได้รับผลกระทบเช่นกันเพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้มีกระแสเงินสดหรือรายได้ไม่พอในการผ่อนชำระหนี้มากขึ้น

เฝ้าระวังรายได้ 5-7 หมื่นบาท

นายอลงกตกล่าวอีกว่า หากดูในส่วนของรายได้จะพบว่า กลุ่มที่มีสัญญาณผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น จะขยับจากรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อเดือน ไปสู่รายได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อเดือน รวมถึงกลุ่มรายได้ 5-7 หมื่นบาทต่อเดือน ถือว่าเป็นกลุ่มที่สถาบันการเงินเริ่มมีการเฝ้าระมัดระวังมากขึ้น

ดังนั้น การปล่อยสินเชื่อสถาบันการเงินจึงมุ่งไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพผ่านการร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลอปเปอร์) เป็นรายโครงการมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตสินเชื่อ

“แบงก์เองคงไม่ได้ปรับเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อ แต่ด่านแรกในการอนุมัติสินเชื่อ (Approve) ค่อนยาก เพราะวันนี้เราเห็นสัญญาณกระทบทั้งกลุ่มราคาบ้านระดับล่าง-กลาง ที่เป็นกลุ่มพนักงานเงินเดือนที่มีภาระหนี้สูง เริ่มลามไประดับเจ้าของธุรกิจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า

ดังนั้นภาพเลยออกมาว่ายอดรีเจ็กต์สูงขึ้น และหนี้เสียในกลุ่มบ้าน 5-7 ล้านบาท เริ่มส่งสัญญาณมากขึ้น ทำให้ยอดโอนบ้านและสินเชื่อปล่อยใหม่มีแนวโน้มลดลง”

บ้านหลังที่ 2-3 เกิดหนี้เสียมาก

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพเอ็นพีแอล สินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบจะพบว่า ตัวเลขหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ จะอยู่ในส่วนของกลุ่มลูกค้าบ้านหลังที่ 2 และหลังที่ 3 มากกว่าคนที่มีบ้านหลังเดียว

ดังนั้นความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ธนาคารจะพิจารณาว่าลูกค้าที่เข้ามาขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่เท่าไร และดูความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงความสามารถจากแหล่งรายได้อื่น ๆ ที่จะนำมาชำระหนี้เพียงพอหรือไม่

นายผยงระบุว่า การอนุมัติสินเชื่อหรือการปฏิเสธสินเชื่อไม่ได้มาจากธนาคารเพิ่มความเข้มงวดหรือเพิ่มเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อแต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของลูกค้าเป็นหลัก

“ไม่ใช่อยู่ ๆ ธนาคารจะเข้มงวด แต่ธนาคารยึดหลักที่ว่าลูกค้ามีกำลังหรือเปล่า เพราะถ้าปล่อยกู้ไป โดยที่เขาไม่มีกำลังก็เป็นเหมือนไปสร้างปัญหาให้ลูกค้าอีก และเป็นการปล่อยสินเชื่ออย่างไม่รับผิดชอบ”

สำหรับการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารกรุงไทย สอดคล้องกับทิศทางของทั้งระบบที่เห็นการชะลอตัวลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ซึ่งยอมรับว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวลงกระทบกับการเติบโตสินเชื่อภาพรวมของธนาคาร แต่เชื่อว่าไม่ได้แตกต่างไปจากระบบมากนักโดยสินเชื่อที่ยังมีการเติบโตจะเป็นสินเชื่อภาคเอกชน และภาครัฐ ที่ยังเป็นตัวหลัก

ผวาปี’67 สินเชื่อบ้านหดตัว 20%

แหล่งข่าวสถาบันการเงินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คงไม่ได้แตกต่างจากครึ่งปีแรกของปี 2567 คาดทั้งปีสินเชื่อที่อยู่อาศัยน่าจะหดตัว 15-20% ด้วยความท้าทายจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า คนมีรายได้ลดลง

