โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สุดปลง! หนุ่มถูกแซวยับ สร้างมีม กลายเป็นไวรัล เหตุชื่อ 'โควิด' ลั่นผมไม่ใช่ไวรัส

Khaosod

อัพเดต 08 ม.ค. 2565 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 05.13 น.

การมีชื่อสามัญไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป หลังจากผู้คนเริ่มตั้งชื่อลูกตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทว่าหนุ่มอินเดียสุดปลง ถูกแซวยับ สร้างมีม กลายเป็นไวรัล เหตุชื่อ 'โควิด' ลั่นผมไม่ใช่ไวรัส

นี่เป็นเรื่องราวของชายชาวอินเดียที่ชื่อโควิด กาปูร์ (Kovid Kapoor) วัย 31 ปี ที่แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับชื่อของตนเองที่สอดคล้องกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 เปลี่ยนไปอย่างไรบนทวิตเตอร์

โควิดอธิบายว่า ชื่อของเขามาจากกวีศาสนาฮินดูชื่อหนุมาน ชาลีสา และชื่อนั้นหมายถึง นักวิชาการและผู้เรียนรู้ โควิดกล่าวเสริมว่า "เป็นชื่อที่สวยงามเสมอมา! แต่ตอนนี้มีมิติที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งก็น่าขันอยู่เหมือนกัน เพราะตอนนี้ผมต้องเป็นโควิดที่ส่งเสริมการเดินทาง!”

โควิดอาศัยอยู่ในบังกาลอร์ รัฐกรณาฏกะ ยังเป็นผู้ริเริ่มธุรกิจการท่องเที่ยวชื่อ Holidify ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเนื้อหาด้านการเดินทางที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย ต่อมาหนุ่มโควิดบรรยายประสบการณ์ของเขาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากลายเป็นกระแสไวรัล ให้ผู้คนทั่วโลกแห่กันมาคอมเมนต์แซวยับและผู้คนหลายพันคนขบขันเป็นอย่างมาก

ภาพจาก @kovidkapoor

ความสนุกที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น เมื่อเขาเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดโรคระบาด จากสนามบินเบงกาลูรูไปยังประเทศศรีลังกา โควิดทำให้ผู้คนยิ้มและหัวเราะได้เมื่อเจอชื่ออันแสนไม่ธรรมดาของเขา “ไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีโควิด และมีคนจำนวนมากที่ขบขันชื่อของผม ทริปต่างประเทศในอนาคตจะต้องสนุก!”

“ที่สนามบินเบงกาลูรู เจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหัวเราะกัน และคุณต้องแสดงบัตรประจำตัวของคุณหลายครั้ง ดังนั้นทุกครั้งที่ผมแสดงหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัว เจ้าหน้าที่ก็เริ่มหัวเราะ และในศรีลังกา ผู้คนต่างพากันขำเมื่อทุกคนออกเสียง ในฐานะที่เป็น 'โควิด' เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รับแนวคิดการออกเสียง Soft D แบบที่อินเดียมี”

ภาพจาก @kovidkapoor

เรื่องราวสุดตลก ยังไม่หยุดแค่นั้น เมื่อเพื่อนของโควิดสั่งเค้กมาฉลองวันเกิดครบรอบ 30 ปีของเขา แต่มีบางอย่างผิดแปลกไปจากเดิม “ในวันเกิดครบรอบ 30 ปีของฉัน เพื่อนของผมสั่งเค้ก และ Amintiri (ร้านเค้กในท้องถิ่น) คิดเองโดยอัตโนมัติว่ามันเป็นเรื่องตลก โดยร้านสะกดชื่อของผมด้วยตัวอักษร C แทนที่จะเป็นตัวอักษร K"  อีกหนึ่งความฮาคือเมื่อใดก็ตามที่เขาดื่มเบียร์ยี่ห้อโคโรนา “เรื่องตลกโควิดที่ถือ โคโรนา ไม่มีใครหยุดพูดถึง” โควิดกล่าว

“ที่สตาร์บัคส์ ผู้ชายที่ยื่นกาแฟให้ผมชี้ชื่อให้คนอื่น ๆ ฟัง แล้วพวกเขาก็หัวเราะออกมา ตอนนี้ฉัผมใช้ชื่อปลอมเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีการโต้ตอบสุดตลกมากมาย กับคนส่งของของแอมะซอน, ช่างไฟฟ้า, ที่รักษาความปลอดภัยที่สนามบิน รวมถึงที่จุดเช็คอินของโรงแรม” โควิดกล่าวเสริม อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการโต้ตอบที่สนุกสนาน ยังมีมจำนวนหนึ่งที่สร้างจากชื่อของเขาอีกด้วย

ภาพจาก @kovidkapoor

สำนักข่าวอินเดียทูเดย์รายงาน บทสัมภาษณ์หนุ่มโควิดเปิดเผยว่ารู้สึกอย่างไรที่มีชื่อที่เตือนให้ทุกคนนึกถึงการระบาดใหญ่"น่าตลก เราเริ่มหัวเราะกันเมื่อนานมาแล้ว ผมมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมาเกือบสองปีแล้ว และน่าแปลกใจที่เรื่องนี้กำลังกลายเป็นไวรัล”

เมื่อถูกถามว่าแม่ของเขาที่เป็นผู้ตั้งชื่อให้มีปฏิกิริยาอย่างไรต่อกระแสข่าวดังกล่าว โควิด คาปูร์ กล่าวว่า "เธอรู้สึกขบขันเหมือนคนอื่น ๆ ผู้คนมักแชร์ภาพหน้าจอของทวีตที่เป็นกระแสเหล่านี้กับเธอทางแชท เราคุยกันถึงเรื่องนี้ เธอก็หัวเราะเสมอ ตอนนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ผู้คนพยายามเล่นมุก แสดงความคิดเห็น หรือยิ้มเล็กน้อย เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่จุดตรวจความปลอดภัยที่สนามบิน มีคนถามผมว่าเพิ่งเปลี่ยนชื่อหรือเปล่า”

พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า ถึงแม้ว่าตนจะใช้ชื่อปลอมในการสั่งกาแฟ แต่ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนชื่อเลย“ผมรู้สึกขบขันและเป็นชื่อที่ทุกคนจำได้หมดแล้วตอนนี้ ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนชื่อ ที่จริง ผมวางแผนที่จะใช้ชื่อนี้อย่างเต็มที่ ชื่อนี้น่าจดจำและ ก็มีความหมายดีเหมือนกัน จะเปลี่ยนทำไม”

ขอบคุณที่มาจาก Twitter  Indiatoday Worldofbuzz

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...