โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลงทุนระยะยาว vs จับจังหวะ ใคร WIN ในยุคนี้ I สรุป LIVE Market Talk

Finnomena

อัพเดต 04 ต.ค. 2564 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 04.05 น. • Mr. Serotonin

ช่วงใกล้ปลายปีแบบนี้เชื่อว่านักลงทุนหลาย ๆ ท่านคงกำลังมองหากองทุนประหยัดภาษีไว้ลงทุนระยะยาวกันแน่ๆ ในวันนี้ บลจ.กรุงศรี จะพาทุกคนมาพบกับกองทุนประหยัดภาษีที่คัดสรรจากกองทุนเด่น กองทุนที่ว่าจะเป็นกองอะไรติดตามผ่านบทความสรุปไลฟ์นี้ได้เลยครับ

สรุปภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยกดดันด้านเงินเฟ้อ

  • การเติบโตของ GDP สหรัฐฯ แบบรายไตรมาสทำจุดสูงสุดเมื่อไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และอาจขยายตัวในระดับปกติต่อไป แต่ไม่ใช่การชะลอตัว
  • เศรษฐกิจยังเติบโตได้แต่อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศและภูมิภาคขึ้นอยู่กับปริมาณการฉีดวัคซีน เพราะวัคซีนมีส่วนช่วยให้อัตราการเสียชีวิตลดลงและทำให้คนอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
  • การสื่อสารของ Fed แตกต่างจากเมื่อปี 2013 ทำให้ตลาดไม่ตื่นตระหนกมากนัก สังเกตได้จากการปรับตัวของ Bond Yield
ลงทุนระยะยาว Vs จับจังหวะ ใคร WIN ในยุคนี้
  • เงินเฟ้อในระดับสูงอาจเป็นเรื่องชั่วคราวจากปัญหาทางด้าน Supply และอาจส่งผลให้เงินเฟ้อยังอยู๋ในระดับสูงต่อไป และค่อยปรับตัวลงในช่วงปี 2022
  • สรุป โดยรวมเรื่องเงินเฟ้อและ QE Tapering ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองแต่ยังไม่น่ากังวล

สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยและสถานการณ์ Sector Rotation

  • กำไรย้อนหลังของตลาดหุ้นไทยเติบโตน้อยกว่าตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้ผลตอบแทนในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาไม่ดีนัก
  • การฟื้นตัวของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นการฟื้นแบบราย Sector ตามสถานการณ์ในแต่ละช่วง เช่น ช่วงปิดเมืองหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ประโยชน์ หรือในช่วงที่เริ่มมีการประกาศเรื่องวัคซีนกลุ่ม Cyclical ก็เริ่มฟื้นตัว
  • การสลับกันฟื้นตัวและการย้าย Sector เกิดขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว สร้างความไม่แน่นอนในการลงทุน
  • จากสถานการณ์ดังกล่าวการลงทุนใน Megatrend ระยะยาว และการลดการจับจังหวะจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีได้

เทคนิคการออมเพื่อการเกษียณและข้อแตกต่างระหว่างกองทุน SSF และ RMF

  • การออมเพื่อเกษียณนั้นยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี เพราะจะใช้จำนวนเงินลงทุนเพื่อให้ถึงเป้าหมายน้อยกว่าการเริ่มลงทุนช้า เนื่องจากมีเวลาให้เงินทำงานเยอะกว่า นอกจากนี้ ความคาดหวังเกี่ยวกับผลตอบแทนจากตลาดจะเบาลง
  • จากภาพข้างต้นจะเห็นได้ว่าหากเริ่มออมได้เร็ว แรงกดดันในด้านต่าง ๆ จะลดลง

  • ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างกองทุนแบบ SSF และ RMF

  • กองทุน SSF จ่ายเงินปันผลได้ ถือครองไม่น้อยกว่า 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ

    • กองทุน RMF ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ต้องลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่ซื้อครั้งแรกและขายได้เมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์

4 คู่หูกองทุนประหยัดภาษีจาก บลจ.กรุงศรี

  • กองทุนประหยัดภาษีที่ ทาง บลจ.กรุงศรี คัดสรรมาให้แล้ว ได้แก่ KFGGRMF, KFGGSSF, KFUSRMF, KFUSSSF, KFCLIMARMF, KFCLIMASSF, KFINFRARMF, KFINFRASSF