เช่น จากเดิมมีรายได้ 3-5 หมื่นบาท มีค่าทำงานล่วงเวลา แต่ปัจจุบันเงินเดือนลดลง ไม่มีค่าโอที ซึ่งสินเชื่อบ้านเป็นสินเชื่อระยะยาว ทำให้คนไม่กล้าตัดสินใจซื้อ รวมถึงรายได้ลูกค้าอาจจะไม่ผ่านเกณฑ์

แม้ว่าธนาคารจะไม่ได้ปรับเปลี่ยนเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ แต่เนื่องจากลูกค้ามีภาระหนี้ต่อรายได้มากขึ้นจากหลุมรายได้ที่หายไป ส่งผลให้ยอดสินเชื่อปรับลดลง ทั้งจากความต้องการที่ลดลงและความอ่อนแอของผู้กู้เอง

บ้าน 3-7 ล้านบาทปฏิเสธกู้ 50%

แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวว่า ธนาคารเริ่มเห็นสัญญาณลูกค้ารายได้ 3-5 หมื่นบาทต่อเดือน และกลุ่มราคาบ้าน 3-7 ล้านบาท เริ่มได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเห็นการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น และยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) สูงขึ้น จากเดิมอยู่ในระดับ 25% เพิ่มเป็น 50%

“แม้ว่าธนาคารมีเกณฑ์อนุมัติเท่าเดิม แต่ความอ่อนแอมาจากลูกค้าเอง ทำให้ไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ เราก็หวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น และทยอยเป็นบวกได้ในปี 2568 หากเศรษฐกิจฟื้นตัวเป็นรูปธรรมมากขึ้น”

ทีทีบี มุ่งเจาะกลุ่มรีไฟแนนซ์

ด้านนายจเร เจียรธนะกานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับภาพการผิดนัดชำระหนี้ยอมรับว่าสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับยอดการปฏิเสธสินเชื่อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเล็กน้อย

สำหรับกลยุทธ์รองรับสถานการณ์ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งหลัง ธนาคารเน้นกลุ่มสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและลูกค้ามีวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อเพื่อลดภาระดอกเบี้ย รวมถึงนำเสนอโปรแกรมรวมหนี้ (Debt Consolidation) พร้อมกับสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ซึ่งจะสามารถช่วยลูกค้าประหยัดดอกเบี้ยและลดภาระผ่อนต่อเดือน หรือเพิ่มสภาพคล่องได้ ส่วนกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อย (กลุ่มเปราะบาง)

“กลุ่มที่ผิดนัดชำระหนี้พบว่า มีการปรับตัวขึ้นตามตลาด แต่เมื่อเทียบกับตัวเลขของทั้งระบบ ttb ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาก เป็นผลจากที่ธนาคารมีการเสนอโปรมแกรมช่วยเหลือต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับปัญหาของแต่ละลูกหนี้แบบเชิงรุก และหากมองไประยะข้างหน้า ธนาคารยังดำเนินนโยบายด้านสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และดูแลกลุ่มลูกค้ารายเดิม”

ธปท.รับสัญญาณด้อยคุณภาพ

ขณะที่นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสรุปภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาสที่ 2/2567 ว่า ธปท.เริ่มเห็นสัญญาณอัตราการปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นในกลุ่มรายได้มากกว่า 3 หมื่นบาทต่อเดือน จากเดิมจะเป็นกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท รวมถึงสัญญาณของการด้อยคุณภาพที่เริ่มกระจายจากครัวเรือนกลุ่มรายได้น้อยไปยังกลุ่มรายได้ที่สูงขึ้น

โดยตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สินเชื่อที่อยู่อาศัย ณ ไตรมาสที่ 2/2567 อยู่ที่ 3.71% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 1/2567 ที่ระดับ 3.48% ขณะที่สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Stage 2 หรือ SM) ไตรมาสที่ 2/2567 อยู่ที่ 5.27% จากไตรมาสก่อนหน้าที่อยู่ 5.14%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนี้เสียลามบ้านราคา 5-7 ล้าน แบงก์ปฏิเสธปล่อยกู้พุ่ง 50%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...