โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ทำความรู้จัก “ถ้ำเล สเตโกดอน” จ.สตูล ตื่นตาความงาม เรียนรู้ซากฟอสซิลหลากชนิด

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2565 เวลา 08.34 น.

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2565 นายไพรัช สุขงาม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสตูล ลงพื้นที่ชมความงามภายใน “ถ้ำเล สเตโกดอน” อยู่ในพื้นที่ บ้านคีรีวง ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล โดยทริปนี้ได้ลงไปโปรโมทการท่องเที่ยว กระตุ้นด้านเศษฐ์กิจ ให้มีเม็ดเงินรายได้สะพัด โดยเป็นการท่องเที่ยวแบบบนฝั่ง แต่ได้สัมผัสสายน้ำ

อลังการหินงอกหินย้อย

ภายในถ้ำที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่ของอุทยานธรณีโลก พร้อมกับให้การตอนรับกลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่ในนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด มาเที่ยวเป็นทริปครอบครัว และกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวล่องเรือพายคายัค ลอดถ้ำเล สเตโกดอน ชมความสวยงามภายในถ้ำ กลายเป็นสีสันในช่วงนี้อย่างคึกคัก

นายไพรัช เปิดเผยว่า ในช่วงกลางเดือนธันวาคม จนไปสิ้นปี 2565 พบกลุ่มนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดสตูล กันแล้ว ส่วนใหญ่จะเลือกเที่ยวอยู่ 2 เส้นทางหลักคือ เที่ยวในพื้นที่ทางทะเล มุ่งตรงไปยังเกาะหลีเป๊ะ ที่เป็นอันซีนของจังหวัด และประเทศไทย และ เส้นทางที่ 2 คือเที่ยวบนบก บนฝั่ง และจุดแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ คือ “ถ้ำเล สเตโกดอน” กับการล่องเรือพจญภัยในถ้ำ ล่องเรือพายคายัคยาวถึง 4 กิโลฯ ชมความสวยงาม ภายใน

นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ “ถ้ำเล สเตโกดอน”

ส่วนไฮไลท์นภายในถ้ำ จะมีหินงอกหินย้อยเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ นานา ตามความคิด มีหินงอกหินย้อยมีหยดน้ำไหลลงมา พร้อมกับมีแสงระยิบระยับ และสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ พบปูเขาหินปูนทุ่งหว้า ที่อาศัยอยู่บนเพดาของหินอยู่สูง ช่วงพายเรือลอดถ้ำ จะหาดูได้ยาก และพบสิ่งมีชีวิตอีกอย่างคือ แมงมุมพเนจรเกาะอยู่ข้างหินปูน และ จิ้งโก่งถ้ำ ขณะที่ทางออกก่อนปลายอุโมงค์รูปหัวใจ พบฟอสซิลนอติลอย หรือปลาหมึกโบราณ และแอมโมไนท คล้ายตัวหอยโบราณ

นายไพรัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวคนไทยในต่างจังหวัดที่หันมาเที่ยวก่อนสิ้นปีใหม่ เพราะส่วนใหญ่ไม่อยากที่จะเลือกการเดินทางในช่วงผู้คนพลุกพลาน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด – 19 ได้ จะเป็นการเที่ยวแบบครอบครัว รวมทั้งถ้ำแห่งนี้ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย เข้ามาเที่ยวชมความงามเช่นกัน จึงดูคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเดือนธันวาคมยาวไปจนเดือนมกราคม และเริ่มถูกจับจองที่พัก โฮมเสตชุมชน เพื่อเข้าชมภายในถ้ำ

บันทึกภาพครั้งเคยมา “ถ้ำเล สเตโกดอน”

สำหรับ ถ้ำเล สเตโกดอน อยู่ในเทือกเขาหินปูนทอดยาวมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ใต้ภูเขา ภายในถ้ำมีลักษณะคดเคี้ยวมีระยะทางจากปากถ้ำจนถึงทางออก ประมาณ 4 กิโลเมตร สิ่งที่โดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ ที่สำคัญคือการพบซากดึกดำบรรพ์ของช้าง และ แรดสมัยไพลสโตซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช้าง สกุล สเตโกดอน ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำเล สเตโกดอน” ซากดึกดำบรรพ์ ดังกล่าวเป็นซากกระดูกขากรรไกรพร้อมฟันกราม ซี่ที่ 2 และ 3 ด้านล่างขวาของช้างดึกดำบรรพ์

บรรยากาศในถ้ำถ่ายรูปสวยงาม

เชื่อกันว่าการพบเจอฟันกรามช้างสกุล สเตโกดอน เป็นจุดกำเนิดเรื่องราวการศึกษาค้นคว้าทางธรณีวิทยาในจังหวัดสตูล โดยใช้การบูรณาการทุกภาคส่วน ทุกฝ่ายเห็นประโยชน์ที่จะเกิดท้องถิ่นและประเทศชาติร่วมกัน อาทิ หน่วยงานในจังหวัดสตูล, กรมทรัพยากรธรณี, สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กรมการท่องเที่ยว, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), และภาคส่วนจากชุมชนท้องถิ่นในเขตอุทยานธรณีสตูล

จนเกิดการจัดตั้งอุทยานธรณีสตูลขึ้นเพื่อผลักดันให้เป็นสมาชิกอุทยานธรณีโลกต่อไป พอออกจากถ้ำจะต้องนั่งเรือ 30 นาที นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับป่าชายเลน โดยการต่อเรือไปขึ้นบกที่ท่าเรือท่าอ้อย ด้วยระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร โดยน้ำในถ้ำจะได้รับอิทธิพลจากน้ำในลำธารและน้ำทะเลขึ้นลงเป็นประจำทุกวัน

สนุก ตื่นเต้น ตลอดทริป “ถ้ำเล สเตโกดอน”

การท่องเที่ยวภายในถ้ำจะต้องพายเรือลอดถ้ำ และต้องพิจารณาระดับน้ำในถ้ำแต่ละวันด้วย แต่สามารถเข้าถ้ำได้ตลอดทุกฤดูกาล การท่องเที่ยวจะต้องติดต่อที่องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหว้าล่วงหน้า เนื่องจากอุทยานธรณีสตูลจะเน้นการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ นักท่องเที่ยวสามารถชมพิพิธภัณฑ์ทางธรณีก่อนเข้าถ้ำได้

ขณะเดียวกันจะมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ตลอดไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...