โวยส่วยคาราโอเกะ เจ้าของร้านเดือดร้อนหนัก จนท.ขู่ถ้าไม่จ่ายจะสั่งปิดร้าน
เจ้าของร้านอาหารคาราโอเกะ ใน อ.สันทราย-แม่โจ้ เดือดร้อน ถูกผู้อ้างเป็น จนท.ปกครองเรียกรับส่วย ไม่จ่ายสั่งปิดวันนี้ ร้องขอผู้ว่าฯช่วย
วันที่ 10 ก.ค. 66 ที่ลานต้นไม้ หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ น.ส.ศศิธร ฉลาดรวยดี ฐานะประธานสมาพันธ์ผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะแห่งประเทศไทย (ภาคเหนือ) ดูแล 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พร้อมเจ้าของร้านคาราโอเกะ ที่เปิดร้านในพื้นที่ อ.สันทราย-แม่โจ้ และเขตเมืองแม่โจ้ จำนวนกว่า 10 คน ทั้งหมดเป็นตัวแทนเจ้าของร้านคาราโอเกะ ใน จ.เชียงใหม่ ที่มีร้านคาราโอเกะในเครือข่ายสมาพันธ์ฯจำนวนมากกว่าร้อยราย นำป้ายไวนิลเขียนข้อความ เช่น "เดือดร้อนมาก ไม่มีอะไรจะกินแล้ว", "ขอใบอนุญาตจ่ายๆหน่อยได้ปะ", "ใบอนุญาตออกยาก นำไปสู่การรีดไถ" และ เศรษฐกิจก่อแย่ ยังมารังแกกันอีก" เป็นต้น หากวันนี้ไม่ได้ข้อสรุป จะมีเครือข่ายจากทั่วประเทศมาสมทบ 2 รถบัสในวันพรุ่งนี้ จำนวนกว่า 100 คน
นส.ศศิธร กล่าวว่า วันนี้ที่พวกเรารวมตัวกันมาขอพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพราะเรามีความเดือดร้อน อย่างมาก เกี่ยวกับเรื่องเปิดร้านเหล้าคาราโอเกะสำหรับคนรายได้น้อย ร้านเล็ก ๆ มีไม่กี่โต๊ะ พวกเรามีปัญหาเรื่องการขออนุญาตซึ่งเงื่อนไขในการขอใบอนุญาต มันขอยากมากๆ โดยเฉพาะในยุคที่เศษฐกิจแบบนี้ จะให้ทำฝ้า ติดแอร์ ปูกระเบื้อง สร้างห้องน้ำ ทำห้องกระจกต้องติดกระจกรอบด้าน
ซึ่งมันต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก สร้างเงื่อนไขที่รู้ๆอยู่แล้วว่า คนรากหญ้า คนตัวเล็กๆเงินลงทุนน้อยอย่างพวกเราทำไม่ได้ จึงอยากจะขอความเห็นใจ พวกเราก็อยากทำให้ถูกต้อง อยากหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้เรามีที่ทำกิน มีที่ยืนในยุดที่มันยากลำบาก จึงอยากขอความเห็นใจมา ณ ที่นี้ ขอความเป็นธรรมให้พวกเราทุกคนด้วย วันนี้เจ้าของร้านคาราโอเกะมาเพียงใน อ.สันทราย เท่านั้น
"เรามาขอความเห็นใจ เราได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมีผู้อ้างตัวเองว่า เป็นข้าราชการปกครอง มายื่นคำขาคว่า ให้เรานำเครื่องเสียงคาราโอเกะออกจากร้านภายในวันที่ 10 ก.ค.2566 นี้ แล้วจะลงมาตรวจซ้ำอีก ถ้าหากพบว่า มีตู้เพลงอยู่อีกจะสั่งปิด จับปรับในวงเงินมากถึง 5,000-100,000 บาท ถ้าพบผิดวันอื่นๆอีก ก็จะปรับรายวัน อีกวันละ 10,000 บาทอีกด้วย เนื่องจากทางร้านของพวกเราไม่มีใบอนุญาตวีดิทัศน์ เพราะไปขอแล้ว เจ้าหน้าที่มาตรวจกี่ทีก็ไม่ผ่าน
