โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปคดีแมนฯซิตี้ ทำผิดอะไร แล้วเรื่องนี้จะส่งผลอย่างไรต่อใครบ้าง ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.พ. 2563 เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2563 เวลา 11.38 น.
Photo by Paul ELLIS / AFP

เป็นข่าวใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของแฟนฟุตบอลมาหลายวันแล้วสำหรับกรณีที่ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ซิตี้ สโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ โดนสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ลงโทษ ตัดสิทธิ์การลงแข่งฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และทัวร์นาเมนต์นานาชาติที่ขึ้นตรงต่อยูฟ่า เป็นเวลา 2 ฤดูกาล และถูกปรับเงิน 30 ล้านยูโร โทษฐานทำความผิดอย่างรุนแรงต่อกฎควบคุมการเงิน หรือ Financial Fair Play Regulations (FFP)

หลังจากยูฟ่าประกาศออกมา ฝั่งแมนเชสเตอร์ซิตี้ก็ตอบโต้ทันควัน โดยออกแถลงการณ์ว่า ผิดหวังมาก ๆ แต่ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการตัดสินของยูฟ่า โดยซิตี้กล่าวถึงข้อมูลที่บ่งชี้ว่ากระบวนการสอบสวนของยูฟ่ามีข้อบกพร่อง มีการเปิดเผยข้อมูลก่อนการสวบสวน ทำนองว่าสโมสรไม่ได้รับความยุติธรรมเท่าที่ควร พร้อมบอกว่าสโมสรจะยื่นอุทธรณ์บทลงโทษต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส)

จากประเด็นนี้ เราจะสรุปว่าแมนเชสเตอร์ซิตี้ทำอะไร ผิดตรงไหน ทำไมจึงโดนลงโทษ และกรณีนี้มีผลกระทบอะไรบ้างที่ (อาจ) จะเกิดตามมา

FFP เป็นกฎที่ยูฟ่าตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมการใช้จ่ายเงินของสโมสรฟุตบอลให้เป็นไปอย่างมีวินัย ป้องกันการใช้เงินมากเกินจนอาจทำให้สโมสรล้มละลายได้

กฎของ FFP คือทุกสโมสรต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินทั้งหมดต่อยูฟ่า ซึ่งยูฟ่าจะตรวจสอบว่ารายรับ-รายจ่ายของแต่ละสโมสรมีความสมดุล พูดง่าย ๆ ก็คือ รายจ่ายต้องไม่มากกว่ารายรับ จึงจะเป็นภาวะทางการเงินที่ปกติ และเงินที่นำไปซื้อนักเตะต้องเป็นเงินจากผลประกอบการที่เป็นกำไรของสโมสรเท่านั้น ตามหลักการก็คือ หากสโมสรไหนขาดทุนหรือไม่มีกำไรก็ไม่มีสิทธิ์ซื้อนักเตะ จะนำเงินส่วนตัวของเจ้าของทีมหรือกู้เงินมาซื้อนักเตะไม่ได้เด็ดขาด

กรณีของแมนฯซิตี้นั้นเกิดจากความหัวหมอของ ชีค มันซูร์ เจ้าของทีมชาวอาหรับที่มีความใกล้ชิดกับ เอติฮัด แอร์เวย์ส เขาจึงให้เอติฮัดเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ทีมตัวเอง แล้วเขาก็ใส่เงินของตัวเองลงไปในสโมสรผ่านสปอนเซอร์รายใหญ่เจ้านี้ ทำให้แมนฯซิตี้อู้ฟู่ มีเงินซื้อนักเตะปีละเป็นร้อยล้านปอนด์

แต่ก็โป๊ะแตก เมื่อปี 2015 มีแฮกเกอร์คนหนึ่งแฮกข้อมูลลับในวงการฟุตบอล ได้ข้อมูลขนาดใหญ่มาก ซึ่งหนึ่งในนั้นมีข้อมูลของแมนเชสเตอร์ซิตี้อยู่ด้วย นั่นจึงเป็นที่มาของข้อมูลที่นำไปสู่การสืบสวนเส้นทางการเงินที่ไม่โปร่งใสของแมนฯซิตี้

