โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หลวงตาเบ๊าะ หนีออกจากสำนักสงฆ์ หลังหลอกยืมเงิน-ทองชาวบ้าน ผู้เสียหายแห่แจ้งความเพียบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ก.ย 2567 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2567 เวลา 10.30 น.

หลวงตาเบ๊าะ หนีออกจากสำนักสงฆ์ หลังหลอกยืมเงิน-ทองชาวบ้าน ผู้เสียหายแห่แจ้งความเพียบ

วันที่ 13 กันยายน ที่สถานีตำรวจภูธร สภ.บัวเชด อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นวันที่ 3 แล้ว ที่มีชาวบ้านผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหลวงตาเบ๊าะ ที่อ้างตนเองว่าเป็นหลวงปู่สรวงกลับชาติมาเกิด และเป็น เจ้าสำนักสงฆ์ป่ายางบ้านพรสุข จ.สุรินทร์ หลังชาวบ้านถูกหลอกลวงยืมทองคำและเงินสด โดยอ้างเหตุผลให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่าจะนำไปเข้าพิธีจำพรรษาและจะทำพิธีปลุกเสกเงินทองเพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อออกพรรษาแล้วค่อยเอามาคืน จะช่วยทำให้เงินทองเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น จะทำอะไรก็ร่ำรวย รวมทั้งหลายราย ก็ถูกยืมเงินไปจำนวนมาก แต่ไม่ยอมคืนตามที่นัดหมาย และหลอกนำรถยนต์เข้าไฟแนนซ์เพื่อเอาเงินก็มี ทำให้มีชาวบ้านตกเป็นเหยื่อหลายราย รวมผู้เสียหายที่เดินทางมาแจ้งความแล้วร่วม 10 คน คาดว่าจะมีทยอยมาอีกต่อเนื่อง หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าว ทำให้ผู้เสียหายทราบว่า ยังมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่แจ้งความ เริ่มกล้าที่จะเดินทางมาแจ้งความเพิ่มขึ้นดังกล่าว

นายประจวบ อายุ 53 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองถูกหลอกยืมเงินสด 8 หมื่น 9 พันบาท สร้อยคอทองคำอีก 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.66 โดยบอกว่ายืม 3 วันจะให้คืน แต่นี่จะ 2 ปีแล้วยังไม่ได้คืน และยังหลอกให้ภรรยาตนเอารถยนต์เข้าไฟแนนซ์โดยที่ตนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทำในสมัยที่ยังเชื่อและศรัทธา พอเห็นข่าวออกทราบว่าโดยหลายรายจึงเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี

นางอ้อย อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของนางใบ ผู้เสียหาย อายุ 65 ปี กล่าวว่า ช่วงหลังปีใหม่ พระรูปดังกล่าว ไปยืมเงินพี่สาว คือนางใบ จำนวน 2 หมื่นบาท ว่าเอาไปซื้อผักซื้อปลาว่าเสร็จงานแล้วจะเอามาคืน พอเสร็จงานก็ไปทวง พระก็บอกว่ายังไม่มี เดี๋ยวจะให้ดอก พอวันหลังมาขอยืมอีก 4 หมื่น ทั้งที่เงินเก่ายังไม่ได้คืน จากนั้นวันที่ 10 ก.ย.67 ที่ผ่านมา มาขอไปอีก 3 พันบาท กับทอง 1 สลึง พูดจนใจอ่อนและต้องหยิบเงินให้พระไป พระบอกว่าจะให้คืนไม่นาน ตนเองคิดว่าไม่ใช่พระ แต่ทำไมเห็นชาวบ้านไปกันเต็มวัด จัดงานแต่ละปีคนเยอะมาก แต่ไม่มีใครกล้าแจ้งความ แต่พวกตนทนไม่ได้ ก็เลยพาพี่สาวมาแจ้งความ แกก็กลัวอยู่ แต่ตนเองจึงพามาแจ้งความ จะไปกลัวทำไม พูดเรื่องจริง เอาของเราไป เราก็อยากได้คืน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบว่าเป็นวัดจริงหรือไม่ พระก็มีแค่องค์เดียวจะเป็นวัดอะไร จัดงานบุญแต่ละทีเงินเข้าเยอะมาก แต่เท่าที่สังเกตดูเขาไม่ค่อยสวด แต่เอาพระจากที่อื่นมาสวด เห็นนั่งมุบมิบเหมือนสวดลิปซิงค์ อยากรู้ว่าเป็นพระจริงหรือไม่ นางอ้อยฯกล่าว

