โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรากฏการณ์ "โปรไฟล์เกาหลี" กูรูเตือนข้อควรระวังใช้แอปแต่งรูป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 มิ.ย. 2566 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2566 เวลา 10.25 น.

คุยกับ “ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร” ผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย PDPA เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ AI สร้างภาพและบริการรับจ้างต่อคิวจากปรากฏการณ์ “โปรไฟล์เกาหลี”

วันที่ 13 มิถุนายน 2566 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าปรากฏการณ์ “โปรไฟล์เกาหลี” ที่กำลังเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ ได้สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้งานบางส่วนเกี่ยวกับการนำข้อมูลไปใช้ต่อของแอปพลิเคชั่น หลังจากส่ง “รูปถ่าย” ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลเข้าสู่ระบบการประมวลผลด้วย “AI”

นอกจากนี้ ธุรกิจ “รับจ้าง” ต่อคิวที่เกิดขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้งานที่ต้องการรูปโปรไฟล์สวย ๆ แต่ไม่มีเวลาต่อคิวเข้าใช้งานแอปอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด เพราะผู้ใช้งานต้องส่งรูปภาพของตนเองจำนวน 10-20 ภาพ ให้กับบุคคลที่สามที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล และผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย PDPA เพื่อคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยในการส่งมอบข้อมูลให้กับแอปและบุคคลที่สาม

แอปประเภทนี้มีการทำงานอย่างไร ทำไมต้องจำกัดจำนวนการเข้าใช้งาน ?

ซอฟต์แวร์ของแอปตัวนี้ อาจจะมีการเปิดสิทธิให้คนไปใช้ในจำนวนจํากัด หรืออาจจะต้องมีระยะเวลาในการประมวลผลพอสมควร ไม่ใช่ว่าดาวน์โหลดโปรแกรมมาแล้วจะสามารถเข้าถึงได้ทันที ต้องมีการจองคิว พอถึงคิวก็ใส่รูปเข้าไปแล้วรอการประมวลผลออกมา

ทําไมในเชิงธุรกิจไม่สามารถทำได้ทันที ผมมองว่า อย่างแรกคือความสามารถของบริษัทที่เขาจะพัฒนาซอฟต์แวร์ตัวนี้ ต้องอาศัยการประมวลผลที่ค่อนข้างดีมาก ซึ่งแลกมากับการใช้เวลา

อย่างที่สอง บริษัทไม่สามารถลงทุนในฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่จะทําให้เกิดการประมวลผลได้ทันที เขาเลยต้องจํากัดปริมาณและจํานวนการใช้งาน หรืออาจจะเป็นเทคเทคนิคทางการตลาดก็ได้เช่นกัน

แอปประเภทนี้จะเอารูปภาพของเราไปใช้งานอย่างไร ?

สิ่งที่บริษัทพวกนี้ต้องการ คือรูปจำนวนมาก ยิ่งมีคนเอารูปเข้าไปใส่ในระบบ ยิ่งทำให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้ได้เร็วขึ้น พอใส่รูปเข้าไป โปรแกรมก็จะแยกเลยว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เป็นคนจากประเทศไหน ช่วงอายุเท่าไร ถ้าใส่รูปไปเฉย ๆ ก็ไม่มีประเด็นอะไร แต่ถ้ามีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลผสมกับรูปที่ใส่ไป แปลว่ามีการเรียนรู้กันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น โปรแกรมก็จะรู้จักเรามากกว่าแค่รูปที่ใส่ไป

ซอฟต์แวร์หรือแอปแต่งรูป คือบริษัทที่ใช้ความสามารถของ AI เพื่อทำความเข้าใจว่า ต้องปรับแต่งภาพอย่างไร และเรียนรู้ว่าคนชอบภาพแบบไหน โปรแกรมก็จะปรับให้เหมาะสมยิ่งขึ้น แม้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกดึงดูดไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราให้ข้อมูลมากกว่าสิ่งที่ควรให้ไหม

แอปประเภทนี้สามารถนำรูปภาพของเราไปใช้ต่อได้อย่างไรบ้าง ?