การสวบสวนก็เป็นไปตามกระบวนการเรื่อยมาจนถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยูฟ่าประกาศว่า แมนฯซิตี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานปลอมแปลงรายได้จากสปอนเซอร์สูงกว่าความเป็นจริง และปกปิดบิดเบือนข้อมูลทางบัญชี

การที่แมนฯซิตี้โดนลงโทษครั้งนี้ เป็นความเดือดร้อนเฉพาะของสโมสรก็จริง แต่ผลที่อาจจะตามมาหลังจากนี้ จะส่งผลไปถึงทีมอื่น ๆ ด้วย มาดูกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง  

-ถ้าการอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลกกินเวลานานเกินเดือนสิงหาคม-กันยายน โทษแบนจะยังไม่ถูกบังคับใช้ แมนฯซิตี้ก็จะยังมีสิทธิ์เล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2020-2021 อยู่

-ถ้าศาลตัดสินตามเดิม แมนฯซิตี้จะโดนแบนจากทัวร์นาเมนต์ของยูฟ่า 2 ฤดูกาล โดยเริ่มจาก 2020-21 นี้เลย ตามด้วย 2021-22 อีกฤดูกาล และถึงแม้ สมมติว่าฤดูกาล 2019-20 นี้ ซิตี้เป็นแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ทีมเรือใบสีฟ้าก็จะยังไม่ได้เล่นถ้วยยุโรปฤดูกาล 2020-21 อยู่ดี ต้องรอไปจนกว่าจะพ้นช่วงเวลาการแบนก่อน

-ในฤดูกาล 2020-21 ซึ่งตามเดิมแล้วซิตี้จะได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก แต่เมื่อโดนแบนก็จะส่งผลให้ทีมอันดับถัดไปในลีกได้ไปเล่นแทน

-เมื่อแมนฯซิตี้โดนแบน อดเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกตั้ง 2 ฤดูกาล นักเตะดัง ๆ ในทีมอาจจะอยากย้ายออก หรืออาจจะเป็นสโมสรเองที่ต้องการขายนักเตะที่ค่าตัวสูง เพื่อนำเงินเข้ามาเติมในบัญชี

-ในส่วนพรีเมียร์ลีกอังกฤษเอง แมนฯซิตี้ก็อาจโดนลงโทษ โดยการตัดแต้ม ซึ่งฤดูกาลที่อยู่ในช่วงเวลาของคดีนี้ และจะเกิดผลเปลี่ยนแปลงก็คือ ฤดูกาล 2013-14 ที่ปีนั้นซิตี้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยมีคะแนนนำทีมอันดับ 2 เพียง 2 คะแนน ซึ่งถ้าซิตี้โดนตัดแต้มมากกว่า 2 แต้ม ก็มีความเป็นไปได้ว่าส้มอาจจะหล่นไปที่ทีมอันดับ 2 ของตาราง นั่นก็คือลิเวอร์พูล ซึ่งจะทำให้ลิเวอร์พูล ที่เวลานั้นมีสตีเว่น เจอร์ราด เป็นกัปตันทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปแทน

-ผลที่จะเกิดภายในสโมสรคือ นักเตะอาจถูกปรับลดเงินเดือนตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป ตามที่เฟร์ราน โซเรียโน่ ประธานบริหารสโมสรได้แจ้งที่ประชุมแล้ว ซึ่งก็จะวนกลับไปที่ว่า นักเตะดัง ๆ คงไม่อยากอยู่ในทีมที่ไม่ได้ลุ้นถ้วยยุโรป แถมยังเงินเดือนน้อยลงอีก อย่างไรก็ตาม หลังจากมีเรื่องนี้ก็มีข่าวออกมาแล้วว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมชั้นยอดของโลกยังยืนยันจะอยู่ต่อ และจะนำพาทีมผ่านพ้นวิกฤตนี้

…จะเป็นอย่างไรก็คงต้องติดตามกันต่อไป  

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...