ด้านพ.ต.ท.สุรพศ ผมหอม พนักงานสอบสวน สภ.บัวเชด กล่าวว่า ทาง พ.ต.อ.สราวุธ ศรีวิฑูรย์ศักดิ์ผกก.สภ.บัวเชดฯ ก็ได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์ถึงผู้เสียหาย ให้เข้ามารับการแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนได้ ทาง จนท.ตำรวจจะอำนวยความสะดวกและรับเรื่องราวเพื่อดำเนินการตามกฏหมาย ในส่วนของผู้ที่ถูกกล่าวหาหรือถูกพาดพิง ก็สามารถที่จะมาแสดงความบริสุทธิ์ใจและมาพบ จนท.ตำรวจ พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมในทุกๆฝ่าย

พระครูโอภาสธรรมพิทักษ์ เจ้าคณะอำเภอบัวเชดฯ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นเจ้าคณะอำเภอ ปกครอง 6 ตำบล 20 วัด รวมสำนักสงฆ์และวัดทั้งหมด 40 แห่ง อาตมารับผิดชอบเฉพาะสำนักสงฆ์ใน อ.บัวเชดเท่านั้น ส่วนสำนักสงฆ์ของพระรูปดังกล่าว ทราบคร่าวๆว่าเป็นที่ดินพ่อของพระ ส่วนจะถูกต้องไม่ถูกต้องนั้น อาตมาก็ไม่ทราบ แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามระเบียบของคณะสงฆ์ ที่พักสงฆ์หรือวัด ตามคำสั่งของสำนักพุทธ ห้ามพระภิกษุหรือสามเณร ไปอยู่ในที่ดินที่ไม่ถูกต้อง ห้ามสนับสนุนตามที่มหาเถรสมาคมแถลงการณ์ต่อคณะสงฆ์ ที่แจ้งมา อาตมาก็ได้แจ้งไปในพื้นที่รับผิดชอบ ส่วนการจัดผ้าป่าและกฐิน ไม่ได้อยู่ในระเบียบที่ถูกต้องและทำโดยทางคณะสงฆ์ไม่ได้รับรู้ด้วย แต่เป็นการทำเฉพาะส่วนบุคคล อาตมาไม่สามารถไปวินิจฉัยตรงนี้ได้

พระครูโอภาสธรรมพิทักษ์ กล่าวว่า และฝากเตือนถึงพุทธศาสนิกชน ถึงเรื่องการทำบุญทำกุศล เราต้องไปดูวัดที่ถูกต้อง สำนักสงฆ์ที่ถูกต้อง และที่พักสงฆ์ถูกต้องหรือไม่ การปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามหลักและหัวใจของพุทธศาสนาคือการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การไม่ทำบาปทั้งปวง ทำจิตใจให้ขาวรอบ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของพระสงฆ์ ตามหลักหัวใจของพระพุทธศาสนา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงได้ตรัสรู้มาและได้สั่งสอนเทวดาอนทร์พรหมณ์และมนุษย์ทั้งหลายถึงทุกวันนี้ ก็ขอให้พุทธศาสนิกชนมีสติปัญญา ให้ระวัง ไม่ประมาท ตามหลักของพระพุทธศาสนาที่ได้เผยแผ่ทางพุทธบริษัททั้ง 4 ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในฐานะที่เราเป็นพุทธบุตรของพระพุทธเจ้า เราก็ต้องนำหลักธรรมมาใช้ เพื่อให้มีสติ ให้มีปัญญาในการทำบุญทำกุศล โดยเฉพาะวัดที่บ้านของเราที่ถูกต้อง เจ้าคณะอำเภอ กล่าว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง นายพศุตม์ ขอดเมชัย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่าในเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดส่วนบุคคลระหว่างชาวบ้านกับพระสงฆ์ในเรื่องการเอาเงินเอาทองจากชาวบ้านเป็นความผิดที่ชาวบ้านจะต้องดำเนินการตามกฎหมายได้เลย ในส่วนของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ ที่กำกับดูแลเรื่องพระสงฆ์ในพื้นที่จะทำได้เพียงนำเรื่องดังกล่าวเข้ากราบเรียนต่อท่านเจ้าคณะอำเภอบัวเชดจังหวัดสุรินทร์เพื่อให้เรียกพระรูปดังกล่าวมาดำเนินการตามความเหมาะสม เพราะสำนักสงฆ์หรือวัดป่าดังกล่าวยังไม่เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงต้องเป็นอำนาจของท่านเจ้าคณะอำเภอบัวเชดจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่สำนักสงฆ์ดังกล่าวแล้ว แต่ไม่พบหลวงเบ๊าะอยู่ที่สำนักสงฆ์แต่อย่างใด และไม่ทราบว่าไปไหน และหากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความครบ 10 ราย จนท.ตำรวจจะแจ้งข้อหาเป็นฉอโกงประชาชนต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หลวงตาเบ๊าะ หนีออกจากสำนักสงฆ์ หลังหลอกยืมเงิน-ทองชาวบ้าน ผู้เสียหายแห่แจ้งความเพียบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...