โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุป 10 เหตุการณ์เด่น ในตลาดตราสารหนี้ไทย ปี 2562

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ธ.ค. 2562 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2562 เวลา 09.48 น.

คอลัมน์ สถานีลงทุน
โดย สุธาสินี เฉียงขวา สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

ปี 2562 กำลังจะผ่านไป เหตุการณ์สำคัญและเรื่องราวน่าสนใจที่เกิดขึ้นในตลาดตราสารหนี้ไทยปีนี้มีอะไรบ้าง ?

1.พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 พ.ค. โดยมีสาระสำคัญให้กองทุนรวมตราสารหนี้ถูกจัดเก็บภาษีจากดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ส.ค. ผลคือตราสารหนี้ที่กองทุนซื้อเข้ามาหลังจากวันนี้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 จากดอกเบี้ยที่ได้รับ

2.บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป ออก green bond เมื่อ 24 พ.ค. มูลค่า 13,000 ล้านบาท เป็น green bond รุ่นแรกที่ออกภายใต้เกณฑ์การเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ ก.ล.ต. และยังเป็นครั้งแรกที่เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ในประเทศ

3.ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 62 นับเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 11 ปี จาก 2.5% เป็น 2.25% และมีการปรับลดอีก 2 ครั้งในเดือน ก.ย. และ ต.ค. ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐอยู่ที่ 1.75%

4.วันที่ 7 ส.ค. กนง.มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ เม.ย. 2558 จาก 1.75% เป็น 1.5% และมีมติปรับลดลงอีกครั้งในการประชุมรอบเดือน พ.ย. ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับต่ำที่สุดที่ 1.25% นับตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ

5.อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือ government bond yield รุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี แตะระดับต่ำสุดในประวัติการณ์เมื่อ ส.ค.ที่ระดับ 1.34% และ 1.43%

6.เป็นครั้งแรกที่มีการออก gender bond โดยธนาคารกรุงศรีอยุธยาเมื่อ 23 ส.ค. มูลค่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จำหน่ายแก่นักลงทุนต่างประเทศเพื่อนำเงินมาปล่อยสินเชื่อให้แก่กิจการ SMEs ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือผู้บริหาร นับเป็น gender bond ตัวแรกของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดย gender bond เป็นส่วนหนึ่งของ social bond

7.เงินบาทแข็งค่าที่สุดในรอบ 6 ปี ที่ 30.42 บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย. (นับตั้งแต่ 14 มิ.ย. 2556 ที่ระดับ 30.45 บาท/ดอลลาร์) โดยเงินบาทเป็นสกุลเงินเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่มีการแข็งค่าที่สุดในเอเชีย หลังจากนั้น ได้ทำสถิติแข็งค่ามากที่สุดรอบใหม่อีกหลายครั้ง และรอบล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ระดับ 30.15 บาท/ดอลลาร์

8.perpetual bond รุ่นแรกของไทยที่มีการใช้สิทธิเรียกไถ่ถอนก่อนกำหนด (call option) เมื่อสิ้นเดือน ต.ค. มูลค่า 15,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ในปีนี้ perpetual bond ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเสนอขายรวม 5 รุ่น มูลค่าเสนอขาย 40,000 ล้านบาท ในปี 2562 ทำให้มูลค่าคงค้างของ perpetual bond เพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่มีการออก perpetual bond ในประเทศไทย คิดเป็น 3% ของมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว

9.ยอดการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 1 ล้านล้านบาท ณ วันที่ 18 พ.ย. 2562

10.เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2562 หลังจากก่อนหน้านี้ไหลเข้าสุทธิต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน ในปีนี้กระแสเงินทุนต่างชาติไหลออกสุทธิจากตลาดตราสารหนี้ไทยกว่า -85,282 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 22 พ.ย.) โดยเป็นยอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาวแต่ขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้มีผลให้เกิดความผันผวนในตลาดแต่อย่างใด

ในปี 2562 ที่ผ่านมายังเกิดเหตุผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้จำนวน 2 ราย ได้แก่ บมจ.พีพี ไพร์ม ผิดนัดชำระหุ้นกู้ มูลค่า 319.5 ล้านบาท และ บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ที่ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้กับธนาคารจนเป็นเหตุให้เกิด cross de-fault ในหุ้นกู้ มูลค่า 1,219 ล้านบาท ปัจจุบันทั้ง 2 บริษัทได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ให้ขยายระยะเวลาการไถ่ถอนหุ้นกู้ออกไป นอกจากนี้ ผู้ออกหุ้นกู้อีกราย คือ บมจ.เอเชีย แคปปิตอลฯ ได้ขอเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดสิทธิโดยขยายระยะเวลาวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ มูลค่า 768.6 ล้านบาท ออกไปอีก 1 ปี จะเห็นได้ว่าแม้ตลาดตราสารหนี้จะเติบโตขนาดไหนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบทางลบต่อนักลงทุน นักลงทุนสายหุ้นกู้จึงควรศึกษาถึงความเสี่ยงและเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนดังคำกล่าวที่ว่า การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

แล้วปีหน้าตลาดตราสารหนี้ไทยจะมีความเคลื่อนไหวอะไรให้ต้องจับตา เราต้องมาติดตามกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...