โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เมียนมา : ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวในเชียงใหม่ในวันที่ไร้เงานักท่องเที่ยว

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ย. 2563 เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2563 เวลา 16.11 น.

เมียนมา : ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวในเชียงใหม่ในวันที่ไร้เงานักท่องเที่ยว - BBCไทย

แผ่นไม้สีฟ้ามีตัวอักษรภาษาอังกฤษสีขาว LONG NECK KAREN ปักอยู่ที่หน้าทางเข้าในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่อยู่ของชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวแห่งหนึ่งที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ถัดไปเป็นถนนคอนกรีตเล็ก ๆ สองฟากฝั่งมีบ้านไม้ยกพื้นทำจากไม้ไผ่ขัดแตะ หลังคามุงจากทับซ้อนด้วยพลาสติกอีกชั้นหนึ่งเรียงรายอยู่หลายหลัง หนึ่งในนั้นยังเป็นเพิงโล่ง มีโต๊ะปูด้วยผ้าพลาสติกสีเหลืองตั้งอยู่ บนโต๊ะมีแผ่นป้ายบอกค่าตั๋วเข้าชมสถานที่ราคา 500 บาท แต่ว่าวันนี้ไม่มีผู้เข้าชม

ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวมีรายได้จากการขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว / ภาพโดย จิระศักด์ รังษี

นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยทั่วประเทศ ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวที่อาศัยอยู่ในอำเภอแม่ริม ต้องเผชิญความยากลำบากไม่น้อยไปกว่าคนไทยในภาคอื่น

ข้อมูลจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินทรระบุว่าชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว เป็นผู้อพยพหนีสงครามการสู้รบระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงกับรัฐบาลเมียนมาจากบริเวณอำเภอเดโมโซ (Demoso District) เมืองลอยก่อ (Loikaw) รัฐคะเรนนี (Karenni State) เข้ามาอยู่ในไทยเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว โดยในอดีตอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่บ้านห้วยปูแกง (น้ำเพียงดิน) บ้านห้วยเสือเฒ่า และบ้านในสอย อย่างไรก็ดี ชนเผ่ากะเหรี่ยงของยาวยังคงมีสถานะเป็นเพียง "ผู้อพยพหนีภัยสงคราม"

ปิยะวิทย์ ทองสะอาด

ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่ามีชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวอาศัยอยู่ในไทยจำนวนเท่าไหร่ แต่ในปัจจุบันมีจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ กับมีรายงานว่ากว่า 200 ได้เดินทางกลับไปเมียนมาแล้วนับตั้งแต่โรคโควิด-19 ระบาด

ชนเผ่าเหล่านี้ที่อยู่ในไทยมีวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์และหาของป่า มาเป็นการทอผ้าและขายของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว

ปิยะวิทย์ ทองสะอาด

มุอียี อายุ 32 ปี อพยพมาอยู่ในไทยตั้งแต่อายุ 13 ปี และเริ่มสวมห่วงคล้องคอนับแต่นั้น

"ตอนนั้นลำบากไม่มีข้าวกินเลย ต้องเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย แล้วมาเมืองไทย มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวถ่ายรูปได้ทิป เก็บตังค์ส่งไปให้พ่อแม่ ให้ครอบครัว"

มุอียีอพยพมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่อายุ 13 ปี / ภาพโดย ปิยะวิทย์ ทองสะอาด

มุอียีเคยมีงานทำและรับเงินเดือนจากนายจ้าง แต่นับแต่โรคโควิด-19 ระบาด เธอต้องตกงานมากว่า 6 เดือนแล้ว "ตอนนี้ลำบากมาก ๆ ค่ะ" เธอบอกด้วยเสียงแผ่วเบา

ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวที่อาศัยอยู่ในไทยเป็นเครื่องดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ธุรกิจเหล่านี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่ต่างจากการจัดแสดง "สวนสัตว์มนุษย์" แต่นั่นทำให้มุอียีเคยมีรายได้ราว 700 บาท ต่อวันจากการขายของที่ระลึก ทุกวันนี้รายได้เหลือศูนย์ ส่วนสามีของเธอที่ทำงานก่อสร้างก็มีรายได้ไม่แน่นอน ลูกสาวของมุอียีที่อยู่ในวัยเรียนหนังสือ เคยได้ค่าขนมไปโรงเรียนวันละ 40 บาท ตอนนี้แม่มีเงินให้เพียงวันละ 25 บาท

การท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว / ภาพโดย ปิยะวิทย์ ทองสะอาด

ชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวในหมู่บ้านเดียวกับมุอียี กว่า 20 ครัวเรือน ได้ย้ายออกไปจากหมู่บ้าน บ้างก็กลับไปยังเมียนมา บ้างก็ไปอยู่ที่อื่น เหลือเพียงครอบครัวของมุอียี และเพื่อนบ้านอีกเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่ในหมู่บ้านที่มีสภาพทิ้งร้าง

มะปรายชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาวอีกคนหนึ่งที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทยนานกว่าสิบปี เป็นอีกคนหนึ่งที่ยังอยู่

"ตื่นมาตอนเช้ามาทำกับข้าว อาบน้ำ ทุกเช้าทุกวัน แล้วมานั่งขายของให้นักท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวแล้ว

เราก็รอไปทุกวัน รอไปวัน ๆ ไม่มีแขก ไม่มีอะไรเลย ไม่เหมือนแต่ก่อน ไม่เหมือนเดิมแล้วค่ะ"

มะปรายกังวลว่าสภาพความเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงที่มีคอยาว สวมห่วงคล้องคออาจไม่เป็นที่ยอมรับของนายจ้าง / ภาพโดย ปิยะวิทย์ ทองสะอาด

 

มะปรายอยากออกจากหมู่บ้านเพื่อไปหางานทำที่อื่น แต่เธอไม่แน่ใจว่าสภาพความเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงที่มีคอยาว สวมห่วงคล้องคอจะเป็นที่ยอมรับของนายจ้างหรือไม่ แถมเธอยังไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ทุกวันนี้เธอจึง "เครียด แต่ต้องอดทน"

ทั้งมะปรายและมุอียี รู้สึกมืดแปดด้านและไม่มีทางออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป

"ถามว่าคิดถึงบ้านไหม อยากกลับไหม ไม่รู้จะกลับไปทำอะไร ไม่มีบ้าน ไม่มีที่อยู่ เลือกที่จะอยู่เมืองไทย ไม่มีไร่มีนาเหมือนเขา ที่เขากลับเพราะมีไร่มีนาไปทำกิน แต่เราไม่มีอะไรสักอย่าง เลยเลือกที่จะอยู่ตรงนี้" มุอียี กล่าวอย่างเศร้าสร้อย

…………..

https://www.youtube.com/watch?v=gG84pH2CcfE

 

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...