เด็ด 'พอล แชมเบอร์ส' ม.นเรศวร สะเทือนถึง 'ทำเนียบขาว' เพิ่ม 'ขวากหนาม' เจรจา 'สงครามการค้า' ไทย-สหรัฐ
บทความในประเทศ
เด็ด ‘พอล แชมเบอร์ส’ ม.นเรศวร
สะเทือนถึง ‘ทำเนียบขาว’
เพิ่ม ‘ขวากหนาม’
เจรจา ‘สงครามการค้า’ ไทย-สหรัฐ
ท่าทีของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเรื่องกำแพงภาษีระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ และโอกาสในการเจรจาก็น่าจะยากขึ้นหรือไม่อย่างไร
หลังจากเกิดกรณี ดร.พอล เวสลีย์ แชมเบอร์ส อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร สัญชาติอเมริกัน วัย 58 ปี ถูกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดพิษณุโลก (กอ.รมน. ภาค 3) แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
คดีนี้ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรง สะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกา หลายมิติ ทั้งการเมือง ความมั่นคง และเศรษฐกิจ จนทำให้สหรัฐไม่พอใจ ปิดประตูเจรจากำแพงภาษีกับไทย
จับสัญญาณจากถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ที่ออกมาแสดงความกังวลต่อการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทย
พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการไทยเคารพเสรีภาพในการแสดงออก และให้แน่ใจว่ากฎหมายจะไม่ถูกใช้เพื่อปิดกั้นการแสดงออกที่ได้รับอนุญาต สหรัฐจะติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนการปฏิบัติต่อ พอล แชมเบอร์ส อย่างยุติธรรม
ขณะที่นายกฯ อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม โต้ข่าวลือเรื่องสหรัฐไม่ยอมคุยด้วยเพราะคดี พอล แชมเบอร์ส และย้ำว่าไม่มีดีลแลกเจรจาภาษีแต่อย่างใด
เช่นเดียวกับ พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ที่ออกมาระบุว่าคดี พอล แชมเบอร์ส ถือเป็นภัยความมั่นคงของรัฐ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีเศรษฐกิจ มีสถานะทางกฎหมายและผลกระทบที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
แต่ขัดแย้งกับคำพูดของ สทร. ทักษิณ ชินวัตร และพี่ชายของ พอล แชมเบอร์ส อย่างชัดเจน เพราะจุดยืนของสหรัฐคือจะไม่เจรจาเรื่องภาษีกับไทย จนกว่าปัญหาของ พอล แชมเบอร์ส จะได้รับการแก้ไข
ดังนั้น รัฐบาลไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องตั้งสติและตั้งหลักให้ดี ไม่เพิ่มอุปสรรคขวากหนามในการเจรจาภาษีกับสหรัฐ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจขั้นรุนแรง เพราะไทยมีโอกาสเจอมาตรการภาษีศุลกากรสูงสุด หากเดินเกมผิดพลาด
ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand โดยฉายภาพปัญหาความมั่นคง ไทย-สหรัฐ จากกรณี พอล แชมเบอร์ส ได้อย่างน่าสนใจ
ดร.สุรชาติชี้ให้เห็นว่า ปัญหาความมั่นคงเฉพาะหน้าของไทยมี 2 เรื่องคือ อุยกูร์กับการจับพลเมืองอเมริกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือเราไม่เห็นบทบาทผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคงของไทย ที่จะเข้ามาดำเนินการเพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาเลย
“วันนี้ชัดเจนว่าศูนย์กลางของปัญหาไม่ใช่อุยกูร์ แต่เป็นกรณีการจับ พอล แชมเบอร์ส ซึ่งสถานะปัจจุบันของเขา คือถูกยึดพาสปอร์ต ใส่กำไลอีเอ็ม ต้องไปรายงานตัวกับผู้ใหญ่บ้านทุก 12 วัน รายงานตัวกับ ตม.พิษณุโลก ทุก 30 วัน และวางเงินประกัน 3 แสน”
“สหรัฐมองว่าการจับกุมไม่มีความถูกต้อง การจับกุม การฟ้องคดี ไม่ปกติ สหรัฐมองว่ากระบวนการทางกฎหมายมันมีปัญหา ตำรวจพิษณุโลกไปค้นห้องทำงานของ พอล แชมเบอร์ส โดยที่ไม่มีหมายค้น เรื่องนี้ผมขอยืนยัน”
“ผมไม่รู้รายละเอียดอะไร แต่ผมมีสถานะเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยนเรศวร ก็เลยรับทราบเรื่องพวกนี้ ตำรวจหรือทหารในสภาวะปกติจะไม่เข้าไปค้นในมหาวิทยาลัย”
“การจับกุม พอล แชมเบอร์ส สื่อยักษ์ใหญ่ทั่วโลกลงข่าวกันหมด เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ตำรวจไทยอย่าทำตัวเป็นตำรวจบ้านนอก เพราะมันมีนัยกับปัญหาระหว่างประเทศ”
“สหรัฐมีกฎหมายบางฉบับที่ผมว่าเราอาจจะไม่คุ้น หรือไม่ทราบมาก่อน กฎหมายนี้อาจจะเรียกว่าเป็นกฎหมายก็ไม่เต็มปาก แต่เป็น Executive Order หรือคำสั่งของฝ่ายบริหาร หรือคำสั่งของรัฐบาล”
“Executive Order เลขที่ 14078 เรื่องการหนุนเสริมความพยายามในการนำตัวประกัน หรือคนที่ถูกคุมขังอย่างไม่ถูกต้องที่เป็นบุคคลสัญชาติอเมริกันกลับบ้าน”
“หลักการคือการจับคนอเมริกันเป็นตัวประกัน หรือคุมขังอย่างไม่ถูกต้อง สหรัฐถือว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้าย ที่ทำลายความเป็นนิติรัฐ และเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐ”
“นี่คือเรื่องใหญ่ ผมเชื่อว่าครอบครัวของ พอล แชมเบอร์ส ได้ทำเรื่องร้องเรียน ซึ่งเรื่องถึงทำเนียบขาว เรื่องถึงกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ และเรื่องถึงรัฐสภาอเมริกัน”
“ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมคนอเมริกัน จะต้องได้รับผลจากการกระทำดังกล่าว ถ้าบุคคลนั้นมีทรัพย์สินอยู่ในสหรัฐ หรือมีผลประโยชน์ หรือมีดอกเบี้ย ก็จะต้องถูกควบคุมโดยรัฐบาลอเมริกัน มีการหยุดให้วีซ่า และให้มีการดำเนินการแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจในระดับของตัวบุคคล”
“เรากำลังเห็นความท้าทาย แต่อย่าสุดโต่ง เพราะนี่คือกระบวนการทางกฎหมายของบ้านเขา บุคลากรฝั่งการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกฯ และรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ต้องตระหนักถึงความล่อแหลม ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง และเกี่ยวข้องกับประเทศไทย”
“คดีนี้จะเกี่ยวข้องกับนายกฯ โดยตรง เพราะผู้ฟ้องคดีเป็นแม่ทัพภาคที่ 3 ฟ้องในนามของ กอ.รมน. นายกฯ โดยตำแหน่งเป็น ผอ.รมน. เรื่องนี้ต้องคิดด้วยสติ คิดสุดโต่งไม่ได้ การเจรจาจะไม่เกิดขึ้น ตราบใดที่บุคคลสัญชาติอเมริกันถูกจับอย่างไม่ถูกต้อง” ดร.สุรชาติ บำรุงสุข กล่าว
ขณะที่ ช่อ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics ข่าวบ้าน การเมือง โดยมองว่าคดีของ พอล แชมเบอร์ส ดูหลวมไปหมดทุกส่วน และดำเนินการไม่ถูกต้อง พร้อมตั้งคำถามถึงท่าทีของนายกฯ ในการแก้ปัญหา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยในภาพรวม
“ดิฉันแน่ใจว่ามันยังไม่มีการนัด มันจึงไม่มีการเลื่อน คุณทักษิณก็ยอมรับแล้วว่าเป็นประเด็นทางการเมือง เงื่อนไขที่ถูกตั้งมามันคือเงื่อนไขทางการเมือง มันไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ”
“คุณพิชัย ชุณหวชิร ที่ตอนแรกก็พูดให้มันดูมั่วๆ ไปว่าใครเลื่อนใครไม่สำคัญ แต่ก็หลุดพูดออกมาว่า ถ้าเขาจะคุยก็จะส่งสัญญาณมาเอง แปลว่าอะไร แปลว่าสหรัฐยังไม่อยากคุยกับไทยตอนนี้”
“เงื่อนไขที่คุณพิชัยได้รับมาจากสหรัฐ คุณพิชัยก็ทราบดีอยู่แก่ใจว่าเป็นเงื่อนไขทางการเมือง ซึ่งก็คือเรื่องของ พอล แชมเบอร์ส ม.112 ไม่ได้รับการยอมรับในนานาชาติ สิ่งที่คุณไปกล่าวหา อาจารย์พอล ก็ไม่ได้เขียนด้วยซ้ำ แล้วมันเข้า ม.112 อย่างไร มันหลวมไปหมดทุกส่วนเลย”
“มันเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะสามารถถอยได้โดยที่ไม่ต้องมีข้อติฉินนินทาอะไร ว่าคุณเป็นขี้ข้าอเมริกา เขาขอแล้วคุณต้องทำตาม แต่ว่ามันไม่ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง และไม่เกี่ยวอะไรเลยกับเรื่องที่ว่า อาจารย์พอล เป็นฝรั่ง ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย อันนี้มั่วมาก”
“เรื่อง อาจารย์พอล เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย และไม่ได้ถูกวางยาด้วย มันเป็นจังหวะนรก ที่ดันมาตรงกันโดยไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ กลายเป็นว่าเรื่องอุยกูร์ยังจะดูง่ายกว่าเรื่อง อาจารย์พอล”
“และมันจะเป็นการพิสูจน์ด้วยหรือเปล่า ว่า ณ วันนี้รัฐบาลไม่สามารถแตะต้องเขตทหารได้ พลเรือนห้ามเข้าเด็ดขาด นายกฯ ซึ่งเป็น ผอ.รมน. ก็เป็นแค่เพียงหุ่นเชิดหรือไม่” ช่อ พรรณิการ์ ระบุ
สอดคล้องกับมุมมองของ สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร ที่มาฉายภาพปัญหาความมั่นคง ไทย-สหรัฐ
โดยอดีตบรรณาธิการข่าวอาวุโสมองว่าอาจจะมีคนตั้งใจทำให้รัฐบาลเกิดความยุ่งยากในการเจรจาภาษีกับสหรัฐ แต่ถึงกระนั้นก็ต้องชั่งตวงวัดให้ดีระหว่างเรื่องความมั่นคงหรือผลประโยชน์ของชาติ
“คนที่บอกว่าเรื่องคุณพอลไม่ส่งผลกระทบคือคนที่ไม่รู้จัก โดนัลด์ ทรัมป์ และไม่รู้จักระบบการค้ายุคใหม่ของสหรัฐ ถ้าดูจากไทม์ไลน์ผมค่อนข้างเชื่อว่ามีคนเจตนาอยากจะทำให้รัฐบาลประสบความยุ่งยากในการคุยกับสหรัฐ”
“กรณีคุณพอลถ้าชั่งน้ำหนักตรงไปตรงมา คุณพอลผิดหรือไม่ผิดยังไม่ทราบ เขาอยู่เมืองไทยมาแล้ว 30 ปี ครอบครัวเขาอยู่ที่นี่ เขาไม่หนีไปไหนหรอก เขาทำมาหากินในเมืองไทยมานาน”
“ถ้าคุณรู้ข้อเท็จจริงอันนี้ และรู้เรื่องเจรจาทางการค้า ซึ่งมีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยองค์รวมมากมายมหาศาล”
“เพราะฉะนั้น ความมั่นคงของคุณซึ่งรอได้ แต่การเจรจาทางการค้าซึ่งจ่อประตูบ้านมาแล้ว คุณคำนวณแบบไหนที่จะเรียกว่าคิดถึงผลประโยชน์ของชาติอย่างจริงจัง” สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี กล่าวทิ้งท้ายถึงรัฐบาล และ กอ.รมน.
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เด็ด ‘พอล แชมเบอร์ส’ ม.นเรศวร สะเทือนถึง ‘ทำเนียบขาว’ เพิ่ม ‘ขวากหนาม’ เจรจา ‘สงครามการค้า’ ไทย-สหรัฐ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com