โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.ชี้ยาฟาวิพิราเวียร์ต้านโควิดลดรุนแรง30%-ยันมีเพียงพอ

INN News

เผยแพร่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 07.40 น. • INN News

อธิบดีกรมการแพทย์ เผย ยาฟาวิพิราเวียร์ต้านไวรัสโควิด-19 ลดรุนแรงได้เกือบ 30 % ยืนยันยามีเพียงพอ ไทยสั่งจองและเตรียมผลิตเพิ่มหลาย 10 ล้านเม็ด

 

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ แถลงประเด็น ยาฟาวิพิราเวียร์ ใช้กับผู้ป่วยเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 หลังเกิดคำถามว่ายาฟาวิพิราเวียร์ได้ผลหรือไม่ โดยระบุว่าปัจจุบันยังไม่มียาที่ขึ้นทะเบียนว่าเป็นยารักษาไวรัสโควิด-19 อย่างเป็นทางการ

ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์ มีผลการศึกษาวิจัยของประเทศจีนและรัสเซีย ช่วงที่มีการระบาดแรกๆว่า สามารถต้านโควิด-19 ได้ดีกว่าชนิดอื่น จากนั้นไทยก็ทำแนวทางการรักษาโดยการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งจากการรวบรวมคนไข้โควิด-19 จำนวน 400 กว่าคน

เมื่อปีที่แล้ว พบว่าผู้ติดเชื้อที่ได้ยาภายใน 4 วัน สามารถลดอาการรุนแรงได้เกือบ 30 % ส่วนกลุ่มอาการปอดบวมรุนแรงดีขึ้นใน 17 วัน ส่วนกลุ่มผู้ป่วยปอดบวมไม่รุนแรงดีขึ้น 9 วัน สอดคล้องกับการส่งข้อมูล 12 การศึกษาในต่างประเทศ พบว่ายาฟาวิพิราเวียร์ มีประสิทธิผลช่วยลดอาการทางคลินิก ได้ใน 7 วัน และ 14 วัน และยิ่งให้ยาเร็วยิ่งดี มีส่วนช่วยสนับสนุนแนวทางการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ

อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่าปัจจุบัน ไทยมีการสั่งจองและเตรียมผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ หลาย 10 ล้านเม็ด เพื่อให้ยาไม่ขาดและนำเข้ามาเป็นระยะพร้อมกับการทำการศึกษาวิจัยต่างๆเนื่องจากไวรัสมีการกลายพันธุ์โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา เพื่อให้ยาฟาวิพิราเวียร์กับคนไข้ เพื่อต้านไวรัสป้องกันไม่ให้อาการรุนแรง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter :https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...