โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมรภูมิคลินิกทันตกรรมระอุ "แอลดีซี" ลุยเสริมความงามเพิ่มรายได้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.พ. 2564 เวลา 07.48 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2564 เวลา 07.48 น.

พิษไวรัสโควิด-19 กระทบตลาดคลินิกทันตกรรม ตัวเลขลูกค้าร่วง-แข่งขันเดือด “แอลดีซี เด็นทัล” เดินหน้าลงทุนทยอยรีโนเวตสาขา ยกระดับคลินิกวิถีใหม่ ชูแนวคิด “ไฮทัช” เน้นความปลอดภัย-ลดการสัมผัสเชื้อ หวังสร้างความมั่นใจ งัดซีอาร์เอ็ม รักษาลูกค้าเดิม-ดึงลูกค้าใหม่ พร้อมเพิ่มโฟกัส สถาบันทันตวัฒน์ สร้างผู้ช่วยทันตแพทย์ รับตลาดขาดแคลน ประกาศลุยคลินิกความงาม Ldc Esthetics สร้างรายได้

ปัจจุบันแม้ว่าจะยังไม่มีใครสามารถระบุมูลค่าตัวเลขตลาดรวมคลินิกทันตกรรมได้อย่างชัดเจนนัก เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานไหนที่ทำการสำรวจและรวบรวมตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่คนในวงการหลายคนต่างก็คาดการณ์และมองไปในทิศทางเดียวกันว่า มูลค่าตลาดรวมคลินิกทันตกรรมนับหลายหมื่นล้านบาทสะท้อนจากจำนวนคลินิกทันตกรรมที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการเปิดให้บริการของโรงพยาบาลเอกชน คลินิกทันตกรรมทั่วไป รวมถึงศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทาง ที่ปัจจุบันมีมากกว่า 4,600 แห่งทั่วประเทศ และเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง

“โควิด” ทำลูกค้าวูบ-แข่งดุ

ทันตแพทย์วัฒนา ชัยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการคลินิกทันตกรรมครบวงจร “แอลดีซี” (Ldc) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดคลินิกทันตกรรมเป็นตลาดที่ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก หากสังเกตจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมามีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ที่ทยอยเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ อย่างไรก็ตาม จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้น ทำให้ภาพรวมของตลาดทันตกรรมมีแนวโน้มผู้ใช้บริการลดลง เนื่องจากมีความกังวลเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัส รวมถึงมาตรการขอความร่วมมือจากภาครัฐเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ประกอบกับการทำฟันเป็นเรื่องที่ไม่เร่งด่วน จึงทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ชะลอแผนออกไปก่อน

จากเหตุผลดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดคลินิกทันตกรรมตั้งแต่รายใหญ่ไปจนถึงรายย่อย เริ่มเปิดสงครามการแข่งขันด้านราคาอย่างดุเดือด โดยใช้โปรโมชั่นลดราคา หรือฟรีค่าบริการบางส่วน เพื่อช่วงชิงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าสถานการณ์ในลักษณะนี้จะเป็นไปอีกสักระยะ ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัว โดยเฉพาะการมีปัจจัยเชิงบวกในเรื่องของวัคซีน ซึ่งจะส่งผลให้ควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ดีขึ้น จนทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว และผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้จ่ายในที่สุด

“เทียบกับโควิดระบาดรอบแรก ผลกระทบครั้งนี้ถือว่าเบากว่าครั้งแรก รอบแรกหนักกว่า ตอนนั้นทั้งลูกค้าก็มีความกลัวเรื่องการติดเชื้อ ทันตแพทย์ก็มีความกลัวและความกังวลด้วย เพราะเป็นอะไรที่ไม่เคยเจอ คลินิกทำฟันก็ต้องปิดไปโดยปริยาย แต่พอรอบหลังมานี้เคยรับมือมาแล้ว มีเครื่องไม้เครื่องมือครบแล้ว แต่วันนี้ร้านไม่ได้ปิด ทางการก็ไม่ได้สั่งปิด แต่ลูกค้ากลับมาแค่ 3 ใน 4 คือหายไป 1 ส่วน ส่วนรอบแรกคลินิกปิดไปเลย ลูกค้าก็เท่ากับ 0”

เปิดแผนปลุกตลาดดึงลูกค้า

สำหรับแนวทางและกลยุทธ์การตลาดจากนี้ไป เพื่อให้สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ แอลดีซีมีแผนจะเดินหน้าลงทุนรีโนเวต ยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เข้าใช้บริการ โดยปรับรูปแบบคลินิกทันตกรรมให้เป็นไฮทัช ลดการสัมผัสเชื้อ ในชื่อ “Ldc the next normal” ด้วยการปรับปรุงตั้งแต่การใช้ประตูระบบออโต้ ไปจนถึงห้องทำทันตกรรม ลดการฟุ้งกระจายของละอองฝอย ด้วยการนำเทคโนโลยีดูดละอองฝอย ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ จัดการระบบหมุนเวียนอากาศภายในให้ถ่ายเทสะดวกขึ้นเพื่อลดการแพร่เชื้อ