เจาะลึกกองทุน KFGGRMF และ KFGGSSF

  • ลงทุนในกองทุนต่างประเทศอย่าง Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund
  • เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตแบบ High Conviction เน้นลงทุนในหุ้นที่สามารถสร้างการเติบโตในระดับสูงได้ภายใน 5 ปี

คอนเซปต์การลงทุนของ Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund

  • ภาพด้านล่างเป็นภาพพอร์ตการลงทุนของกองทุน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund โดยหากวงกลมยิ่งใหญ่จะหมายถึงน้ำหนักการลงทุนที่มากในหุ้นกลุ่มนั้น ๆ
  • จากภาพจะเห็นได้ว่ามีการกระจายการลงทุนในหลากหลายธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในอนาคต
  • พอร์ตการลงทุนแข็งแกร่ง การเติบโตของกำไรอยู่ในระดับสูงถึงกว่า 30% ในขณะที่ผลตอบแทนของตลาดนั้นโตได้ไม่ถึง 10%
  • ชื่นชอบหุ้นที่ลงทุนเยอะเพื่อสร้างการเติบโต (หนัก CAPEX ทำ R&D หนักให้โต)
  • หุ้นในพอร์ตมีหนี้น้อย อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลาด
  • Sector หลักที่ลงทุนโดยรวมเป็นกลุ่มเทคโนโลยีประมาณ 80% และลงทุนในสหรัฐฯ เป็นหลัก
  • หุ้นหลัก Top Holdings มีการเติบโตของกำไรเฉลี่ยสูงถึง 30% ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
  • ผลตอบแทนย้อนหลังโดดเด่นสูงกว่าตลาดหุ้นโลกเยอะมากนับตั้งแต่ช่วงปี 2020
  • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีแนวโน้มกลับมาแข็งแกร่งจาก GDP ที่จะกลับมาในระดับปกติ ส่งผลบวกต่อหุ้นแนว Growth ประกอบกับการที่ตลาดอาจรับรู้เรื่องวัคซีนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ราคาน้ำมันกำลังอยู่ในระดับสูงและอาจสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการปัจจุบันอยู่ที่ 0.9416% ต่อปี
  • SSF จะจ่ายปันผลและ RMF จะไม่มีการจ่ายปันผล
  • มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

เจาะลึกกองทุน KFUSRMF และ KFUSSSF

  • เน้นลงทุนในระยะยาวมากกว่า 5 ปี สร้างการเติบโตในระยะยาว เน้นลงทุนในสหรัฐ
  • กองทุนหลักของ KFGG และ KFUS มีหุ้นซ้ำกันประมาณ 1 ใน 3 ของสัดส่วนทั้งหมด โดยกองทุนหลักของ KFGG จะมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นหลากหลายประเทศ ในขณะที่กองทุนหลักของ KFUS จะเน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐ
  • ปัจจัยการบริหารในด้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่ยังคงความเป็น Baillie Gifford เหมือนกองทุน KFGG โดยเน้นลงทุนในที่ที่มีโอกาสเติบโตสูง มีการเติบโตของกำไรที่ดีในระยะยาว
  • ในส่วนของผลตอบแทนย้อนหลังก็ถือได้ว่าโดดเด่นไม่แพ้กัน
  • กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการประมาณ 0.8025% ต่อปี

ข้อแตกต่างน่ารู้ระหว่าง KFGG และ KF-US

  • กองทุน KFGG มีหุ้นจีนราว ๆ เกือบ 20% ของพอร์ตในขณะที่ KF-US จะไม่มีหุ้นจีน
  • หากนักลงทุนไม่อยากรับความผันผวนระยะสั้น แนะนำลงทุนในกองทุน KF-US แต่ถ้ารับความผันผวนได้และมีมุมมองว่าหุ้นจีนสามารถฟื้นตัวได้แนะนำเป็นกองทุน KFGG

เจาะลึกกองทุน KFCLIMARMF และ KFCLIMASSF

  • ธีมการลงทุนแบบ ESG ถือได้ว่าเป็นธีมการลงทุนที่เติบโตล้อไปกับนโยบายหลักของโลกเรื่องสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ซึ่งในช่วงล่าสุดสหรัฐฯ และจีนก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
  • กองทุนหลักมีธีมการลงทุนที่กว้างขวางไม่ได้เกี่ยวกับด้านพลังงานเพียงอย่างเดียว หุ้นเทคโนโลยีก็ลงทุนได้
  • Sector หลักที่ลงทุนอยู่นั้นในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มเทคโนโลยี ที่มีความเกี่ยวข้องกับการลดการใช้พลังงาน
  • กองทุนมีการปรับสัดส่วนการลงทุนแบบยืดหยุ่น
  • หุ้นในธีมการลงทุนแนว ESG มีตัวอย่างเช่น Schneider, Microsoft, Signify
  • ผลตอบแทนย้อนหลังมีความโดดเด่น
  • กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการอยู่ราว ๆ 1.07% ต่อปี