ผมตัวอย่างการใช้งานโซเชียลมีเดียแล้วกัน ปกติเราโพสต์รูปบนโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว บริษัทพวกนี้จะถูกกำหนดเงื่อนไขการเอาข้อมูลไปใช้ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละประเทศ ทำให้ไม่กล้าที่จะเอาข้อมูลของเราแม้แต่รูปถ่ายไปผสมกับข้อมูลอื่น ๆ

ถามว่ามีอะไรน่ากังวลไหม ผมมองว่า ถ้าเราเอารูปไปใส่แล้วให้โปรแกรมประมวลผลออกมาหลาย ๆ แบบ พอเราเลือกรูปที่ตัวเองชอบ ระบบก็จะแค่เรียนรู้ความชอบของเรา แต่ถ้าเราใส่ข้อมูลอื่น ๆ ไปด้วย เช่น ชื่อ-นามสกุล อีเมล์ หรือมีกรณีที่ต้องจ่ายเงินแล้วต้องใส่ข้อมูลบัตรเครดิต ระบบก็จะรู้ว่าใครเป็นเจ้าของรูปและเข้าถึงข้อมูลของเรามากขึ้น

การส่งรูปถ่ายตนเองให้ “นายหน้า” ที่รับต่อคิวใช้แอป ต้องระวังอะไรบ้าง ?

ในกรณีที่มีคนรับจ้างทําแทนแล้วเขาดำเนินการจ่ายเงินแทนเราเสร็จสรรพ ข้อมูลที่คนกลางได้จะน้อยกว่าข้อมูลที่แอปได้จากเราโดยตรง เพราะเวลาที่เราโอนให้คนกลางอาจจะโอนเข้าบัญชี ซึ่งร้านจะไม่รู้เลขบัตรเครดิตของเรา แต่ถ้าเราจ่ายให้แอปโดยตรง เท่ากับว่า เราให้ข้อมูลบัตรเครดิตกับแอป ถ้าเขาเป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือ ระบบการชําระเงินออนไลน์ก็ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย

แต่การใช้บริการนายหน้ามีความเสี่ยงในกรณีที่เราจ่ายเงินไปแล้วต้องมั่นใจว่า นายหน้าจะไม่ใช้เงินนี้หลังจากได้เงินของเราไป หรืออาจเป็นในแง่ที่บุคคลอื่นรับรู้ข้อมูลพื้นฐานของเราเพิ่มขึ้น ถือเป็นความเสี่ยงคนละแบบ เพราะถ้าซอฟต์แวร์ได้ข้อมูลของเราไป เขาก็มีการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามการคุ้มครองของกฎหมาย

ส่วนรูปถ่ายที่ส่งให้กับนายหน้า ผมมองว่าส่วนใหญ่รูปพวกนี้เป็นรูปที่เราเปิดเผยได้อยู่แล้ว ไม่น่าจะกระทบอะไร จริง ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปจริงหรือรูปจากแอป เขาก็ไม่ควรเก็บไว้ทั้งคู่ ซึ่งในมุมคนไทยอาจจะไม่ซีเรียสเรื่องนี้ แต่ถ้าเขาเอารูปไปใช้นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้ ก็อาจจะไม่เหมาะสมแล้ว เพราะฉะนั้น การจะเอาข้อมูลไปใช้ควรมีการตกลงและขออนุญาตกันก่อน

การใช้บริการ “นายหน้า” เพิ่มโอกาสในการสร้าง “ตัวตนเทียม” บนโลกออนไลน์หรือไม่ ?

เขาไม่ควรเอารูปของเราไปทํา เพราะผิดกฎหมาย แต่ต่อให้เราไม่ให้ข้อมูลเขา เขาก็ไปหาข้อมูลบนออนไลน์ได้อยู่ดี เพราะทุกวันนี้ เราโพสต์ข้อมูลบนโลกออนไลน์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะให้ข้อมูลเขาหรือไม่ ถ้าเขาเอาไปใช้ในลักษณะนี้ ผิดกฎหมายแน่นอน และเราก็อยู่ในจุดที่ฟ้องร้องหรือเรียกค่าเสียหายได้

จริง ๆ ไม่ใช่แค่ว่าเอาไปโพสต์แล้วปลอมตัวอย่างเดียว ถ้าเขาใช้ข้อมูลของเรามาอ้างอิงนอกเหนือจากขอบเขตที่เราคุยกัน เราก็สามารถร้องเรียนได้แล้ว แต่สังคมไทยมีเรื่องของการถ้อยทีถ้อยอาศัย ถ้าเป็นต่างชาติ จะซีเรียสเรื่องนี้มาก อาจมีการฟ้องร้องกันเลย

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย PDPA ต้องการฝากอะไรถึงผู้ใช้งานบ้าง ?

ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องระมัดระวังในการใช้งานเสมอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...