เบื้องต้นภายในปี 2564 มีแผนปรับปรุง 5 สาขา ได้แก่ สาขารามคำแหง-สาขาศรีนครินทร์ ภายในไตรมาสที่ 1 สาขาราชพฤกษ์ ภายในไตรมาสที่ 2 และสาขาเพชรเกษม-สาขาบางใหญ่ ภายในไตรมาสที่ 3 ทั้งหมดนี้จะใช้งบฯลงทุนสาขาละ 2-3 ล้านบาท หรือรวมทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท และจากนี้ไปแอลดีซีจะเดินหน้าลงทุนรีโนเวตสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคมั่นใจในการใช้บริการมากขึ้น

“ที่ผ่านมาแอลดีซีเคยทำโปรโมชั่นด้านราคา แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากกลุ่มลูกค้ามักห่วงด้านความปลอดภัยมากกว่าเรื่องโปรโมชั่นลดราคา ส่วนหนึ่งอาจจะเนื่องมาจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของแอลดีซี คือ กลุ่มตลาดกลาง-บน ที่มีรายได้ค่อนข้างสูงอยู่แล้ว”

นายแพทย์วัฒนาย้ำว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญคือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือ CRM ซึ่งได้ผลดีในระยะยาว ทั้งแง่การรักษาฐานลูกค้าเดิม และการเพิ่มยอดฐานลูกค้าใหม่ โดยเน้นไปที่การให้บริการ ไปจนถึงการติดตามผลในระยะยาว และร่วมรับผิดชอบหากเกิดกรณีผิดพลาด

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ธุรกิจไปได้ในช่วงที่กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้น แอลดีซีได้หันมาให้ความสำคัญในการปรับลดคอสต์ และพยายามลีน (lean) องค์กร ทั้งด้านการต่อรองราคาแก่ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรมและผู้ให้เช่าพื้นที่ และยังปรับแผนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องเอกซเรย์ซึ่งมีมูลค่าสูง มาไว้ที่สาขาที่มีทราฟฟิกมาก แทนสาขาที่มีทราฟฟิกน้อยลง เพื่อให้เกิดการใช้อย่างคุ้มค่าและคุ้มทุนที่สุด

ลุยคลินิกความงามสร้างรายได้

นายแพทย์วัฒนากล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ กลยุทธ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเพิ่มน้ำหนักกับคลินิกความงาม “LDC Esthetics” โดยจดทะเบียนเป็นสหคลินิกภายใต้ชื่อ แอลดีซี ไลฟ์พลัส ที่แอลดีซีได้เปิดทำการนาน 2 ปี ปัจจุบันมี 7 สาขา ซึ่งได้รับผลตอบรับดี ในอนาคตมีแผนจะปรับอีก 23 สาขาที่เหลือให้เป็นรูปแบบสหคลินิก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่แน่นอน การลงทุนโดยไม่รักษาสภาพคล่องทางการเงินอาจเป็นทางเลือกที่เสี่ยงเกินไป ดังนั้นอาจจะต้องรอให้โควิด-19 คลี่คลายก่อน

ควบคู่กันนี้ก็จะเพิ่มโฟกัสกับสถาบันทันตวัฒน์ โรงเรียนฝึกอบรมบุคลากรผู้ช่วยทันตแพทย์ เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสจากปัจจุบันที่มีแรงงานว่างงานสูง ประกอบกับกลุ่มบุคลากรผู้ช่วยทันตแพทย์เองก็ขาดแคลนอย่างหนัก สถาบันทันตวัฒน์จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่แอลดีซี

“ปีนี้เราตั้งใจจะทำการตลาดให้แก่สถาบันทันตวัฒน์อย่างจริงจัง โดยเน้นไปที่การทำสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ พร้อมกับผนึกความร่วมมือกับศูนย์บริบาล หรือโรงเรียนผลิตผู้ช่วยพยาบาล เผื่อกรณีกลุ่มคนเหล่านี้อาจอยากเปลี่ยนสายงานมาเป็นผู้ช่วยทันตแพทย์แทน และในอนาคตเราจะติดต่อกับคลินิกทันตกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยผลักดันผู้ฝึกอบรมของเราเข้าทำงานต่อไป ส่วนการเป้าหมายในปีนี้ แอลดีซีตั้งเป้ากำไรสุทธิอยู่ที่ 5% ถือเป็นการตั้งเป้าแบบค่อยเป็นค่อยไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลประกอบการแอลดีซี เด็นทัล ไตรมาส 3/63 ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ รายได้รวมราว 121 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 4.36 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมผลประกอบการ 9 เดือน แอลดีซี เด็นทัล ขาดทุน 17.43 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่คืนทุนจากการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ประกอบกับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบแรก ทำให้คลินิกต้องปิดตัวลงช่วงล็อกดาวน์ จากความกังวลทั้งในฝั่งผู้บริโภค และฝั่งบุคลากรทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม แอลดีซีคาดว่าในปี’64 บริษัทจะสามารถคืนทุนและกลับมามีกำไรอีกครั้งหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...