เจาะลึกกองทุน KFINFRARMF และ KFINFRASSF

  • กองทุนหลักเน้นลงทุนในหุ้นที่มีกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ มีความสม่ำเสมอ และมีการเติบโต
  • ลงทุนในธีมโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ทั่วโลกที่มีแนวโน้มเติบโตสูงตามใน 4 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย กลุ่มสาธารณูปโภค กลุ่มพลังงาน กลุ่มขนส่ง  และกลุ่มโทรคมนาคม เช่น เมืองอัจฉริยะ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและการเดินทาง ผสมผสานทั้งธีมที่เน้นความมั่นคงและการเติบโต
  • เน้นลงทุนในสหรัฐฯ และยุโรป
  • ผลตอบแทนย้อนหลังในช่วงที่ผ่านมาอาจได้รับผลกระทบจากเรื่อง Sector Rotation แต่กองทุนได้มีการปรับสัดส่วนให้ทันกับสถานการณ์
  • กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.75% ต่อปี

สรุปทั้ง 4 กองทุนเหมาะกับใครแบบไหน

  • กองทุน KF-US และกองทุน KFGG เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ได้รับความเสี่ยงได้สูง เน้นการเติบโต
  • กองทุน KFCLIMA เป็นกองทุนที่มีความผันผวนรองลงมา และได้รับประโยชน์จากธีมนโยบาย ESG
  • กองทุน KFINFRA ใช้สำหรับกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน เน้นเติบโตแบบสม่ำเสมอ

สำหรับนักลงทุนที่สนใจกองทุนประหยัดภาษีทั้ง 8 กองทุน

  • กองทุน KFGGRMF, KFGGSSF, KFUSRMF, KFUSSSF, KFCLIMARMF, KFCLIMASSF, KFINFRARMF และ KFINFRASSF เป็นกองทุนประหยัดภาษีที่ตอบโจทย์นักลงทุนหลากหลายสไตล์ได้เป็นอย่างดี โดยกองทุนดังกล่าวจะมีการ IPO ในวันที่ 4 ต.ค. - 11 ต.ค. 2021 ผู้สนใจลงทุนสามารถติดต่อได้ที่ บลจ.กรุงศรี โทร 02 657 5757 สาขาธนาคารกรุงศรี หรือติดต่อเข้ามาที่ FINNOMENA โทร 02 026 5100 (ซื้อผ่านแอป FINNOMENA ได้แล้ว เข้าไปที่หน้าพอร์ตกองทุน กดทำคำสั่งซื้อ และค้นหากองทุน)

​​คำเตือน

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

SSF เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออม และ RMF เป็นกองทุนที่ส่งเสริมการลงทุนระยะยาวเพื่อเกษียณอายุ

ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน

KFUSSSF, KFUSRMF ลงทุนกระจุกตัวในทวีปอเมริกาเหนือ ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย

กองทุนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทาให้ผู้ลงทุนขาดทุนหรือได้รับกาไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ากว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

KFUSRMF, KFUSSSF  มีนโยบายลงทุนใน Baillie Gifford Worldwide US Equity Growth Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ความเสี่ยงระดับ 6: เสี่ยงสูง และกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน

KFCLIMASSF, KFCLIMARMF มีนโยบายลงทุนใน DWS Invest ESG Climate Tech (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ความเสี่ยงระดับ 6: เสี่ยงสูง และกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน

KFINFRASSF, KFINFRARMF มีนโยบายลงทุนใน Credit Suisse (Lux) Infrastructure Equity Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ความเสี่ยงระดับ 6: เสี่ยงสูง และกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

KFGGSSF, KFGGRMF มีนโยบายลงทุนใน  Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ความเสี่ยงระดับ 6: เสี่ยงสูง และกองทุนป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT” หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยตรงกับทาง บลจ. กรุงศรี โทร 02 657 5757  หรือ www.krungsriasset.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...