โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ความเสี่ยง...เศรษฐกิจถดถอย ยังมีจำกัด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ส.ค. 2567 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2567 เวลา 07.45 น.

คอลัมน์ : สถานีลงทุน ผู้เขียน : คมศร ประกอบผล ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานแรงในเดือนสิงหาคม หลังตัวเลขอัตราการว่างงานสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด และจุดชนวนความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ประเมินความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยยังจำกัดจาก 3 ปัจจัย ได้แก่

1.อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการเพิ่มขึ้นของกำลังแรงงาน ทั้งจากผู้ว่างงานที่กลับเข้ามาหางาน และแรงงานอพยพจากต่างประเทศ ซึ่งทำให้จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น และดันอัตราการว่างงานให้เพิ่มขึ้นในระยะสั้น ในขณะที่อัตราการเลิกจ้างและการปลดคนงานยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงตำแหน่งงานว่างเปิดรับสมัครก็ยังยืนได้ในระดับที่ค่อนข้างสูง สะท้อนว่าอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นไม่ได้สะท้อนภาพการจ้างงานที่อ่อนแอลง

2.ดัชนีเศรษฐกิจอื่น ๆ ยังคงแข็งแกร่ง เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งยังยืนเหนือระดับหนึ่งแสนตำแหน่งต่อเดือน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ซึ่งยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ยังยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังอยู่ในภาวะขยายตัว

3.ธนาคารกลางสหรัฐมีเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงพอ โดยคณะกรรมการเฟดหลายท่านได้ออกมากล่าวถึงความเป็นไปได้ในการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และ TISCO ESU ประเมินว่าเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และลดดอกเบี้ยรวมสามครั้งในปีนี้ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ยืนอยู่ในระดับสูงถึง 5.5% ในปัจจุบัน ทำให้เฟดมีช่องว่างทางนโยบายที่จะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น เราจึงสรุปว่า การที่ตลาดปรับฐานตามตัวเลขอัตราการว่างงานที่ออกมาอ่อนแอเพียงตัวเดียวนั้น นับเป็นการตื่นตระหนกมากจนเกินไป นอกจากนั้น อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดผันผวนมากในช่วงที่ผ่านมานั้น เกิดจากเม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่นที่ไหลกลับประเทศจากการปิดสถานะ Yen Carry Trade (การกู้เงินเยนซึ่งดอกเบี้ยต่ำแล้วแลกเงินไปลงทุนในตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า) หลังธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศขึ้นดอกเบี้ยซึ่งทำให้ต้นทุนการทำ Yen Carry Trade นั้นปรับสูงขึ้น และส่งผลให้เกิดการเทขายสินทรัพย์อื่น ๆ เพื่อนำเงินมาใช้คืนเงินกู้นั่นเอง

อย่างไรก็ดี เราประเมินว่าปริมาณการทำ Yen Carry Trade นั้นมีการปิดสถานะไปมากแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเทียบเคียงจากสถานะการเก็งกำไรในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าค่าเงินเยน (Yen Net Speculative Short Positions) ซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วจากที่เคยมีสถานะ Short สุทธิมากถึงเกือบสองแสนสัญญา มากที่สุดในรอบ 8 ปี ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ลงมาเหลือราวหนึ่งหมื่นสัญญาในปัจจุบัน ปริมาณการทำ Yen Carry Trade ที่ลดลงทำให้เราประเมินว่าแรงเทขายและความผันผวนในตลาดการเงินโลกจะลดลงเช่นเดียวกัน

สำหรับนัยต่อการลงทุน เรามองว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาต่อจากนี้จะช่วยลดความกังวลของตลาด และทำให้ตลาดหุ้นทยอยฟื้นตัวขึ้น ส่วนในตลาดบอนด์ เรามองว่าบอนด์ยี ลด์สหรัฐที่ปรับตัวลดลงมาต่ำกว่า 4% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อเศรษฐกิจถดถอยไปพอสมควรแล้ว และหากความกังวลดังกล่าวบรรเทาลง บอนด์ยีลด์ก็น่าจะปรับขึ้นมายืนเหนือ 4% ได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความเสี่ยง…เศรษฐกิจถดถอย ยังมีจำกัด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...