ตอนนี้มีปัญหาเดือดร้อนมาก อยากมาขอพบท่านผู้ว่าฯ มาขอคำปรึกษา และหาทางออกร่วมกัน ที่อื่น จังหวัดอื่นยังมีการอนุโลมให้ เพราะเขารู้และเข้าใจว่าร้านค้าสถานประกอบการมีหลายระดับ แค่พบว่าในเขต อ.สันทราย-แม่โจ้นั้นให้ยาก เหตุผลนี้คนในพื้นที่ทราบดีว่า เพราะอะไรใบอนุญาตที่ไม่อนุญาตนั้นนำไปสู่อะไร"
น.ส.ศิศิธร กล่าวต่อว่า เคยร้องเรียนไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง ล่าสุดติดต่อขอรับทราบความคืบหน้า ในการแก้ไขปัญหา เมื่อวันที่ 5 ก.ค.66 ที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้คำตอบ จนมาถึงวันที่ 10 ก.ค.66 นี้ และวันนี้ทางอำเภอสันทราย จะจับและปิดร้านคาราโอเกะแล้ว จึงมาขอให้ทางผู้ว่าฯรับฟังปัญหาของชาวบ้านด้วย เพราะข้อกฎหมายที่จะให้สร้างอาคารสถานที่นั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะร้านคาราโอเกะชาวบ้าน เป็นอาคารเล็กๆ จากที่คาราโอเกะมี 3 ระดับชั้นสูง ห้องแอร์มีพนักงานสาวสวยบริการ และระดับกลาง
ส่วนชาวบ้านทั่วไป ระดับล่างนั้น มีชาวบ้านมานั่งดื่มกินสุราเบียร์ 1-2 ขวด ร้องเพลงหยอดเหรียญ 2-3 เพลงกลับบ้านนอน แบบนี้จะให้เปิดร้านแบบระดับหรู หรือระดับสูง ๆ นั้นเป็นไปไม่ได้ และที่สำคัญ ผู้ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่อำเภอมาตรวจสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หากไม่ให้เงินเดือนละ 1,000 ก็จะจับปรับดังกล่าว มาตรวจก็ไม่พบอะไร และลูกค้าก็กลัวไปหมด พอทางเจ้าของร้านค้าไปขอใบอนุญาต ทางวัฒนธรรมจังหวัดก็ไม่อนุญาตให้ อ้างข้อกฎหมายอย่างเดียว แบบนี้ชาวบ้านจะทำมาหากินได้อย่างไร จึงมาร้องเรียนท่านผู้ว่าฯและวัฒนธรรมจังหวัดให้ตั้งโต๊ะพูดคุยกัน
ต่อมา นายวีระพงค์ วงศ์แสนศรี นิติกร ทำหน้าที่เวรศูนย์ดำรงค์ธรรม ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อม นางอุบลวรรณ ทะพิงค์แก เจ้าหน้าที่ตัวแทนวัฒนธรรมจังหวัด เข้ารับทราบปัญหาของชาวบ้าน รับหนังสือจากตัวแทนชาวบ้าน จากนั้นเชิญชาวบ้าน เจ้าของร้านอาหารคาราโอเกะขึ้นไปประชุมที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
สรุปที่ประชุม ทางจังหวัดโดยทางปกครองยังไม่จับกุมร้านคาราโอเกะชาวบ้านในวันที่ 10 ก.ค. 66 นี้ ให้เลื่อนออกไปก่อน และนัดหมายตัวแทนชาวบ้านเจ้าของร้านคาคาราโอเกะ มาประชุมสรุปปัญหา และหาทางออกร่วมกันอีกครั้งในวันศุกร์ 14 ก.ค. 66 นี้ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง ทางชาวบ้านก็ได้สลายตัวไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